ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาลูกตัวร้อน น้ำมูกไหล หรือร้องกวนเพราะไม่สบายใจ พ่อแม่ทุกคนคงใจหายและอยากหายามาให้ลูกกินโดยเร็วที่สุด หลายบ้านมักจะมีตู้ยาประจำบ้านที่มีทั้งยาลดไข้ ยาแก้ไอ หรือยาแก้แพ้ติดไว้พร้อมสรรพ แต่รู้ไหมว่าการกะปริมาณยาเองตามความรู้สึก หรือการหยิบยาของผู้ใหญ่มาแบ่งให้เด็กกิน เป็นเรื่องที่อันตรายกว่าที่คิด เพราะร่างกายของเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ย่อส่วน ระบบการทำงานของตับ ไต และการดูดซึมยาของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ การมีความรู้เรื่องความสำคัญของการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนให้ยาเด็ก จึงเป็นเกราะป้องกันด่านแรกที่ช่วยให้ลูกปลอดภัยจากผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด

ทำไมเด็กถึงกินยาตามผู้ใหญ่ไม่ได้?

หลายคนอาจคิดว่า แค่ลดปริมาณยาของผู้ใหญ่ลงครึ่งหนึ่งก็น่าจะให้เด็กกินได้แล้ว ในความเป็นจริง การทำแบบนั้นเสี่ยงมากครับ เพราะความเข้มข้นของตัวยาและน้ำหนักตัวของเด็กมีผลอย่างมากต่อการขับยาออกจากร่างกาย หากให้ยาผิดประเภทหรือผิดขนาด อาจทำให้เกิดพิษต่อตับและไต หรือในบางกรณี ตัวยาบางตัวอาจมีผลกดการหายใจของเด็กเล็กได้โดยที่เราคาดไม่ถึง

อันตรายใกล้ตัวจากการกะปริมาณยาเอง

ปัญหาที่หมอพบบ่อยในห้องตรวจคือ การใช้ช้อนชาหรือช้อนโต๊ะที่บ้านตักน้ำเชื่อมยา ซึ่งช้อนเหล่านี้มักมีขนาดไม่เท่ากัน ทำให้ปริมาณยาที่เด็กได้รับคลาดเคลื่อนไปจากที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ การซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อมาให้ลูกกินเองเมื่อเป็นหวัด ทั้งที่จริงแล้วเกิดจากเชื้อไวรัส ยาเหล่านี้จึงไม่ได้ช่วยให้ออาการดีขึ้นแถมยังสร้างเชื้อดื้อยาโดยไม่จำเป็น การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้งจึงช่วยคัดกรองความจำเป็นในการใช้ยาได้อย่างแม่นยำ

เมื่อไหร่ที่ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทันที

  • เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี: ไม่ควรซื้อยาแก้ไอ แก้หวัด หรือยาลดไข้ให้กินเองโดยเด็ดขาดหากยังไม่ผ่านการประเมินจากแพทย์
  • มีโรคประจำตัว: เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ หรือภาวะแพ้ยา ซึ่งต้องระมัดระวังตัวยาเป็นพิเศษ
  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน: หากให้ยาเบื้องต้นแล้วไข้ไม่ลด ซึมลง หรือหายใจหอบเหนื่อย ควรรีบพามาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

วิธีเตรียมข้อมูลก่อนคุยกับหมอหรือเภสัชกร

เพื่อให้การจ่ายยาเป็นไปอย่างปลอดภัยและตรงจุดที่สุด เวลาที่พาลูกไปพบแพทย์หรือเดินไปปรึกษาพี่ๆ เภสัชกรที่ร้านขายยา พ่อแม่ควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้พร้อม

  • น้ำหนักตัวปัจจุบันของเด็ก เพราะขนาดยาคำนวณตามน้ำหนัก ไม่ใช่ตามอายุ
  • อาการเริ่มต้นและระยะเวลาที่เป็น
  • ประวัติการแพ้ยา หรือแพ้อาหารของเด็ก
  • ยาหรือวิตามินอื่นๆ ที่เด็กกำลังกินอยู่ในปัจจุบัน

ความรักความห่วงใยของคนเป็นพ่อเป็นแม่บางครั้งอาจทำให้เราลุิกลี้ลุกลนเวลาลูกป่วย แต่ตั้งสติสักนิด เช็คให้ชัวร์ทุกครั้งก่อนหยิบยาใส่ปากลูก การสละเวลาพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงแต่ช่วยให้ลูกหายป่วยไวขึ้น แต่ยังเป็นการปกป้องลูกน้อยจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์อีกด้วย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down