ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในค่ำคืนที่เงียบสงบ จู่ๆ ลูกน้อยที่เคยร่าเริงกลับส่งเสียงร้องไห้จ้าขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย อาการร้องไห้นั้นดูรุนแรงกว่าปกติ ร้องเป็นพักๆ เดี๋ยวหยุดเดี๋ยวร้องสลับกันไป พร้อมกับงอเข่าดึงขาขึ้นมาแนบชิดหน้าอก คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่ลมในท้อง อาการโคลิก หรือนมไม่ย่อย แต่ในทางการแพทย์แล้ว อาการร้องไห้เป็นพักๆ ของเด็กเล็กในลักษณะนี้ เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโรคทางเดินอาหารเฉียบพลันที่ชื่อว่า ภาวะลำไส้กลืนกัน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ต้องอาศัยการผ่าตัดฉุกเฉินในกรณีโรคลำไส้เพื่อรักษาชีวิตของลูกน้อยเอาไว้

ทำความเข้าใจภาวะลำไส้กลืนกัน ลำไส้กลืนกันได้อย่างไร?

ลองจินตนาการถึงกล้องส่องทางไกลแบบโบราณที่สามารถหดพับเก็บเข้าไปในตัวเองได้ ภาวะลำไส้กลืนกันก็มีลักษณะคล้ายกัน คือการที่ลำไส้ส่วนหนึ่งเคลื่อนที่เข้าไปสวมทับหรือกลืนเข้าไปในลำไส้ส่วนที่อยู่ปลายกว่า มักเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในบริเวณรอยต่อระหว่างลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่

เมื่อลำไส้กลืนกันเข้าไปแล้ว ผนังลำไส้จะถูกบีบรัดอย่างรุนแรง ส่งผลให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณนั้นได้สะดวก ลำไส้จะเริ่มบวมขึ้นเรื่อยๆ เกิดการอุดตันของระบบทางเดินอาหาร และหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ลำไส้ส่วนที่ขาดเลือดไปเลี้ยงจะเริ่มเน่า ตาย และเกิดการทะลุ ซึ่งจะทำให้เศษอาหารและแบคทีเรียรั่วไหลเข้าไปในช่องท้อง นำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

สังเกตสัญญาณเตือน ลูกร้องไห้แบบไหนที่ต้องระวัง?

เนื่องจากคนไข้ส่วนใหญ่ของโรคนี้มักเป็นเด็กทารกวัย 3 เดือนถึง 3 ปี ซึ่งยังไม่สามารถบอกเล่าอาการปวดของตัวเองเป็นภาษาพูดได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องรับบทเป็นนักสืบ คอยสังเกตอาการผิดปกติเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

  • ร้องไห้จ้าเป็นพักๆ: ลูกจะร้องไห้อย่างรุนแรงนานประมาณ 15-20 นาที จากนั้นจะสงบลงและกลับมาเล่นได้ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นอีก 15-30 นาที ก็จะกลับมาร้องไห้ตัวงออีกครั้งเนื่องจากลำไส้เริ่มบีบตัวรอบใหม่
  • อาเจียน: ในช่วงแรกอาจอาเจียนออกมาเป็นนมหรืออาหารที่เพิ่งทานเข้าไป แต่เมื่อการอุดตันเริ่มรุนแรงขึ้น อาเจียนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือสีเหลืองของน้ำดี
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน: นี่คือสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าผนังลำไส้เริ่มขาดเลือดและหลุดลอกออกมา อุจจาระของเด็กจะมีลักษณะคล้ายเยลลี่สีแดงคล้ำ
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด: ในช่วงที่หยุดร้องไห้ แทนที่จะร่าเริงเหมือนเดิม เด็กมักจะดูเพลีย ซึม ตัวอ่อนปวกเปียก และไม่มีแรง

เมื่อไหร่ที่คุณหมอต้องตัดสินใจทำการผ่าตัดฉุกเฉิน?

