ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเครียดไม่ใช่เรื่องของผู้ใหญ่คนเดียว

เวลาเราเห็นลูกร้องไห้โยเยหรือดูซึมเศร้า หลายครั้งเราอาจเผลอคิดไปว่าเด็กไม่มีเรื่องอะไรให้เครียดหรอก แต่ในฐานะหมอ ผมอยากบอกว่าสมองของเด็กมีความละเอียดอ่อนมาก ความเครียดที่เกิดขึ้นซ้ำๆ หรือความกดดันในสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยไม่ได้ส่งผลแค่พฤติกรรม แต่กำลังเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานของสมองเด็กโดยตรง

สมองเด็กทำงานอย่างไรเมื่อต้องเผชิญกับความเครียด

เมื่อเด็กเผชิญกับความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งในระยะสั้นอาจดูไม่มีอะไร แต่หากเด็กต้องอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานาน ฮอร์โมนตัวนี้จะเปรียบเสมือนสารพิษที่เข้าไปรบกวนการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสมองส่วนต่างๆ โดยเฉพาะส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจ

สมองส่วนอารมณ์ทำงานหนักเกินไป

สมองส่วนอะมิกดาลา ซึ่งทำหน้าที่ตอบสนองต่อความกลัวและอารมณ์ จะถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เด็กที่เครียดสะสมมักจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ขี้ระแวง หรือตื่นตกใจได้ง่ายกว่าเด็กทั่วไป

สมองส่วนเหตุผลถูกลดทอนประสิทธิภาพ

ในขณะที่ส่วนอารมณ์ทำงานหนัก สมองส่วนหน้าหรือส่วนเหตุผลกลับถูกสั่งให้หยุดพักชั่วคราว ผลกระทบของความเครียดต่อพัฒนาการจึงทำให้เด็กขาดทักษะในการยับยั้งชั่งใจ การวางแผน หรือการจัดการปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างที่ควรจะเป็น

อารมณ์ที่แปรปรวนคือสัญญาณเตือนสำคัญ

พ่อแม่มักจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ก่อนสิ่งอื่นใด เด็กที่เคยร่าเริงอาจเริ่มเก็บตัว การนอนหลับผิดปกติ หรือมีปัญหาในการเข้าสังคมกับเพื่อน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้คือผลผลิตโดยตรงจากความเครียดที่ไปขัดขวางพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ (Social-Emotional Development) จนทำให้เด็กสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง

วิธีรับมือและสร้างเกราะป้องกันให้สมองลูก

เราไม่สามารถตัดความเครียดออกไปจากชีวิตลูกได้ทั้งหมด แต่เราสร้างเกราะป้องกันได้ด้วยสิ่งต่อไปนี้

  • การตอบสนองเชิงบวก: การรับฟังโดยไม่ตัดสินจะช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายเด็กได้อย่างรวดเร็ว
  • สร้างกิจวัตรที่คาดเดาได้: สมองเด็กที่กำลังพัฒนาต้องการความรู้สึกปลอดภัย การมีตารางชีวิตที่แน่นอนจะช่วยลดความวิตกกังวลได้มาก
  • ให้พื้นที่ในการระบาย: สนับสนุนให้ลูกได้แสดงความรู้สึกออกมา ไม่ว่าจะผ่านการเล่น การวาดรูป หรือการพูดคุย

ความเข้าใจคือจุดเริ่มต้นของการแก้ไข หากเราสังเกตเห็นความผิดปกติที่เรื้อรัง การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินพัฒนาการอย่างละเอียดไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการให้โอกาสลูกได้กลับมาเติบโตอย่างเต็มศักยภาพอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down