ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมช่วงนี้ใครๆ ถึงพูดถึงไวรัส RSV กันนัก

หลายคนอาจคุ้นหูกับชื่อไวรัส RSV ว่าเป็นเชื้อที่ทำให้เด็กเล็กป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ในฐานะหมอ ผมอยากบอกว่าเชื้อตัวนี้ไม่ได้เป็นอันตรายแค่กับเด็กเท่านั้นนะครับ ในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว หรือแม้แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ไวรัส RSV ก็สามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงได้พอๆ กัน การใช้วัคซีนป้องกันไวรัส RSV ในปัจจุบันจึงกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและการนอนโรงพยาบาลได้

ทำไมผู้สูงอายุถึงควรต้องระวัง RSV มากเป็นพิเศษ

เมื่ออายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันของเราไม่ได้แข็งแรงเท่าตอนเป็นหนุ่มสาวครับ การติดเชื้อ RSV ในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ หรือเบาหวาน มักทำให้เกิดอาการรุนแรงกว่าหวัดทั่วไปมาก เชื้อนี้อาจลุกลามลงสู่ปอด ทำให้เกิดปอดอักเสบ หอบเหนื่อย หรือทำให้อาการของโรคประจำตัวเดิมที่มีอยู่กำเริบจนควบคุมยาก การฉีดวัคซีนจึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันด่านแรกที่ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ได้

วัคซีน RSV ช่วยคุณแม่ตั้งครรภ์ปกป้องลูกน้อยในท้องได้อย่างไร

เรื่องนี้เป็นข่าวดีมากสำหรับว่าที่คุณแม่ครับ เพราะการฉีดวัคซีนในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน และส่งผ่านภูมิคุ้มกันนี้ไปยังทารกในครรภ์ได้โดยตรง เมื่อลูกน้อยคลอดออกมา เขาก็จะมีเกราะป้องกันจากแม่ติดตัวมาด้วย ช่วยลดความเสี่ยงที่ทารกแรกเกิดจะติดเชื้อ RSV ซึ่งถือเป็นช่วงวัยที่ลูกยังไม่มีภูมิคุ้มกันเพียงพอและมีความเสี่ยงสูงหากได้รับเชื้อในช่วงเดือนแรกๆ ของชีวิต

ใครบ้างที่ควรปรึกษาหมอเรื่องวัคซีน RSV

การตัดสินใจฉีดวัคซีนไม่ใช่เรื่องของทุกคนที่ต้องทำเหมือนกันหมด แต่มีกลุ่มที่ผมแนะนำให้ลองเข้ามาพูดคุยเพื่อประเมินความเสี่ยง ดังนี้ครับ

  • ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางเดินหายใจหรือระบบหัวใจ
  • หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์อยู่ในช่วง 32-36 สัปดาห์ เพื่อให้ภูมิคุ้มกันส่งต่อไปยังทารกได้อย่างเหมาะสม
  • ผู้ที่มีประวัติสุขภาพหรือความกังวลส่วนตัวที่ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมจากแพทย์เฉพาะทาง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดต้องเตรียมตัวอย่างไร

หลังฉีดวัคซีน บางคนอาจมีอาการปวดตึงบริเวณที่ฉีด หรือรู้สึกเพลีย มีไข้ต่ำๆ ได้บ้าง ซึ่งถือเป็นอาการปกติที่แสดงว่าร่างกายกำลังสร้างภูมิคุ้มกัน ส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 1-2 วันครับ สิ่งสำคัญคือการดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้เต็มที่ และหากมีอาการปวด ก็สามารถกินยาแก้ปวดพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ถ้าหลังฉีดไปแล้วมีอาการบวมแดงที่ผิดปกติ หรือหายใจไม่ออก ให้รีบติดต่อสถานพยาบาลทันทีครับ

ปรึกษาหมอก่อนตัดสินใจฉีดวัคซีนเพื่อความมั่นใจ

ก่อนจะตัดสินใจฉีดวัคซีนตัวไหน ผมอยากให้ทุกคนเข้ามาพูดคุยถึงประวัติสุขภาพส่วนตัวกับหมอก่อน เพราะสุขภาพของแต่ละคนมีความเฉพาะตัว การได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยให้เรามั่นใจและได้รับประโยชน์จากวัคซีนอย่างเต็มที่ที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down