ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตื่นนอนขึ้นมากลางดึกแล้วรู้สึกมือชาซู่ๆ โดยเฉพาะที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง จนต้องลุกขึ้นมาสะบัดมือ ยืดนิ้ว หรือเอามือบีบนวดสักพักถึงจะรู้สึกดีขึ้น อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ เลือดลมไม่ดี หรือ นอนทับแขน ตัวเองธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกๆ ของ กลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ ที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่โดยไม่รู้ตัว

ทำไมพังผืดถึงมาหนาทับเส้นประสาทที่ข้อมือได้?

บริเวณข้อมือของคนเราจะมีช่องเล็กๆ ช่องหนึ่ง เรียกว่า อุโมงค์ข้อมือ (Carpal Tunnel) เปรียบเหมือนอุโมงค์รถไฟใต้ดินที่มีเส้นประสาทประธานชื่อว่า เส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve) วิ่งผ่านพร้อมกับเส้นเอ็นงอนิ้วมืออีก 9 เส้น เส้นประสาทเส้นนี้ทำหน้าที่รับความรู้สึกบริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง รวมถึงสั่งการกล้ามเนื้อบริเวณเนื้ออูมนิ้วโป้งด้วย

เมื่อไรก็ตามที่มีการใช้งานข้อมือท่าเดิมซ้ำๆ หรือมีภาวะอักเสบในอุโมงค์ข้อมือ แผ่นพังผืดที่อยู่ด้านบนของอุโมงค์จะเกิดการหนาตัวขึ้น หรือเอ็นงอนิ้วมือเกิดอาการบวม ส่งผลให้อุโมงค์ข้อมือแคบลงอย่างมาก เส้นประสาทมีเดียนที่แทรกตัวอยู่ตรงกลางจึงโดนแรงกดทับโดยตรง ทำให้เกิดอาการชา ปวด หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มเล็กๆ แทงอยู่ที่ปลายมือ

อาการแบบไหนที่บอกว่าเส้นประสาทข้อมือเริ่มมีปัญหา?

อาการมักไม่ได้เกิดขึ้นรุนแรงทันที แต่จะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป โดยสังเกตได้จากสัญญาณเหล่านี้

  • ชาซู่ๆ ที่นิ้วมือ: รู้สึกชาบริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และกึ่งกลางของนิ้วนาง แต่นิ้วก้อยจะไม่มีอาการชาเลย เพราะรับสัญญาณจากเส้นประสาทคนละเส้น
  • อาการมักกำเริบตอนกลางคืนหรือตอนตื่นนอน: เพราะขณะนอนหลับ เรามักจะงอข้อมือโดยไม่รู้ตัว ทำให้แรงดันในอุโมงค์ข้อมือสูงขึ้น จนต้องสะบัดมือเพื่อให้หายชา
  • ชาเวลาทำกิจกรรมที่ต้องเกร็งข้อมือ: เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ ถือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ถือหนังสือ หรือจับพวงมาลัยรถยนต์
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง มืออ่อนแรง: ในระยะที่อาการเริ่มหนักขึ้น อาจเริ่มหยิบของแล้วหลุดมือ ติดกระดุมเสื้อลำบาก หรือสังเกตเห็นว่าเนื้ออูมบริเวณโคนนิ้วโป้งเริ่มแฟบหรือลีบลง

พฤติกรรมแบบไหน หรือใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ

กลุ่มอาการนี้พบได้บ่อยในคนทำงานยุคปัจจุบัน โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญมาจากทั้งพฤติกรรมและการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

  • คนที่ต้องใช้ข้อมือทำท่าเดิมซ้ำๆ: พนักงานออฟฟิศที่พิมพ์งานหรือใช้เมาส์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ช่างตัดเสื้อ แม่ครัว คนงานโรงงาน หรือคนที่เล่นโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา
  • ผู้หญิงมีเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย: เนื่องจากโครงสร้างอุโมงค์ข้อมือของผู้หญิงตามธรรมชาติมีขนาดเล็กกว่าผู้ชาย
  • หญิงตั้งครรภ์: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและการคั่งของน้ำในร่างกายช่วงตั้งครรภ์ ทำให้อุโมงค์ข้อมือบวมและกดทับเส้นประสาทได้ง่ายขึ้น
  • ผู้มีโรคประจำตัวบางชนิด: เช่น เบาหวาน โรคเกาต์ ไทรอยด์ทำงานต่ำ หรือรูมาตอยด์ ซึ่งส่งผลให้เส้นประสาททนต่อแรงกดทับได้น้อยลง หรือเกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มเอ็นได้ง่าย

