ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเราแค่ขี้กังวลตามวัย หรือกำลังป่วยเป็นโรควิตกกังวลกันแน่?

เวลาเห็นลูกนั่งกังวลเรื่องการบ้าน เรื่องกลัวสอบตก หรือกังวลว่าพ่อแม่จะมารับช้า คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของเด็กที่กำลังเติบโต แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีเด็กหลายคนที่มีความกังวลมากเกินกว่าเหตุ จนมันเริ่มกัดกินความสุขในวัยเด็ก รบกวนการนอน และทำให้เขาไม่มีสมาธิกับการเรียน อาการแบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องคิดมากชั่วคราว แต่มันอาจเป็นสัญญาณของโรควิตกกังวลทั่วไปในเด็กที่พวกเราในฐานะคนใกล้ชิดต้องหันมาทำความเข้าใจอย่างจริงจัง

สัญญาณเตือนจากลูกน้อย: สังเกตอย่างไรว่าความเครียดไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

เด็กๆ มักจะไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่อึดอัดข้างในคืออะไร เขาไม่มานั่งบอกหรอกว่าฉันกำลังเครียดนะ แต่ร่างกายและพฤติกรรมของเขาจะฟ้องออกมาแทน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการเหล่านี้ได้จากชีวิตประจำวัน

อาการทางกายที่หาหมอตรวจไม่เจอแต่ลูกบ่นปวดจริง

ลูกมักจะมาสะิดสะดิ้งปวดท้อง ปวดหัว คลื่นไส้ หรือใจสั่นบ่อยๆ โดยเฉพาะในวันที่ต้องไปโรงเรียน หรือก่อนทำกิจกรรมอะไรใหม่ๆ พาไปตรวจร่างกายกับคุณหมอเด็กก็ไม่พบความผิดปกติทางกายใดๆ นั่นเป็นเพราะความกังวลในใจมันแสดงออกมาเป็นอาการทางร่างกายนั่นเอง

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป: ขี้กังวล ขี้กลัว และนอนไม่หลับ

เด็กกลุ่มนี้มักจะคิดล่วงหน้าไปไกลถึงเรื่องแย่ๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้น เช่น กลัวพ่อแม่เป็นอันตราย กลัวทำของพัง กลัวทำอะไรไม่ดีพอจนคนอื่นจะหัวเราะเยาะ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ หลับยาก ตื่นกลางดึก หรือฝันร้ายบ่อยๆ จนตื่นมาแล้วรู้สึกอ่อนเพลีย

ทำไมเด็กตัวแค่นี้ถึงเครียดและกังวลได้ขนาดนี้?

หลายคนชอบตั้งคำถามว่าเด็กสมัยนี้สบายจะตาย ทำไมถึงเครียดเก่งจัง ความจริงแล้วสาเหตุของโรควิตกกังวลทั่วไปในเด็กมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งเรื่องของสารสื่อประสาทในสมองที่อาจจะไม่สมดุล กรรมพันธุ์ที่มีคนในครอบครัวเคยมีภาวะวิตกกังวล และที่สำคัญคือสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นความกดดันเรื่องการเรียน บรรยากาศในครอบครัวที่มีความขัดแย้ง หรือการเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนใจบางอย่าง

วิธีช่วยลูกคลายความกังวลจากบ้านเราเอง

การช่วยเหลือเด็กที่เป็นโรควิตกกังวล ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงมือจิตแพทย์อย่างเดียว การเริ่มต้นจากความเข้าใจและการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยในบ้านคือยาวิเศษที่ดีที่สุด

  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน: เวลาลูกบอกว่ากลัวอะไร อย่าเพิ่งไปบอกว่าเรื่องแค่นี้เองทำไมต้องกลัว แต่ให้ยอมรับความรู้สึกเขาก่อน เช่น พ่อแม่รู้ว่าลูกกำลังกลัวนะ อยู่ตรงนี้ปลอดภัยแล้ว
  • ฝึกการหายใจและการผ่อนคลาย: สอนให้ลูกหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มมีอาการตื่นตระหนก เพื่อช่วยดึงสติกลับมาที่ร่างกาย
  • จัดตารางเวลาให้สมดุล: ลดความคาดดันเรื่องการเรียนหรือกิจกรรมเสริมที่แน่นเกินไป ให้ลูกมีเวลาว่างสำหรับเล่นอิสระบ้าง

เมื่อไหร่ที่ควรพาเด็กไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น?

ถ้าคุณพ่อคุณแม่ลองปรับวิธีที่บ้านแล้ว อาการของลูกยังไม่ดีขึ้น หรือความกังวลเริ่มรุนแรงจนลูกไม่ยอมไปโรงเรียน น้ำหนักลดลงเพราะกินไม่ได้ หรือมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง ถือเป็นสัญญาณด่วนที่ต้องพาไปพบผู้เชี่ยวชาญ การรักษาในปัจจุบันมีทั้งการพูดคุยบำบัดจิตวิทยาเพื่อให้เด็กเรียนรู้รับมือกับความคิดของตัวเอง และในบางเคสที่คุณหมอประเมินแล้วว่าจำเป็นจริงๆ การใช้ยาปรับสมดุลสารสื่อประสาทในสมองร่วมด้วยก็จะช่วยให้เด็กกลับมามีความสุขในวัยเด็กได้เร็วขึ้นครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down