ลูกไอแห้งๆ ทุกครั้งหลังนอน หรือไอเรื้อรังจนน่าห่วง เป็นเพราะอะไรกันแน่นะ?
เวลาลูกน้อยนอนหลับแล้วมีอาการไอแห้งๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือช่วงเช้ามืด คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักจะนึกถึงหวัด ภูมิแพ้ หรือหอบหืดเป็นอันดับแรก แต่จากประสบการณ์ที่ตรวจคนไข้ตัวเล็กที่คลินิกอยู่บ่อยครั้ง หมอพบว่ามีอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ถูกมองข้ามไปบ่อยมาก นั่นก็คือ ภาวะกรดไหลย้อนในทารกและเด็กเล็ก ซึ่งไม่ได้แสดงออกแค่อาการแหวะนมอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่อาการไอเรื้อรังนี่แหละคือสัญญาณเตือนที่ซ่อนอยู่
ทำไมกรดในกระเพาะถึงทำให้เด็กๆ ไอได้ล่ะหมอ?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองนึกถึงระบบย่อยอาหารของเจ้าตัวเล็กดูครับ กล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลายหลอดอาหารของเด็กๆ ยังพัฒนาตัวได้ไม่เต็มที่ ทำให้กรดหรือนมในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาตามหลอดอาหารได้ง่าย เวลาที่เด็กนอนราบ เจ้ากรดตัวนี้ก็จะไหลย้อนขึ้นมาใกล้ๆ กับกล่องเสียงและหลอดลม ซึ่งมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากๆ พอกรดไปโดนเยื่อบุทางเดินหายใจ ก็จะไปกระตุ้นให้เกิดอาการสำลัก แสบคอ และเกิด reflex ทำให้ลูกไอออกมาเพื่อเคลียร์ทางเดินหายใจนั่นเองครับ
สังเกตอย่างไรดี ว่าอาการไอของลูกมาจากกรดไหลย้อนแน่ๆ
อาการไอจากเรื่องนี้จะมีลักษณะเฉพาะตัวพอสมควรที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของลูกครับ:
- ไอช่วงนอนราบหรือหลังตื่นนอนทันที: มักจะไอชุดใหญ่หลังจากวางลูกนอนลงไปได้ไม่นาน หรือไอถี่ๆ ตอนตื่นนอนตอนเช้า
- มีเสียงครืดคราดในลำคอ: ฟังดูเหมือนมีเสมหะตลอดเวลาแม้ว่าจะไม่ได้เป็นหวัด
- แหวะนมบ่อยหรืออาเจียนพุ่ง: ในเด็กเล็กอาจจะเห็นชัดเจน แต่ในเด็กโตอาจจะมีอาการเรอเปรี้ยว บ่นแสบร้อนกลางอก หรือเจ็บคอตอนตื่น
- กระสับกระส่ายเวลากินนม: งอแงระหว่างกิน หรือกินๆ หยุดๆ เหมือนเจ็บคอหรือแน่นท้อง
- น้ำหนักตัวขึ้นน้อยกว่าเกณฑ์: เนื่องจากสูญเสียพลังงานและสารอาหารจากการแหวะนมบ่อย
วิธีดูแลเบื้องต้นและการปรับพฤติกรรมเพื่อช่วยลดอาการไอจากกรดไหลย้อน
ข่าวดีคืออาการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะดีขึ้นได้เองตามธรรมชาติเมื่อระบบย่อยอาหารของลูกโตเต็มที่ครับ ระหว่างนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ด้วยวิธีง่ายๆ เหล่านี้
ปรับท่าทางการนอนและการอุ้มเรอให้ถูกวิธี
หลังมื้อนมทุกครั้ง สิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือการอุ้มลูกเรออย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที และสำหรับเด็กเล็กที่เริ่มนอนราบแล้วมีอาการไอตอนกลางคืน คุณหมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เรื่องการปรับระดับเตียงนอนส่วนหัวให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมา แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในการนอนของทารกไม่ให้ใช้หมอนหนุนสูงเกินไปจนเสี่ยงต่อภาวะ SIDS
แบ่งมื้ออาหารให้เล็กลงแต่บ่อยขึ้น
การให้ลูกกินนมหรืออาหารปริมาณมากๆ ในมื้อเดียว จะทำให้กระเพาะอาหารขยายตัวมากเกินไปและดันให้หูรูดเปิดออก การเปลี่ยนมาให้ปริมาณน้อยลงแต่เพิ่มความถี่ในการกิน จะช่วยให้กระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้นและลดโอกาสการไหลย้อนได้มาก
อาการแบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
แม้ว่าภาวะนี้ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรงและหายได้เองตามวัย แต่หากลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรพามาพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ตรงจุดครับ:
- ไอเรื้อรังติดต่อกันนานเกิน 2 ถึง 3 สัปดาห์โดยหาสาเหตุอื่นไม่พบ
- ลูกไอจนอาเจียน หน้าดำหน้าแดง หรือมีอาการหอบเหนื่อยร่วมด้วย
- น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ หรือน้ำหนักลดลง
- มีไข้สูง หรือไอมีเสมหะปนเลือด ซึ่งอาจบ่งบอกถึงโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ
การดูแลเด็กที่มีอาการไอเรื้อรังจากกรดไหลย้อนต้องอาศัยความเข้าใจและความอดทนของคุณพ่อคุณแม่พอสมควรครับ หากลองปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น การมาพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำหรือยาปรับการเคลื่อน
ของทางเดินอาหารที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก จะช่วยให้ลูกน้อยหายจากอาการทรมานและกลับมานอนหลับสบายได้อีกครั้งครับ