ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนเดินเข้ามานั่งคุยในห้องตรวจด้วยอาการแน่นหน้าอก นอนไม่หลับ ใจสั่น ปวดเมื่อยตามตัวโดยหาสาเหตุไม่พบ ตรวจร่างกายกับหมอหัวใจหรือหมอทางเดินอาหารมาหมดแล้ว ผลตรวจทุกอย่างปกติดีไม่มีโรคอะไร แต่พอลองคุยกันลึกๆ ถึงเรื่องราวชีวิตประจำวัน กลับพบว่าพวกเขากำลังแบกรับความกังวลเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือเรื่องคนรอบข้างไว้ตลอดเวลา แม้กระทั่งในเวลาที่ควรจะได้พักผ่อนสมองก็ยังคิดวนเวียนไม่หยุด นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของคนที่กำลังเผชิญกับโรควิตกกังวลทั่วไป ซึ่งไม่ใช่แค่ความเครียดธรรมดาที่เดี๋ยวเดียวก็หาย แต่เป็นภาวะที่สมองทำงานหนักเกินไปจนส่งผลเสียต่อร่างกายและคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง

โรควิตกกังวลทั่วไปคืออะไร ทำไมสมองถึงคิดมากตลอดเวลา

โรคนี้ในทางการแพทย์เรียกว่า Generalized Anxiety Disorder หรือเรียกสั้นๆ ว่า GAD เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมีความกังวลหรือกลัวในเรื่องต่างๆ มากเกินไปในระดับที่ควบคุมได้ยาก โดยเรื่องเหล่านั้นมักเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน เช่น กลัวทำงานไม่ทัน กลัวลูกไม่สบาย กลัวครอบครัวประสบอุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งกังวลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้น ความต่างระหว่างคนทั่วไปกับคนที่เป็นโรคนี้คือ สมองของคนที่เป็น GAD จะประเมินสถานการณ์รอบตัวว่าอันตรายหรือแย่กว่าความเป็นจริงเสมอ เปรียบเสมือนระบบสัญญาณกันขโมยในบ้านที่ดังขึ้นตลอดเวลา แม้จะไม่มีโจรขึ้นบ้านก็ตาม ทำให้ระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายพุ่งสูงอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง

เช็กตัวเองด่วน อาการแบบไหนที่เรียกว่าเข้าข่ายโรคนี้

ความกังวลไม่ใช่เรื่องแปลกมนุษย์ทุกคนต้องมีความรู้สึกนี้ แต่ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันนานเกิน 6 เดือน และเริ่มกระทบกับการใช้ชีวิต การทำงาน หรือการนอนหลับ อาจต้องเริ่มระวังตัวแล้ว

  • กังวลเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา: ควบคุมความคิดไม่ได้ ยิ่งพยายามหยุดคิด ยิ่งคิดวนเวียนหนักกว่าเดิม
  • ร่างกายตึงเครียดตลอดเวลา: กล้ามเนื้อเกร็ง ปวดคอ บ่า ไหล่ กำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
  • นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท: เข้านอนแต่หัวค่ำแต่นอนพลิกไปพลิกมาเพราะสมองยังคิดเรื่องงานหรือเรื่องอนาคต
  • หงุดหงิดง่ายและไม่มีสมาธิ: รู้สึกกระวนกระวายใจ ใจร้อน หรือสมองตื้อคิดงานไม่ออก
  • เหนื่อยล้าง่ายผิดปกติ: ตื่นมาก็รู้สึกเพลียเหมือนนอนไม่พอ ทั้งที่นอนไปหลายชั่วโมง

อาการทางกายที่ฟ้องว่าความเครียดกำลังทำร้ายร่างกาย

สิ่งที่เรามักจะเตือนคนไข้อยเสมอคือ ความวิตกกังวลไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในความคิด แต่มันแสดงออกมาทางร่างกายได้ชัดเจนมาก เนื่องจากระบบประสาทอัตโนมัติถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา อาการทางกายที่พบบ่อยได้แก่ แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม ใจสั่น คลื่นไส้ มวนท้อง ปวดท้องเรื้อรัง หรือมีอาการมือสั่นเหงื่อออกที่ฝ่ามือบ่อยๆ คนไข้หลายคนเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจหรือโรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง ไปหาหมอเฉพาะทางหลายรอบแต่ก็ไม่หาย จนกระทั่งได้มารักษากับจิตแพทย์และเริ่มจัดการกับความวิตกกังวล อาการทางกายเหล่านี้ถึงค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเอง

วิธีปรับสมดุลความคิดและคืนความสงบให้สมอง

การรักษาโรควิตกกังวลทั่วไปมีตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันไปจนถึงการพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม หากอาการยังไม่รุนแรงมาก คุณสามารถเริ่มดูแลตัวเองได้ด้วยวิธีเหล่านี้

  • ฝึกกำหนดลมหายใจเมื่อเริ่มกังวล: เมื่อรู้สึกว่าความคิดเริ่มตีกันยุ่งเหยิง ให้หยุดแล้วหายใจเข้าลึกๆ นับ 1 ถึง 4 กลั้นไว้แป๊บหนึ่ง แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ วิธีนี้ช่วยส่งสัญญาณบอกสมองส่วนกลางให้ลดการหลั่งฮอร์โมนความเครียดลงได้
  • กำหนดเวลาสำหรับความกังวล: ลองตั้งเวลาไว้เลยว่า วันนี้จะขออนุญาตเครียดหรือคิดเรื่องแย่ๆ แค่ช่วงเย็น 15 นาทีพอ หมดเวลานั้นแล้วต้องสลึงตาและดึงสติตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
  • ลดปริมาณคาเฟอีนและงดแอลกอฮอล์: กาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลัง กระตุ้นให้อาการใจสั่นและมือสั่นแย่ลงได้ ส่วนแอลกอฮอล์แม้จะช่วยให้เคลิ้มหลับง่ายแต่จะทำให้นอนไม่สนิทและตื่นมาวิตกกังวลมากกว่าเดิม
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: การขยับร่างกายช่วยเผาผลาญฮอร์โมนความเครียด และกระตุ้นให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขออกมาตามธรรมชาติ ช่วยให้นอนหลับได้ลึกขึ้น

เมื่อไหร่ควรเดินทางมาพบแพทย์เพื่อรับความช่วยเหลือ

หากคุณลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตัวเองแล้ว แต่ความกังวลยังคงกัดกินชีวิตประจำวัน ทำให้ทำงานไม่ได้ นอนไม่หลับติดต่อกันหลายสัปดาห์ หรือมีความรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่ การมาพบจิตแพทย์หรือแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปไม่ใช่เรื่องน่าอายและไม่ใช่เรื่องของคนอ่อนแอ การรักษาในปัจจุบันมีทั้งการพูดคุยบำบัดความคิดและพฤติกรรม ร่วมกับการใช้ยาปรับสารสื่อประสาทในสมอง ซึ่งเป็นยาที่ปลอดภัย ไม่ทำให้เสพติดหากใช้อย่างถูกต้องภายใต้คำแนะนำของแพทย์ การยอมรับความจริงและกล้าเปิดใจเข้ารับการรักษา จะช่วยดึงตัวคุณเองกลับมาจากความมืดมนในจิตใจ และทำให้คุณกลับมามีความสุขกับชีวิตประจำวันได้อีกครั้งอย่างแน่นอน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down