ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมการย้ายโรงเรียนถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเด็ก

หลายครั้งที่ผู้ปกครองพาลูกมาปรึกษาด้วยอาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวผิดปกติหลังจากย้ายโรงเรียนใหม่ หมออยากให้เข้าใจก่อนว่า สำหรับเด็กแล้วการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมไม่ได้หมายถึงแค่การเปลี่ยนตึกเรียนหรือเพื่อนกลุ่มใหม่ แต่มันคือการสั่นคลอนความมั่นคงทางจิตใจ เพราะเขาต้องทิ้งพื้นที่ปลอดภัยเดิมเพื่อไปเผชิญกับสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ปัญหาการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ จึงเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อย แต่หากปล่อยไว้นานเกินไป อาจส่งผลต่อความมั่นใจในระยะยาวของลูกได้

สัญญาณเตือนที่บอกว่าลูกกำลังปรับตัวไม่ได้

เรามักจะมองหาอาการทางกายที่ชัดเจน แต่จริงๆ แล้วสัญญาณเตือนของเด็กที่ปรับตัวไม่ได้มักจะแฝงอยู่ในพฤติกรรมประจำวัน:

  • มีอาการทางกายบ่อยครั้ง เช่น ปวดท้อง ปวดหัว หรือคลื่นไส้ในช่วงเช้าวันจันทร์หรือก่อนไปเรียน
  • พฤติกรรมถดถอย เช่น กลับมาปัสสาวะรดที่นอน ร้องไห้งอแงเหมือนเด็กเล็ก
  • แยกตัวจากสังคม ไม่อยากไปโรงเรียน หรือเริ่มเก็บตัวไม่พูดคุยเหมือนแต่ก่อน
  • ผลการเรียนตกลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะความกังวลกัดกินสมาธิในการเรียนจนหมด

เมื่อการปรับตัวยากขึ้นด้วยการกลั่นแกล้งในโรงเรียน

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือเมื่อการปรับตัวไม่ทันจบลงด้วยการถูกกลั่นแกล้ง การถูกแกล้งในโรงเรียนคือฝันร้ายของเด็กที่กำลังเปราะบาง ลูกอาจจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีที่ยืนหรือไม่มีเพื่อนคอยปกป้อง หมออยากให้สังเกตหากลูกมีรอยฟกช้ำตามตัว ของใช้ส่วนตัวหายบ่อย หรือซึมเศร้าอย่างรุนแรงเมื่อพูดถึงเรื่องเพื่อน นี่คือสัญญาณที่พ่อแม่ต้องรีบเข้าไปดูแลโดยด่วน

วิธีช่วยลูกให้ผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านนี้ไปให้ได้

การเป็นพื้นที่ปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหา:

  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน: ให้ลูกระบายความอึดอัดออกมาให้หมด สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ลูกรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว
  • สร้างกิจวัตรที่คุ้นเคย: พยายามรักษากิจวัตรเดิมที่บ้านให้เหมือนเดิมมากที่สุด เพื่อให้เขายังรู้สึกถึงความมั่นคงในชีวิต
  • สื่อสารกับครูประจำชั้น: หากสงสัยเรื่องการกลั่นแกล้ง อย่ารีรอที่จะพูดคุยกับคุณครู เพื่อให้คนในพื้นที่รับรู้และช่วยสอดส่องดูแล
  • ฝึกทักษะการเข้าสังคม: แนะนำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการเริ่มบทสนทนากับเพื่อนใหม่ หรือการปฏิเสธอย่างสุภาพเมื่อถูกรบกวน

เมื่อไหร่ที่ควรพามาปรึกษาคุณหมอ

หากลองปรับเปลี่ยนการดูแลที่บ้านแล้วเป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์ แต่ลูกยังไม่มีท่าทีดีขึ้น หรือเริ่มมีภาวะซึมเศร้าชัดเจน มีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือแยกตัวออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเราควรพาเด็กไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น เพื่อประเมินและหาทางออกร่วมกันก่อนที่ปัญหาจะกลายเป็นปมฝังใจในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down