เวลาที่ตรวจคนไข้แล้วเจอติ่งเนื้อแปลกๆ บริเวณจุดซ่อนเร้น หลายคนมักจะมีอาการสะดุ้ง ตกใจ และมีความเขินอายจนไม่อยากพูดถึง ซึ่งหนึ่งในโรคที่หมอพบได้บ่อยมากในห้องตรวจและมักสร้างความกังวลใจให้ไม่น้อยก็คือโรคหูดหงอนไก่ หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อผ่านหูมาบ้าง แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเจ้าก้อนเนื้อนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร อันตรายแค่ไหน และที่สำคัญคือเราจะจัดการกับมันอย่างไรดี
หูดหงอนไก่ หน้าตาเป็นแบบไหนและเกิดจากอะไรกันแน่
ถ้าพูดให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด หูดหงอนไก่ก็คือติ่งเนื้อผิวหนังที่มีลักษณะขรุขระ คล้ายกับหงอนไก่จริงๆ หรือบางคนก็มองว่าคล้ายดอกกะหล่ำเล็กๆ บางทีก็มาเป็นตุ่มเดี่ยวๆ หรือบางทีก็ขึ้นมาเป็นกลุ่มก้อน จุดที่ชอบโผล่ไปทักทายก็คือบริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอด ทวารหนัก หรือแม้แต่บริเวณขาหนีบ
สาเหตุหลักไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยครับ มันเกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนปัปปิลโลมา หรือที่เรารู้จักกันสั้นๆ ว่าเชื้อ HPV ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่มเดียวกับที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกนั่นเอง เพียงแต่สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่นี้ ส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ความน่ารำคาญของมันคือติดต่อง่ายมาก ผ่านการสัมผัสโดยตรงจากการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือแม้แต่การใช้มือสัมผัสร่วมกัน
ติดเชื้อ HPV มาแล้ว ทำไมเพิ่งมาแสดงอาการเอาตอนนี้
คำถามคลาสสิกที่หมอได้ยินบ่อยมากคือ ไปติดมาตั้งแต่ตอนไหน ทำไมแฟนคนปัจจุบันถึงเพิ่งมาเจอหูดนี้ ความจริงที่หลายคนอาจจะต้องตกใจคือ เชื้อ HPV ตัวนี้มีความลับตรงที่มันสามารถแอบซ่อนตัวอยู่ในร่างกายของเราได้นานหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือบางคนเป็นปีโดยที่ไม่แสดงอาการอะไรเลย
จนกระทั่งวันไหนที่ร่างกายของเราอ่อนแอลง ภูมิคุ้มกันต่ำลง หรือมีความเครียดสะสม เจ้าไวรัสตัวนี้ถึงจะได้โอกาสตื่นขึ้นมาสร้างความวุ่นวาย ทำให้เซลล์ผิวหนังบริเวณนั้นแบ่งตัวผิดปกติจนกลายเป็นตุ่มหูดโผล่ขึ้นมาให้เราเห็น ดังนั้น การเจอหูดหงอนไก่ไม่ได้แปลว่าเพิ่งไปติดเชื้อมาเมื่อวานเสมอไป แต่อาจจะรับเชื้อมานานแล้วแต่เพิ่งแสดงอาการ
ปล่อยไว้เฉยๆ หูดหงอนไก่จะหายไปเองได้ไหม
มีคนไข้หลายคนคิดว่าเดี๋ยวปล่อยไว้คงฝ่อแล้วหลุดไปเอง หมอต้องขอเตือนตรงนี้เลยว่า โอกาสที่หูดหงอนไก่จะหายไปเองได้โดยไม่รักษาเลยนั้นมีน้อยมากครับ รังแต่จะโตขึ้น ขยายวงกว้างขึ้น หรือลามไปติดบริเวณข้างเคียงได้ง่ายขึ้น ยิ่งถ้าปล่อยให้มันอับชื้น ก็อาจจะทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง หรือมีเลือดออกเวลาเสียดสีกับเสื้อผ้าได้
ที่สำคัญคือ ถึงแม้หูดชนิดนี้ส่วนใหญ่จะไม่กลายร่างเป็นมะเร็ง แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้เรื้อรังก็สร้างความลำบากในการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องความมั่นใจ สุขอนามัย และเรื่องบนเตียง ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ใจว่าเป็นหูดหงอนไก่จริงหรือไม่ เพราะบางทีอาจจะสับสนกับโรคผิวหนังชนิดอื่นได้
วิธีรักษา เมื่อหมอตรวจเจอหูดหงอนไก่
ข่าวดีคือ หูดหงอนไก่รักษาหายได้ครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าเป็นการรักษาเพื่อกำจัดตัวก้อนหูดออกไป ไม่ได้เป็นการกำจัดเชื้อไวรัส HPV ให้หมดไปจากร่างกายแบบถาวร เพราะตัวไวรัสอาจจะยังหลบซ่อนอยู่และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก วิธีการรักษาก็มีให้เลือกหลายแบบขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และจำนวนของหูด ดังนี้ครับ
การใช้ยาทาเฉพาะที่ที่แพทย์สั่ง
วิธีนี้เหมาะสำหรับหูดที่มีขนาดเล็กและไม่กระจายตัวมากนัก หมอจะจ่ายยาที่เป็นโลชั่น ครีม หรือเจล ให้คนไข้นำกลับไปทาเองที่บ้านตามกำหนด ซึ่งตัวยาจะไปทำลายเนื้อเยื่อของหูดให้ค่อยๆ ฝ่อและหลุดออกไปเอง ข้อควรระวังคือห้ามไปหาซื้อยาแต้มหูดตามตลาดนัดมาทาเองเด็ดขาด เพราะฤทธิ์ยาอาจจะรุนแรงเกินไปจนทำให้ผิวหนังบริเวณใกล้เคียงไหม้ เป็นแผลพุพอง และติดเชื้อซ้ำซ้อนได้
การกำจัดหูดออกที่คลินิก
หากหูดมีขนาดใหญ่ หรือยาทาเอาไม่อยู่ หมออาจจะต้องพิจารณาใช้วิธีทางการแพทย์เข้ามาช่วย เช่น การจี้ด้วยความเย็นเพื่อทำให้เซลล์เนื้อเยื่อตาย การจี้ด้วยไฟฟ้า หรือการใช้เลเซอร์ตัดแต่งก้อนหูดออก วิธีนี้จะเห็นผลค่อนข้างไว แต่อาจจะต้องดูแลแผลหลังทำความสะอาดอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
วิธีป้องกันไม่ให้หูดหงอนไก่กลับมาวนเวียนกวนใจ
เนื่องจากโรคนี้ติดต่อง่ายผ่านการสัมผัส การป้องกันที่ดีที่สุดจึงเริ่มต้นจากการระมัดระวังตัวเอง การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะผิวหนังบริเวณรอบๆ ที่ไม่ได้ถูกปกปิดก็ยังอาจจะสัมผัสโดนกันได้
อีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงมากในปัจจุบันคือ การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV ซึ่งครอบคลุมสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดหูดหงอนไก่และมะเร็งปากมดลูก วัคซีนตัวนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้หญิงเท่านั้นนะครับ ผู้ชายก็ควรฉีดเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดโอกาสแพร่เชื้อให้แก่คู่นอน
ท้ายที่สุดนี้ ถ้าคุณกำลังเผชิญกับปัญหาหูดหงอนไก่ อย่าเพิ่งเครียดหรืออายจนเก็บไว้คนเดียวครับ การเดินเข้ามาหาหมอเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้เร็วขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความมั่นใจอีกครั้งแน่นอน