ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กระเปาะที่ผนังลำไส้ใหญ่คืออะไร ทำไมถึงเกิดขึ้นได้

หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าภายในลำไส้ใหญ่ของเราสามารถเกิดถุงเล็กๆ ยื่นออกมาจากผนังลำไส้ได้ ซึ่งทางการแพทย์เราเรียกภาวะนี้ว่า Diverticulosis หรือการมีกระเปาะที่ผนังลำไส้ใหญ่เกิดขึ้น โดยมากมักพบในผู้ที่มีอายุมากขึ้น หรือผู้ที่รับประทานกากใยอาหารน้อย ซึ่งทำให้ลำไส้ต้องใช้แรงบีบตัวมากกว่าปกติจนเกิดแรงดันและผลักให้ผนังลำไส้บางส่วนโป่งออกมาเป็นถุงเล็กๆ เหล่านี้

สัญญาณเตือนเมื่อกระเปาะเกิดอักเสบจนต้องระวัง

โดยปกติแล้วกระเปาะเหล่านี้มักไม่แสดงอาการใดๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เศษอุจจาระเข้าไปติดค้างอยู่ในถุง จะทำให้เกิดการระคายเคืองและนำไปสู่ ภาวะกระเปาะที่ผนังลำไส้ใหญ่เกิดการอักเสบ อาการหลักที่พบคือ:

  • อาการปวดท้อง โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยด้านซ้าย ซึ่งมักจะปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
  • มีไข้ร่วมกับอาการหนาวสั่น
  • ระบบขับถ่ายผิดปกติ เช่น ท้องผูกสลับกับท้องเสีย
  • คลื่นไส้ อาเจียน

เลือดออกทางทวารหนัก สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

อีกหนึ่งภาวะแทรกซ้อนที่พบได้คือ ภาวะกระเปาะที่ผนังลำไส้ใหญ่เกิดเลือดออก ซึ่งมักเกิดจากการที่หลอดเลือดที่อยู่บริเวณกระเปาะนั้นแตกออก อาการที่เห็นได้ชัดคือการถ่ายเป็นเลือดสดหรือเลือดสีแดงคล้ำปริมาณมาก โดยที่มักจะไม่มีอาการปวดท้องรุนแรงนำมาก่อน หากพบอาการลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่คุณหมอต้องทำ

เมื่อคนไข้มาด้วยอาการปวดท้องหรือถ่ายเป็นเลือด แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด ซึ่งวิธีที่จะยืนยันได้แม่นยำที่สุดคือการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อดูว่ามีการอักเสบหรือตำแหน่งที่เลือดออกอยู่จุดไหน เพื่อที่จะวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง

วิธีรักษาและการดูแลตัวเองเมื่อพบภาวะนี้

สำหรับการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ หากเป็นการอักเสบไม่รุนแรง แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร แต่ถ้ามีการอักเสบเป็นหนองหรือเลือดออกในปริมาณมาก อาจจำเป็นต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาลเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด หรือในบางกรณีที่มีอาการรุนแรงมากอาจจำเป็นต้องพิจารณาการผ่าตัด

ปรับพฤติกรรมการกินเพื่อป้องกันไม่ให้กระเปาะอักเสบซ้ำ

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดแรงดันในลำไส้ใหญ่ โดยการเพิ่มกากใยอาหารจากผักผลไม้ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อวัน และหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ ลดโอกาสที่จะเกิดการอักเสบหรือภาวะเลือดออกซ้ำได้ในอนาคต

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down