เวลาที่หมอตรวจคนไข้เด็กตัวเล็กๆ ที่มาโรงพยาบาลด้วยอาการท้องเสียเฉียบพลัน หรือโรคติดต่อยอดฮิตอย่างโรคเหงื่อออกมือเท้าปาก สิ่งแรกๆ ที่หมอมักจะชวนคุณพ่อคุณแม่คุยและทบทวนร่วมกันคือเรื่องของใช้รอบตัว เพราะเด็กๆ มักจะเรียนรู้และสำรวจโลกผ่านการหยิบของเข้าปาก การดูแลสุขอนามัยของสิ่งของเหล่านั้นจึงเป็นด่านแรกในการปกป้องสุขภาพของลูกรัก
หลายครอบครัวอาจคิดว่าการล้างน้ำเปล่าหรือเช็ดด้วยกระดาษเปียกทั่วไปก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง เชื้อโรคบางชนิดมีความทนทานสูงมาก และวิธีการทำความสะอาดที่ไม่ถูกต้องอาจส่งผลเสียต่อของเล่น หรือแฝงอันตรายจากสารเคมีตกค้างให้ลูกสัมผัสแทน ดังนั้น กระบวนการดูแลที่ถูกต้องอย่าง การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อของเล่น จึงมีขั้นตอนและรายละเอียดที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม
ทำไมแค่ปัดฝุ่นหรือเช็ดลวกๆ ถึงไม่เพียงพอสำหรับของเล่นเด็ก?
ลองจินตนาการตามหมอว่า ในแต่ละวันของเล่นหนึ่งชิ้นต้องผ่านอะไรบ้าง ทั้งโดนโยนลงพื้น คราบเหงื่อจากมือน้อยๆ และที่สำคัญที่สุดคือคราบน้ำลายจากการกัดและอม สิ่งเหล่านี้คือแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียและไวรัส โดยเฉพาะไวรัสกลุ่มเอนเทอโรที่ก่อโรคมือเท้าปาก หรือโรตาไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ซึ่งเชื้อเหล่านี้สามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวสิ่งของได้นานหลายชั่วโมงจนถึงหลายวัน
การปัดฝุ่นหรือเช็ดด้วยผ้าแห้งทั่วไปเพียงแค่ขจัดคราบฝุ่นที่มองเห็นด้วยตาเปล่า แต่ไม่ได้ช่วยลดจำนวนเชื้อโรคที่เกาะติดอยู่ การใส่ใจทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นการตัดวงจรเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกายของลูกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
วิธีดูแลของเล่นแต่ละประเภทให้สะอาดและไม่พังเสียหาย
ของเล่นเด็กในยุคนี้ทำจากวัสดุที่หลากหลายมาก หมออยากเน้นย้ำว่าเราไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันล้างของเล่นทุกชิ้นได้ เพราะนอกจากจะทำให้ของเล่นพังเสียหายแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายแฝง เช่น เชื้อราสะสมในเนื้อไม้ หรือสนิมในชิ้นส่วนโลหะและวงจรไฟฟ้า
ของเล่นพลาสติกและซิลิโคน: ล้างง่ายแต่ต้องระวังเรื่องความร้อน
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ดูแลรักษาง่ายที่สุด หากเป็นของเล่นพลาสติกธรรมดาที่ไม่มีกลไกไฟฟ้าหรือใส่ถ่าน สามารถล้างด้วยน้ำยาล้างขวดนมเด็กและน้ำอุ่นได้เลย โดยใช้แปรงขนนุ่มช่วยขัดตามซอกมุม จากนั้นล้างน้ำสะอาดให้หมดจด
ข้อควรระวังคือ ของเล่นพลาสติกบางชนิดไม่สามารถทนความร้อนสูงได้ การนำไปต้มหรือเข้าเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อโดยไม่ได้ตรวจสอบสัญลักษณ์ทนความร้อน อาจทำให้พลาสติกบิดเบี้ยวหรือปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตรายออกมาได้
ของเล่นไม้: หลีกเลี่ยงความชื้นสะสมที่เป็นแหล่งเพาะเชื้อรา
ไม้เป็นวัสดุธรรมชาติที่มีรูพรุนและดูดซับความชื้นได้ง่าย หมอไม่แนะนำให้นำของเล่นไม้ไปแช่น้ำหรือล้างน้ำโดยตรงเด็ดขาด เพราะจะทำให้เนื้อไม้บวมและเกิดเชื้อราลึกข้างใน ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของเด็กเมื่อหยิบเข้าปาก
วิธีที่ปลอดภัยคือการใช้ผ้าชุบน้ำผสมสบู่อ่อนๆ บิดหมาดที่สุดเช็ดทำความสะอาดให้ทั่ว แล้วตามด้วยผ้าแห้งทันที จากนั้นนำไปผึ่งลมในที่ร่มจนแห้งสนิท หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดเพราะอาจทำให้เนื้อไม้แตกหรือสีลอกพังได้
ของเล่นผ้าและตุ๊กตานุ่มนิ่ม: แหล่งสะสมไรฝุ่นและคราบน้ำลาย
ตุ๊กตาผ้าและหนังสือผ้าเป็นตัวดูดซับน้ำลายและเหงื่อของลูกได้ดีที่สุด หากปล่อยทิ้งไว้นอกจากจะสกปรกแล้วยังกลายเป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่นที่เป็นตัวกระตุ้นโรคภูมิแพ้และหอบหืด
