ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเรื่องการรังแกกันในโรงเรียนถึงเป็นเรื่องใหญ่ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจ

หลายครั้งที่หมอตรวจเด็กๆ ในห้องตรวจ มักพบสัญญาณเล็กๆ ที่บอกว่าพวกเขากำลังเผชิญกับปัญหาที่โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดท้องที่หาสาเหตุทางกายไม่ได้ ความวิตกกังวลก่อนไปโรงเรียน หรือการที่ลูกเริ่มเงียบขรึมเก็บตัว การป้องกันและการจัดการปัญหารังแกกันในโรงเรียนไม่ใช่แค่เรื่องของการทะเลาะเบาะแว้งเด็กๆ แต่เป็นเรื่องของสภาพจิตใจที่ส่งผลระยะยาวต่อตัวเด็ก

ลูกกำลังโดนรังแกอยู่หรือเปล่า สังเกตสัญญาณเหล่านี้ไว้

เด็กส่วนใหญ่มักไม่กล้าเดินมาบอกตรงๆ ว่าถูกรังแก หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตพฤติกรรมเหล่านี้ดูครับ

  • ของใช้ส่วนตัวมักจะพัง หาย หรือเสื้อผ้าเลอะเทอะเป็นประจำโดยไม่มีคำอธิบาย
  • ลูกไม่อยากไปโรงเรียนบ่อยขึ้น อ้างปวดหัว ปวดท้อง หรือหาข้ออ้างต่างๆ เพื่อให้ได้หยุด
  • พฤติกรรมการกินหรือการนอนเปลี่ยนไป บางคนอาจฝันร้ายหรือมีอาการสะดุ้งผวา
  • ดูไม่มีสมาธิ ผลการเรียนตกลงอย่างเห็นได้ชัด
  • มีอาการเก็บตัว แยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อน หรือดูเศร้าหมองลงกว่าเดิม

เมื่อลูกเล่าว่าถูกรังแก พ่อแม่ควรทำอย่างไรในขั้นตอนแรก

หัวใจสำคัญที่สุดคือการเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับลูก สิ่งที่หมออยากแนะนำคือ

  • ตั้งใจฟังโดยไม่แทรก: ปล่อยให้เขาเล่าความรู้สึกและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หมดโดยไม่ต้องตำหนิหรือรีบตัดสิน
  • ชื่นชมที่กล้าเล่า: การที่เด็กเดินมาบอกผู้ใหญ่เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญมาก ให้บอกเขาว่าการเล่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
  • จดบันทึกรายละเอียด: เก็บข้อมูลเหตุการณ์ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ เพื่อใช้ในการสื่อสารกับทางโรงเรียนต่อ

วิธีสื่อสารกับโรงเรียนเพื่อหยุดการกระทำที่รุนแรง

การจัดการปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากครูและผู้บริหารโรงเรียนครับ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเด็กเล่นกันแล้วเดี๋ยวก็หายไป

  • นัดพบครูประจำชั้น: ขอคุยแบบส่วนตัวเพื่อนำข้อมูลที่เราบันทึกไว้ไปแจ้งให้ครูทราบ โดยเน้นไปที่การแก้ปัญหาและการคุ้มครองความปลอดภัยของลูก ไม่ใช่การมุ่งเน้นไปที่การเอาผิดเพียงอย่างเดียว
  • ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง: หลังจากแจ้งเรื่องไปแล้ว ต้องคอยถามไถ่ลูกและติดตามความคืบหน้าจากครูเป็นระยะ ว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร
  • ห้ามไปเผชิญหน้ากับคู่กรณีโดยตรง: การที่พ่อแม่ไปตำหนิเด็กคนอื่นด้วยตัวเองอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในโรงเรียนได้

สร้างภูมิคุ้มกันทางใจให้ลูกด้วยทักษะการรับมือ

นอกจากการจัดการที่ตัวต้นเหตุแล้ว การเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกก็สำคัญไม่แพ้กัน

  • สอนทักษะการปฏิเสธ: ฝึกให้ลูกรู้จักพูดคำว่า ไม่ หยุด หรือพอ ในสถานการณ์ที่ไม่สบายใจด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
  • สนับสนุนกิจกรรมที่ลูกถนัด: การให้ลูกได้ทำสิ่งที่เขามั่นใจ จะช่วยเสริมความภูมิใจในตัวเอง และทำให้เขามีกลุ่มเพื่อนที่ดีนอกห้องเรียน
  • ฝึกการขอความช่วยเหลือ: ย้ำกับลูกเสมอว่าการเดินไปบอกครูหรือผู้ใหญ่เมื่อมีคนมาทำร้ายไม่ใช่เรื่องขี้ขลาด แต่เป็นทางออกที่ฉลาดและถูกต้องที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down