มีคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาหาหมอที่คลินิกด้วยท่าเดินก้มตัว เอามือกุมสะโพกไว้ตลอดเวลา พร้อมกับระบายความในใจว่า ทนทรมานกับอาการปวดหลังร้าวลงขามาเป็นเดือนๆ จะลุกจะนั่งก็แสนลำบาก บางคนแค่นอนพลิกตัวตอนกลางคืนก็เจ็บจนต้องสะดุ้งตื่น สิ่งที่หมอได้ยินบ่อยที่สุดคือ ความกลัวว่าตัวเองจะต้องผ่าตัด เพราะในความคิดของคนส่วนใหญ่นั้น การผ่าตัดกระดูกสันหลังมักจะมาพร้อมกับการต้องนอนซมอยู่บนเตียงนานเป็นเดือนๆ หรือกลัวว่าจะกลับมาเดินไม่ได้เหมือนเดิม
แต่หมออยากให้คนไข้ทุกคนสบายใจขึ้น เพราะในปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปไกลมาก ความกังวลเรื่องแผลผ่าตัดยาวๆ หรือการต้องพักฟื้นเป็นเวลานานจะหมดไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยให้เรากลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างรวดเร็ว
ทำไมอาการปวดหลังร้าวลงขา ถึงทำให้เราใช้ชีวิตทรมานขนาดนี้
ก่อนที่เราจะไปพูดถึงเรื่องการรักษา หมออยากชวนมาเข้าใจกลไกของร่างกายเรากันก่อน กระดูกสันหลังของเราเปรียบเสมือนเสาหลักของบ้าน และตรงกลางจะมีช่องทางเดินของเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณไปยังขาทั้งสองข้าง ระหว่างกระดูกแต่ละข้อจะมี หมอนรองกระดูก ซึ่งทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพคอยรับแรงกระแทก
เมื่อเราใช้งานหลังหนักเกินไป นั่งทำงานผิดท่าเป็นเวลานาน หรือเสื่อมสภาพตามวัย หมอนรองกระดูกนี้อาจจะปลิ้นหรือแตกออกมา จนไปเบียดทับเส้นประสาทที่อยู่ข้างๆ ส่งผลให้เกิดอาการปวดแปลบคล้ายไฟช็อต ร้าวจากสะโพกลงไปถึงน่องหรือปลายเท้า บางคนอาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าเส้นประสาทกำลังถูกทำร้ายอย่างรุนแรง
เมื่อการผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่ไม่ใช่ทางเลือกเดียวอีกต่อไป
ในยุคก่อน หากคนไข้ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาหรือการทำกายภาพบำบัด วิธีการมาตรฐานคือการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ตรงกลางหลัง เพื่อเข้าไปเลาะกล้ามเนื้อและดึงหมอนรองกระดูกที่กดทับออก วิธีนี้ทำให้คนไข้เสียเลือดค่อนข้างมาก และกล้ามเนื้อรอบๆ กระดูกสันหลังจะบอบช้ำ ส่งผลให้หลังผ่าตัดคนไข้จะรู้สึกเจ็บแผลและต้องใช้เวลาพักฟื้นนานหลายสัปดาห์
ด้วยเหตุนี้ ทางเลือกสำคัญอย่าง การรักษาโรคกระดูกสันหลังด้วยเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก จึงเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์การรักษาของคนไข้ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นการผ่าตัดที่มุ่งเน้นการรบกวนเนื้อเยื่อปกติให้น้อยที่สุด เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดและเจ็บตัวน้อยที่สุด
เจาะลึกการผ่าตัดผ่านกล้อง แผลเล็กจิ๋วเท่าปลายนิ้วก้อย
การรักษาโรคกระดูกสันหลังด้วยเทคนิคนี้ หมอจะใช้กล้องเอ็นโดสโคป (Endoscope) ซึ่งเป็นกล้องพิเศษที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ใส่ผ่านแผลผ่าตัดขนาดเล็กประมาณ 0.5 ถึง 0.8 เซนติเมตร เท่านั้นเอง (ขนาดพอๆ กับยางลบปลายดินสอ)