หากป้ายกำกับระบุว่าสามารถซักเครื่องได้ แนะนำให้ใส่ในถุงซักถนอมผ้า ซักด้วยน้ำยาซักผ้าเด็ก และเลือกโปรแกรมซักรอบต่ำ หากต้องการกำจัดไรฝุ่น การซักด้วยน้ำอุ่นที่อุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียสจะช่วยฆ่าเชื้อได้ดีที่สุด จากนั้นตากแดดให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันกลิ่นอับชื้นและการก่อตัวของเชื้อรา
ขั้นตอนการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อของเล่นอย่างถูกวิธีและปลอดภัย
หมอมักจะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่แยกแยะระหว่างสองคำนี้เสมอ นั่นคือ "การทำความสะอาด" (ขจัดคราบสิ่งสกปรกที่มองเห็น) และ "การฆ่าเชื้อ" (ทำลายเชื้อโรคที่มองไม่เห็น) ซึ่งการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อของเล่นที่มีประสิทธิภาพควรทำควบคู่กันตามขั้นตอนต่อไปนี้
- ขั้นตอนที่ 1: ขจัดคราบสกปรกเบื้องต้น ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือใช้ผ้าเปียกเช็ดฝุ่นและคราบเหนียวออกก่อน
- ขั้นตอนที่ 2: ล้างด้วยสารทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน ใช้น้ำยาล้างขวดนมหรือน้ำยาล้างจานสูตรเด็กผสมน้ำอุ่นขัดถูชิ้นส่วนต่างๆ
- ขั้นตอนที่ 3: ขั้นตอนการฆ่าเชื้อ สำหรับของเล่นที่ทนความร้อนได้ดี การนึ่งด้วยเครื่องนึ่งขวดนมเป็นวิธีที่ดีมาก ส่วนของเล่นที่ไม่ทนความร้อน สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดอาหาร (Food Grade) เช็ดแล้วปล่อยให้ระเหยจนแห้งสนิท
- ขั้นตอนที่ 4: ล้างน้ำสะอาดและผึ่งลม หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี ควรล้างน้ำสะอาดซ้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ แล้วนำไปผึ่งบนตะแกรงในที่อากาศถ่ายเทสะดวกจนแห้งสนิทก่อนส่งคืนมือลูกน้อย
น้ำยาทำความสะอาดแบบไหน ปลอดภัยต่อลูกน้อยมากที่สุด?
น้ำยาเคมีรุนแรง เช่น น้ำยาฟอกขาว แม้จะฆ่าเชื้อโรคได้ดีมาก แต่อาจทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังและระบบทางเดินอาหารของเด็กหากลูกหยิบของเล่นเข้าปากทันที หมอแนะนำให้เลือกใช้สารทำความสะอาดทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า ดังนี้
- น้ำยาทำความสะอาดสูตรสำหรับเด็กโดยเฉพาะ: มองหาผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง (Hypoallergenic)
- น้ำส้มสายชูกลั่นธรรมชาติ: ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 เป็นสารธรรมชาติที่ช่วยขจัดคราบมันและลดจำนวนแบคทีเรียได้ดี แต่ต้องล้างน้ำสะอาดซ้ำเพื่อลดกลิ่นฉุน
- แอลกอฮอล์ 70% (Isopropyl Alcohol): เหมาะสำหรับเช็ดพื้นผิวของเล่นพลาสติกหรือของเล่นที่มีกล่องเสียงและใส่ถ่าน เพราะระเหยแห้งได้เร็วมากและไม่ทิ้งคราบน้ำสะสมในระบบกลไก
ควรทำความสะอาดของเล่นบ่อยแค่ไหนดี?
ความถี่ในการดูแลสุขอนามัยของเล่นไม่มีตัวเลขตายตัว แต่หมอมีแนวทางง่ายๆ มาให้คุณพ่อคุณแม่ประเมินตามลักษณะการใช้งานจริงดังนี้
ทำความสะอาดทุกวัน: สำหรับของเล่นที่ลูกรักใช้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มยางกัดหรือของเล่นสำหรับเด็กเล็กช่วงวัยคันเหงือกที่มักหยิบเข้าปากตลอดเวลา
ทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้ง: สำหรับของเล่นทั่วไปในบ้านที่ไม่ได้นำเข้าปากบ่อย หรือของเล่นที่ตั้งโชว์ในห้องนั่งเล่น
ทำความสะอาดทันที: เมื่อมีเด็กคนอื่นมาร่วมเล่นด้วย หรือหลังจากที่ลูกเพิ่งหายป่วยจากไข้หวัด ท้องเสีย หรือโรคติดต่ออื่นๆ เพื่อป้องกันการรับเชื้อซ้ำและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปยังสมาชิกคนอื่นในครอบครัว
การจัดเวลาเพียงเล็กน้อยในการดูแลสุขอนามัยของเล่นเหล่านี้ จะช่วยสร้างพื้นที่เล่นที่ปลอดภัยและช่วยให้ลูกรักเติบโตอย่างแข็งแรง มีพัฒนาการที่สมวัยห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บรอบตัว