ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกมาหาหมอที่คลินิกด้วยเรื่องโรคภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้อากาศ หอบหืด หรือแพ้อาหาร คำถามยอดฮิตที่หม่อมักจะได้ยินเสมอคือ โรคนี้จะติดตัวเขาไปจนโตไหม หรือลูกจะหายจากอาการแพ้เหล่านี้ได้หรือเปล่า ในฐานะหมอเด็กและคนที่ดูแลครอบครัวมานาน ย่อมเข้าใจดีว่าความกังวลใจนี้มันมากแค่ไหน เพราะไม่มีพ่อแม่อยากเห็นลูกต้องพ่นยาหรือคอยระวังเรื่องอาหารกินไปตลอดชีวิต

ข่าวดีก็คือ ธรรมชาติของโรคภูมิแพ้ในเด็กหลายชนิดไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดรอดฝั่ง ร่างกายของเด็กๆ มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ภูมิคุ้มกันของเขาก็เช่นกัน แต่การที่เราจะรู้ว่าลูกหลุดพ้นจากอาการแพ้แล้วหรือยัง หรือถึงเวลาที่ต้องลองให้เขากลับไปกินอาหารที่เคยแพ้ได้หรือยังนั้น เราไม่สามารถเดาเอาเองได้ครับ จำเป็นต้องอาศัย การตรวจติดตามอาการและการประเมินซ้ำ กับแพทย์อย่างเป็นระบบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวเด็กเอง

ภูมิแพ้ในเด็กโตขึ้นแล้วหายได้จริงหรือ? มาทำความเข้าใจธรรมชาติของโรคกัน

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า โรคภูมิแพ้ไม่ได้เป็นก้อนหินก้อนใหญ่ที่ฝังแน่นอยู่ในตัวเด็กไปตลอด ในเด็กเล็ก ระบบทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกันยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์เต็มที่ ทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย เช่น แพ้นมวัว แพ้ไข่ หรือมีผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบ แต่พอเด็กโตขึ้น ลําไส้เริ่มแข็งแรงขึ้น ภูมิต้านทานเริ่มเข้าที่เข้าทาง อาการแพ้เหล่านี้หลายอย่างจึงค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองได้

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ อาการแพ้นมวัวหรือไข่ในเด็กเล็ก ส่วนใหญ่กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์จะหายได้เองเมื่อเด็กอายุเข้าสู่วัยเรียน ส่วนภูมิแพ้อากาศหรือหอบหืด แม้บางคนอาจจะติดตัวไปจนโต แต่ความรุนแรงของอาการมักจะลดลง หรือควบคุมได้ง่ายขึ้นมากถ้ารู้จักวิธีดูแลที่ถูกต้องตามช่วงวัย

ทำไมการพามาตรวจติดตามอาการกับหมอถึงสำคัญกว่าที่คิด

พ่อแม่หลายคนอาจคิดว่า ถ้าลูกไม่มีอาการกำเริบ ก็น่าจะหายแล้ว หรือถ้ายังแพ้อยอยู่ก็แค่เลี่ยงต่อไปเรื่อยๆ ไม่น่าจะต้องมาหาหมอบ่อยๆ แต่ในความเป็นจริง การปล่อยให้เด็กหลีกเลี่ยงอาหารหรือสิ่งแวดล้อมบางอย่างไปตลอดโดยไม่มีการประเมินซ้ำ อาจส่งผลเสียหลายอย่าง เช่น ลูกขาดสารอาหารที่จำเป็นจากการงดอาหารโดยไม่จำเป็น หรือเด็กมีความวิตกกังวลเวลาต้องกินอาหารนอกบ้าน

การนัดเด็กมาตรวจติดตามอาการตามกำหนด จึงเป็นโอกาสสำคัญที่หมอจะได้ประเมินว่า ภูมิคุ้มกันของลูกเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนแล้ว และถึงเวลาที่เหมาะสมในการทดสอบความทนทานต่อสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นหรือยัง เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดในการใช้ชีวิตของเด็กให้กลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด

