ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกมือชาตึงๆ โดยเฉพาะที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางบางส่วน หรือบางคืนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะอาการปวดร้าว ชาซ่านจนต้องลุกขึ้นมาสะบัดมือ พฤติกรรมเหล่านี้คือสัญญาณเตือนที่พบได้บ่อยมากในคนทำงานยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นสายออฟฟิศที่ต้องพิมพ์งาน พนักงานบริการที่ต้องใช้มือยกของ หรือแม้แต่คนที่ชอบเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน อาการเหล่านี้มักเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ
ทำไมอยู่ๆ ข้อมือถึงมีพังผืดมาทับเส้นประสาทได้?
ลองจินตนาการว่าบริเวณข้อมือของเรามีอุโมงค์เล็กๆ ที่ชื่อว่า Carpal Tunnel อุโมงค์นี้เป็นทางผ่านของเส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve) ซึ่งทำหน้าที่รับความรู้สึกบริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และเนื้อเยื่อเอ็นกล้ามเนื้ออีกหลายเส้น
เมื่อเราใช้ข้อมือในท่าเดิมๆ ซ้ำๆ หรือมีการเกร็งข้อมือต่อเนื่อง เยื่อหุ้มเอ็นในอุโมงค์จะเกิดการอักเสบ บวม และหนาตัวขึ้นจนกลายเป็นพังผืด แรงดันภายในอุโมงค์ข้อมือจึงสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าไปกดทับเส้นประสาทมีเดียน ทำให้สัญญาณประสาทส่งไปที่มือได้ไม่สะดวก จึงเกิดเป็นอาการชา ปวด และอ่อนแรงตามมา
เช็กอาการให้ชัวร์: มือชาแบบไหน ที่สงสัยว่าเข้าข่ายโรคนี้?
อาการของกลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือมักไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่มักค่อยๆ สะสมและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยมีจุดสังเกตสำคัญดังนี้
- ชาและปวดแสบปวดร้อน: มักเกิดที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และบางส่วนของนิ้วนาง โดยที่นิ้วก้อยมักจะไม่มีอาการเลย เพราะเส้นประสาทที่เลี้ยงนิ้วก้อยเป็นคนละเส้นกัน
- อาการกำเริบตอนกลางคืน: หลายคนตื่นขึ้นมาเพราะมือชาจนนอนต่อไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมาสะบัดมือ หรือห้อยมือลงข้างเตียงเพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
- มืออ่อนแรง ของหลุดมือง่าย: เมื่อเส้นประสาทถูกกดทับเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วโป้งจะเริ่มลีบเล็กลง ทำให้หยิบจับของชิ้นเล็กๆ ลำบาก ติดกระดุมเสื้อยาก หรือถือแก้วน้ำแล้วหลุดมือ
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูง และพฤติกรรมแบบไหนที่ทำร้ายข้อมือโดยไม่รู้ตัว?
กลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังพบได้บ่อยในกลุ่มคนต่อไปนี้
- คนที่ใช้ข้อมือกระแทกหรือกระดกข้อมือซ้ำๆ: เช่น ช่างทาสี ช่างแม่พิมพ์ แม่บ้านที่ต้องสับหมูหรือบิดผ้าแรงๆ พนักงานหั่นผัก หรือผู้ที่เล่นกีฬาใช้ไม้ตี
- หญิงตั้งครรภ์: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและการคั่งของน้ำในร่างกายช่วงตั้งครรภ์ ทำให้อุโมงค์ข้อมือบวมและกดทับเส้นประสาทได้ง่ายขึ้น
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว: เช่น เบาหวาน ไทรอยด์ทำงานต่ำ หรือรูมาตอยด์ โรคเหล่านี้ส่งผลให้เส้นประสาททนต่อแรงกดทับได้น้อยลง หรือเกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อได้ง่าย
หมอมีวิธีตรวจเช็กข้อมืออย่างไร ให้รู้แน่ชัดว่าเป็นพังผืดทับเส้นประสาท?
เวลามาพบหมอ นอกจากการสอบถามประวัติและลักษณะอาการชาแล้ว หมอจะทดสอบร่างกายเบื้องต้นที่สามารถทำได้ง่ายๆ ในห้องตรวจ
- การเคาะบริเวณข้อมือ (Tinel's sign): หมอจะใช้นิ้วเคาะเบาๆ ตรงบริเวณด้านหน้าข้อมือ หากมีเส้นประสาทถูกกดทับ คนไข้จะรู้สึกแปล๊บเหมือนไฟช็อตวิ่งไปที่ปลายเรียวนิ้ว
- การงอข้อมือชนกัน (Phalen's test): ให้คนไข้ยกหลังมือสองข้างมาชนกันในท่างอข้อมือ 90 องศา ค้างไว้ประมาณ 60 วินาที หากมีอาการชาหรือปวดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แสดงว่ามีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคนี้
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นและแนวทางการรักษา เพื่อให้มือกลับมาใช้งานได้ปกติ
การรักษาโรคนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ หากเริ่มรู้ตัวเร็ว การรักษาก็จะไม่ซับซ้อน
ปรับพฤติกรรมง่ายๆ ช่วยลดแรงกดที่ข้อมือ
พยายามพักการใช้ข้อมือทุกๆ 30-45 นาที หลีกเลี่ยงการงอหรือกระดกข้อมือค้างไว้นานๆ ปรับระดับเก้าอี้และโต๊ะทำงานให้อยู่ในท่าที่ข้อมือวางตรง ไม่โก่งขึ้นหรือหักลงขณะพิมพ์งาน
เมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มกินยา ฉีดยา หรือใช้อุปกรณ์ดามข้อมือ?
หากอาการยังเป็นไม่มาก หมอมักแนะนำให้ใส่อุปกรณ์ดามข้อมือ (Wrist Splint) โดยเฉพาะตอนนอน เพื่อล็อกข้อมือให้อยู่ในท่าตรง ลดแรงกดในอุโมงค์ข้อมือ ร่วมกับการกินยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาวิตามินบำรุงเส้นประสาท ในกรณีที่ปวดมาก การฉีดสเตียรอยด์เข้าอุโมงค์ข้อมือจะช่วยลดการอักเสบและบวมของเนื้อเยื่อได้อย่างรวดเร็ว
ผ่าตัดเล็กรักษาพังผืด น่ากลัวอย่างที่คิดไหม?
หากรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น หรือกล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้งเริ่มลีบ การผ่าตัดจะเป็นวิธีรักษาที่ได้ผลดีที่สุด ในปัจจุบันการผ่าตัดตัดแผ่นพังผืดที่ทับเส้นประสาททำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน โดยเป็นการผ่าตัดเล็กฉีดยาชาเฉพาะที่ แผลมีขนาดเล็กมาก หลังผ่าตัดคนไข้สามารถกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
ท่าบริหารข้อมือง่ายๆ ทำได้ทุกวันที่โต๊ะทำงาน
เพื่อป้องกันและยืดเหยียดเส้นประสาท ลองทำท่าบริหารง่ายๆ ด้วยการยื่นแขนข้างที่ปวดไปด้านหน้า เหยียดศอกให้ตึง ใช้มืออีกข้างค่อยๆ ดัดนิ้วมือและข้อมือเข้าหาตัวเอง ค้างไว้ 15-30 วินาที ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง จะช่วยลดความตึงแน่นในอุโมงค์ข้อมือและทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น