ที่ปลายกล้องจะมีเลนส์รับภาพและไฟส่องสว่าง ส่งสัญญาณภาพความละเอียดสูงขึ้นไปยังจอภาพในห้องผ่าตัด ทำให้หมอสามารถมองเห็นเส้นประสาทที่โดนกดทับ และโครงสร้างกระดูกสันหลังได้อย่างชัดเจนและขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าตัว จากนั้นหมอจะใช้เครื่องมือขนาดเล็กพิเศษสอดผ่านกล้องเข้าไปเพื่อนำส่วนของหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นทับเส้นประสาทออก โดยแทบไม่ต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อดีๆ รอบข้างออกเลย
ส่องข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง ทำไมคนไข้ถึงฟื้นตัวได้เร็วทันตาเห็น
จากการดูแลคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก หมอมักจะเห็นรอยยิ้มของคนไข้ตั้งแต่เช้าวันรุ่งขึ้นหลังผ่าตัด เนื่องจากข้อดีหลายประการดังนี้
- ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดน้อยลงมาก: เนื่องจากไม่มีการตัดเลาะกล้ามเนื้อหลังเป็นบริเวณกว้าง อาการระบมแผลจึงน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด
- เสียเลือดน้อยมาก: แผลผ่าตัดที่มีขนาดเล็กและการใช้กล้องที่เห็นรายละเอียดชัดเจน ช่วยให้การสูญเสียเลือดระหว่างผ่าตัดมีน้อยมาก จนบางครั้งไม่จำเป็นต้องรับเลือดเลย
- ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ: แผลขนาดเล็กทำให้อัตราการติดเชื้อหลังผ่าตัดลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่
- ฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ไว: คนไข้ส่วนใหญ่สามารถลุกยืนและหัดเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด และสามารถกลับบ้านได้ภายใน 1-2 วัน ช่วยลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก
หลังผ่าตัดผ่านกล้องต้องดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อให้หลังกลับมาแข็งแรงเต็มร้อย
แม้ว่าการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กจะช่วยให้ฟื้นตัวได้ไว แต่หมอก็มักจะเน้นย้ำกับคนไข้เสมอว่า เนื้อเยื่อภายในและเส้นประสาทที่เคยโดนกดทับยังต้องการเวลาในการฟื้นฟูตัวเอง ดังนั้นการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดจึงสำคัญไม่แพ้กัน
ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
ควรหลีกเลี่ยงการก้มตัว บิดตัว หรือยกของหนัก และพยายามไม่นั่งแช่อยู่กับที่เป็นเวลานานเกินไป ควรลุกขึ้นมาเดินบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและช่วยให้เส้นประสาทฟื้นตัวได้ดีขึ้น สำหรับแผลผ่าตัดในปัจจุบันมักจะเย็บด้วยไหมละลายหรือใช้กาวพิเศษปิดแผล ทำให้การดูแลแผลง่ายขึ้นมาก แต่ยังคงต้องรักษาความสะอาดและหลีกเลี่ยงการโดนน้ำโดยตรงตามคำแนะนำของแพทย์
ระยะยาวเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
เมื่อแผลหายดีแล้ว การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่ช่วยพยุงกระดูกสันหลัง และช่วยลดแรงกดทับที่จะเกิดขึ้นกับหมอนรองกระดูกข้ออื่นๆ ในอนาคต
สุดท้ายนี้ หมออยากฝากไว้ว่า อาการปวดหลังเรื้อรังร้าวลงขาไม่ใช่เรื่องที่เราต้องทน ยิ่งปล่อยไว้นาน เส้นประสาทอาจจะเสียหายจนยากจะฟื้นฟูกลับมาได้ หากลองรักษาด้วยวิธีประคับประคองแล้วไม่ดีขึ้น การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อพูดคุยถึงแนวทางการรักษาด้วยเทคโนโลยีแผลเล็ก อาจเป็นกุญแจสำคัญที่คืนชีวิตที่ไร้ความเจ็บปวดและอิสระในการเคลื่อนไหวกลับคืนมาให้เราอีกครั้ง