เช็คลิสต์ช่วงวัยสำคัญ: เมื่อไหร่ควรกลับมาประเมินซ้ำเรื่องภูมิแพ้อาหาร

การประเมินซ้ำไม่ได้ทำสุ่มสี่สุ่มห้า แต่จะมีช่วงอายุและเกณฑ์เวลาที่แพทย์ใช้พิจารณา เพื่อความปลอดภัยของเด็ก:

  • เด็กเล็กกลุ่มแพ้นมวัวหรือไข่: หมอมักจะนัดมาประเมินซ้ำและพิจารณาทำ Oral Food Challenge หรือการทดสอบการกินอาหารภายใต้การดูแลของแพทย์ทุกๆ 1 ถึง 2 ปี เพื่อดูว่าลำไส้และภูมิต้านทานพร้อมรับอาหารนั้นหรือยัง
  • เด็กโตกลุ่มแพ้อาหารทะเลหรือถั่วลิสง: อาการแพ้กลุ่มนี้มักจะอยู่ติดตัวไปจนโตมากกว่ากลุ่มแรก การประเมินซ้ำจึงต้องอาศัยการเจาะเลือดตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันเฉพาะเจาะจง (Specific IgE) ร่วมกับการพิจารณาประวัติการได้รับอาหารโดยไม่ตั้งใจ

การตรวจประเมินซ้ำทำอย่างไรบ้าง ไม่เจ็บอย่างที่คิด

เวลาพาลูกมาตรวจประเมินซ้ำที่คลินิก คุณพ่อคุณแม่อาจกังวลว่าลูกจะต้องโดนเจาะเลือดหรือทดสอบอะไรที่ทรมานหรือเปล่า หมอขออธิบายให้สบายใจเลยครับว่า ขั้นตอนหลักๆ จะเริ่มจากการพูดคุยซักประวัติอย่างละเอียดก่อนว่า ช่วงปีที่ผ่านมาลูกเผลอไปโดนหรือกินอะไรที่เป็นสารก่อภูมิแพ้เข้าไปบ้างไหม และมีอาการแสดงออกอย่างไร

หลังจากนั้น แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการตรวจที่เหมาะสม เช่น การเจาะเลือดดูระดับภูมิคุ้มกัน หรือในบางกรณีที่อาการดีขึ้นมากแล้ว อาจมีการนัดมาทดสอบการกินอาหารในปริมาณทีละน้อยภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดในสถานพยาบาล เพื่อความปลอดภัยหากเกิดอาการแพ้เฉียบพลันขึ้นมาจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที

สัญญาณเตือนแบบไหน ที่บอกว่าภูมิแพ้ของลูกเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ในระหว่างที่รอเวลานัดพบแพทย์ คุณพ่อคุณสามารถสังเกตสัญญาณรอบตัวลูกด้วยตัวเองได้เช่นกัน ซึ่งมักจะบ่งบอกว่าระบบภูมิแพ้กำลังปรับตัวดีขึ้น:

  • อาการลดความรุนแรงลง: จากเดิมที่กินนิดเดียวแล้วปากบวมผื่นขึ้น เปลี่ยนเป็นกินแล้วมีอาการน้อยลง หรือแค่คันยิบๆ เล็กน้อย
  • ใช้ยาน้อยลง: ยาพ่นจมูก ยาแก้แพ้ หรือยาทาผิวหนังที่เคยต้องใช้ทุกวัน เริ่มเว้นระยะห่างออกไปได้โดยที่อาการไม่กำเริบ
  • ร่างกายเติบโตสมวัย: ลูกมีความอยากอาหาร กินอาหารได้หลากหลายขึ้น และน้ำหนักส่วนสูงเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ปกติ ไม่แคระแกร็นจากการจำกัดอาหารเกินความจำเป็น

ท้ายที่สุดนี้ โรคภูมิแพ้ในเด็กไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเราเข้าใจธรรมชาติของโรคและไม่ละเลยการพามาพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อเด็กโตขึ้น ร่างกายของเขาจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้น และหน้าที่ของคนเป็นหมอกับพ่อแม่คือการช่วยกันประคับประคอง พาเขาเดินผ่านช่วงเวลาที่แพ้ง่าย ไปสู่การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงพร้อมใช้ชีวิตในโลกกว้างได้อย่างมั่นใจครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down