ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมจู่ๆ ถึงปวดท้องด้านซ้ายล่างอย่างรุนแรง

เวลาที่มีคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดท้องกะทันหัน โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยด้านซ้าย พร้อมกับมีไข้หรือถ่ายเป็นเลือด หมอมักจะนึกถึงภาวะหนึ่งที่พบได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมปัจจุบัน นั่นคือ ภาวะกระเปาะที่ผนังลำไส้ใหญ่เกิดการอักเสบหรือเลือดออก หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Diverticulitis หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่จริงๆ แล้วมันคือการที่ผนังลำไส้ใหญ่ของเราเกิดเป็นกระเปาะเล็กๆ ยื่นออกมาเหมือนไส้ติ่งเล็กๆ หลายอัน ซึ่งเมื่อไรที่เศษอาหารหรือกากใยไปติดค้างอยู่ข้างในนั้น จนเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ อาการปวดทรมานก็จะตามมาทันที

กระเปาะพวกนี้เกิดขึ้นมาในลำไส้เราได้อย่างไร

ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนยางรถยนต์ที่เริ่มเสื่อมสภาพและมีรอยบวมปูดออกมา ลำไส้ใหญ่ของเราก็เช่นกัน เมื่ออายุมากขึ้น ผนังกล้ามเนื้อลำไส้เริ่มไม่แข็งแรงเท่าเดิม ประกอบกับแรงดันภายในลำไส้จากการขับถ่ายที่ผิดปกติ หรือการได้รับกากใยไม่เพียงพอ ทำให้แรงดันนั้นผลักให้ผนังลำไส้ดันออกมาเป็นถุงเล็กๆ เรียกว่า Diverticula ส่วนใหญ่คนที่มีภาวะนี้มักไม่มีอาการอะไรเลย จนกว่าจะเกิดการอักเสบขึ้นมาจริงๆ

เมื่อไหร่ที่ภาวะนี้กลายเป็นเรื่องอันตราย

อาการที่หมออยากให้สังเกตและห้ามละเลยคือ

  • อาการปวดท้องน้อยด้านซ้ายแบบเฉียบพลัน ปวดบิดรุนแรง
  • มีไข้ หนาวสั่น ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่ามีการติดเชื้อเกิดขึ้นแล้ว
  • การขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไป เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย
  • พบเลือดสดๆ ออกมาพร้อมกับการถ่ายอุจจาระ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีการฉีกขาดหรืออักเสบจนเส้นเลือดฝอยในกระเปาะนั้นแตกออก

การตรวจวินิจฉัยและขั้นตอนการรักษาที่หมอต้องทำ

เมื่อคนไข้มาถึงมือหมอ ขั้นตอนแรกคือการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด หากสงสัยภาวะนี้ หมอมักจะส่งตรวจด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้อง หรือที่เรียกว่า CT Scan เพื่อดูว่ามีการอักเสบตรงไหน รุนแรงแค่ไหน มีหนองหรือมีการทะลุของลำไส้ร่วมด้วยหรือไม่ สำหรับการรักษา หากอาการไม่รุนแรง การใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับการปรับอาหารและพักลำไส้ก็เพียงพอ แต่ถ้าหากมีการอักเสบหนักจนเกิดฝีหนองหรือลำไส้ทะลุ การผ่าตัดอาจกลายเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ป้องกันไม่ให้กระเปาะเหล่านี้สร้างปัญหาในอนาคตได้อย่างไร

หัวใจสำคัญของการดูแลลำไส้คือ การลดแรงดันในลำไส้ใหญ่ ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

  • เน้นรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อให้อุจจาระนุ่มและขับถ่ายได้ง่าย
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน
  • หลีกเลี่ยงการกลั้นอุจจาระ เพราะจะทำให้เกิดแรงดันสะสมในลำไส้เพิ่มขึ้น
  • หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ

ภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวจนเกินไปหากเราสังเกตตัวเองและดูแลระบบขับถ่ายให้ดีอยู่เสมอ แต่ถ้าวันไหนที่รู้สึกปวดท้องผิดปกติ หรือมีเลือดปนออกมากับอุจจาระ อย่ารอช้าที่จะเข้ามาพบหมอเพื่อตรวจเช็คให้แน่ใจครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down