ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมการย้ายโรงเรียนถึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเด็ก

เวลาลูกต้องเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายโรงเรียนหรือขึ้นชั้นเรียนใหม่ เด็กหลายคนมักจะเผชิญกับ ปัญหาการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของการเรียนไม่ทันเพื่อน แต่รวมไปถึงความวิตกกังวล การนอนหลับผิดปกติ หรือการไม่อยากไปโรงเรียน พ่อแม่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติที่เด็กจะใช้เวลาปรับตัว แต่หากอาการเหล่านี้กินเวลานานเกินไปหรือลูกเริ่มแสดงพฤติกรรมถดถอย นั่นคือสัญญาณว่าเขากำลังต้องการความช่วยเหลือจากเราอย่างจริงจัง

สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังเจอปัญหาการกลั่นแกล้ง

เมื่อเด็กยังไม่ทันได้ปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ แล้วดันต้องไปเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างการกลั่นแกล้งหรือ Bullying ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะรุนแรงกว่าปกติหลายเท่าตัว สังเกตได้จากอาการเหล่านี้:

  • ลูกดูซึมลง ไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน
  • บ่นปวดหัว ปวดท้องบ่อยๆ โดยเฉพาะเช้าวันจันทร์
  • อุปกรณ์การเรียนพังบ่อย หรือของใช้ส่วนตัวหาย
  • ไม่อยากไปโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัด หรือพยายามหาข้ออ้างทุกวิถีทาง
  • ผลการเรียนตกลงอย่างรวดเร็วโดยหาสาเหตุทางวิชาการไม่ได้

วิธีรับมือเมื่อรู้ว่าลูกกำลังถูกกลั่นแกล้ง

ในฐานะพ่อแม่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับลูก การดุหรือกดดันให้เขาต้องเข้มแข็งสู้คนอาจทำร้ายจิตใจเด็กได้มากขึ้น แทนที่จะทำแบบนั้น ลองใช้แนวทางดังนี้:

เปิดใจรับฟังโดยไม่ตัดสิน

ใช้เวลาว่างในการชวนลูกคุยถึงเรื่องที่โรงเรียน โดยใช้คำถามปลายเปิด เช่น วันนี้ที่โรงเรียนมีอะไรน่าสนใจบ้าง หรือมีเหตุการณ์ไหนที่ทำให้รู้สึกอึดอัดไหม การฟังโดยไม่รีบโต้ตอบจะทำให้ลูกกล้าเล่ารายละเอียดให้เราฟังมากขึ้น

ทำงานร่วมกับครูอย่างใกล้ชิด

เมื่อทราบสาเหตุที่ชัดเจนแล้ว อย่าเพิ่งบุกเข้าไปโวยวาย แต่ให้หาโอกาสพูดคุยกับคุณครูประจำชั้นเพื่อวางแผนร่วมกัน โรงเรียนควรเป็นพื้นที่จัดการปัญหาการกลั่นแกล้งอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กเผชิญปัญหาเพียงลำพัง

สร้างทักษะการปรับตัวและภูมิคุ้มกันทางใจ

การฝึกให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเองคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด สนับสนุนให้ลูกทำกิจกรรมที่เขาสนัดหรือมีงานอดิเรกที่ทำให้เขารู้สึกภูมิใจ การมีกลุ่มเพื่อนสนิทนอกโรงเรียนหรือกิจกรรมเสริมทักษะจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เขารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า และเมื่อเขาเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากที่โรงเรียน เขาจะไม่ด่วนสรุปว่าตนเองเป็นคนไม่เก่งหรือไม่มีใครรัก

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

หากเราลองปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลแล้ว แต่ลูกยังคงมีภาวะซึมเศร้า เก็บตัว ไม่ยอมทานอาหาร หรือมีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง นี่คือสัญญาณสีแดงที่ต้องปรึกษากุมารแพทย์ด้านพัฒนาการหรือจิตแพทย์เด็กทันที เพราะปัญหาการปรับตัวและผลกระทบจากการกลั่นแกล้งอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและบุคลิกภาพในระยะยาวได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down