วิธีเช็กอาการง่ายๆ ด้วยตัวเอง ก่อนไปพบแพทย์

หากสงสัยว่าตัวเองมีภาวะกลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ สามารถทดสอบเบื้องต้นได้ด้วย 2 วิธีนี้

1. การทดสอบด้วยการงอข้อมือ (Phalen's Test)

ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา ให้หลังมือชนกันในลักษณะหักข้อมือลง 90 องศา ค้างไว้ประมาณ 60 วินาที หากมีอาการชาหรือปวดแปลบขึ้นมาที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ หรือนิ้วกลาง แสดงว่ามีความเสี่ยงสูงที่เส้นประสาทจะถูกกดทับ

2. การทดสอบด้วยการเคาะข้อมือ (Tinel's Sign)

ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของมืออีกข้าง เคาะเบาๆ ลงบนบริเวณตรงกลางข้อมือด้านฝ่ามือ หากรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟช็อตวิ่งแป๊บๆ ไปที่ปลายระบบนิ้วมือ ถือว่าผลการทดสอบเป็นบวก

วิธีรักษา ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม ยา จนถึงการผ่าตัด

การรักษาโรคพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาที่เป็น โดยแพทย์จะประเมินและวางแผนรักษาเป็นขั้นตอน

1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (สำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการ หรืออาการยังไม่รุนแรง)

  • การปรับพฤติกรรมและการพักใช้งาน: หลีกเลี่ยงการเกร็งข้อมือหรือกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ ปรับอุปกรณ์ทำงานให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์
  • การใส่เฝือกดามข้อมือ (Wrist Splint): โดยเฉพาะการใส่อุปกรณ์ดามข้อมือเวลานอน เพื่อรักษามุมข้อมือให้อยู่ในท่าตรง ลดแรงดันในอุโมงค์ข้อมือไม่ให้กดทับเส้นประสาทตลอดคืน
  • การใช้ยารักษา: แพทย์อาจให้ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยาบำรุงเส้นประสาท เช่น วิตามินบี รวมไปถึงการพิจารณาฉีดสารสเตียรอยด์เข้าอุโมงค์ข้อมือเฉพาะจุด เพื่อลดอาการบวมอักเสบของเอ็นและพังผืดแบบตรงจุด

2. การรักษาด้วยการผ่าตัด (Carpal Tunnel Release)

หากใช้วิธีการรักษาข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้น อาการชารุนแรงจนรบกวนการนอน หรือเริ่มมีภาวะกล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้งลีบ แพทย์จะแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาไม่นาน โดยแพทย์จะทำการตัดแผ่นพังผืดที่หนาตัวขึ้นออก เพื่อขยายพื้นที่อุโมงค์ข้อมือ ปลดล็อกแรงกดทับเส้นประสาทอย่างถาวร

ยืดกล้ามเนื้อและถนอมข้อมืออย่างไร ไม่ให้พังผืดกลับมาเล่นงาน

การป้องกันและชะลอความเสื่อมของข้อมือทำได้ไม่ยาก โดยการปรับนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน

  • พักข้อมือเป็นระยะ: ทุกๆ 45-60 นาทีของการพิมพ์งานหรือใช้มือทำงานหนัก ให้หยุดพักมือประมาณ 3-5 นาที
  • บริหารยืดเส้นเอ็นข้อมือ: เหยียดแขนตรงไปข้างหน้า หงายฝ่ามือขึ้น แล้วใช้นิ้วมืออีกข้างดึงนิ้วมือเข้าหาตัว ค้างไว้ 15-30 วินาที เพื่อยืดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นด้านหน้าแขน
  • จัดท่าทางการทำงานให้เหมาะสม: ขณะพิมพ์งาน ระดับข้อมือควรวางขนานกับโต๊ะ ไม่หักข้อมือขึ้นหรือลงมากเกินไป และหาแผ่นรองข้อมือนุ่มๆ มาช่วยซับแรงกดทับ

อาการมือชาจากกลุ่มอาการพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ เป็นภาวะที่สามารถรักษาให้หายขาดหรือดีขึ้นจนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ หากได้รับ診และดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ดังนั้น หากเริ่มมีอาการชาที่นิ้วมือต่อเนื่อง อย่าปล่อยทิ้งไว้จนกล้ามเนื้อลีบอ่อนแรง ควรเข้าพบแพทย์เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างแม่นยำ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down