ในการรักษาภาวะลำไส้กลืนกันระยะแรกเริ่ม หากคนไข้มาถึงโรงพยาบาลเร็วและยังไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ คุณหมอมักจะพยายามช่วยเหลือโดยไม่ต้องผ่าตัดก่อน ด้วยการใช้แรงดันของลมหรือสารทึบแสง (แป้งแบเรียม) สวนเข้าไปทางทวารหนัก เพื่อดันให้ลำไส้ส่วนที่กลืนกันหลุดออกจากกัน ซึ่งวิธีนี้ได้ผลดีและมีความปลอดภัยสูง

อย่างไรก็ตาม มีบางสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้วิธีสวนลมได้ หรือสวนแล้วไม่สำเร็จ ทำให้มีความจำเป็นต้องส่งตัวคนไข้เข้าห้องผ่าตัดเพื่อทำ การผ่าตัดฉุกเฉินในกรณีโรคลำไส้ ทันที ได้แก่

  • มีความล่าช้าในการมารักษา: หากปล่อยให้อาการดำเนินไปนานกว่า 24-48 ชั่วโมง โอกาสที่ลำไส้จะเน่าและทะลุจะมีสูงมาก การสวนลมอาจทำให้ลำไส้แตกในช่องท้องได้
  • มีสัญญาณของการติดเชื้อในช่องท้อง: เด็กมีไข้สูง หน้าท้องแข็งเกร็ง กดเจ็บทั่วท้อง ซึ่งแสดงว่าลำไส้อาจจะทะลุไปเรียบร้อยแล้ว
  • ความดันโลหิตตกหรือช็อก: ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรงจากการอาเจียนและการสูญเสียพลาสมาในผนังลำไส้
  • พยายามสวนลมแล้วไม่สำเร็จ: แม้จะลองสวนลมอย่างระมัดระวังแล้ว แต่ลำไส้ที่กลืนกันยังแน่นเกินกว่าจะหลุดออกได้

ขั้นตอนการผ่าตัดรักษา หมอเข้าไปทำอะไรในห้องผ่าตัดบ้าง?

เมื่อต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินในกรณีโรคลำไส้กลืนกัน ทีมศัลยแพทย์จะวางยาสลบคนไข้ตัวน้อยอย่างปลอดภัย จากนั้นจะทำการผ่าตัดเปิดหน้าท้องขนาดเล็กเพื่อเข้าไปตรวจเช็กสภาพลำไส้โดยตรง

หากลำไส้ส่วนที่กลืนกันยังมีสีชมพู ดูสุขภาพดี และไม่มีการเน่าเปื่อย คุณหมอจะใช้มือค่อยๆ บีบนวดและดันลำไส้ส่วนที่กลืนกันให้คลายตัวออกจากกันอย่างเบามือที่สุด แต่หากพบว่าลำไส้ส่วนนั้นเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ เน่าเสีย หรือมีรอยทะลุเสียแล้ว คุณหมอจำเป็นต้องตัดลำไส้ส่วนที่เสียหายนั้นออก แล้วทำการเย็บต่อปลายลำไส้ส่วนที่ดีเข้าหากัน เพื่อให้ระบบขับถ่ายกลับมาทำงานได้ตามปกติอีกครั้ง

นอกจากลำไส้กลืนกันแล้ว ยังมีภาวะฉุกเฉินทางลำไส้อื่นๆ อะไรอีกบ้าง?

นอกเหนือจากโรคยอดฮิตในเด็กอย่างลำไส้กลืนกันแล้ว ในชีวิตการทำงานของหมอผ่าตัด ยังมีภาวะฉุกเฉินทางหน้าท้องอีกหลายประการที่ต้องอาศัยการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตคนไข้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่

1. ภาวะลำไส้บิดขั้ว

เกิดขึ้นเมื่อลำไส้เกิดการบิดหมุนรอบตัวเอง ทำให้เส้นเลือดที่มาเลี้ยงลำไส้ถูกอุดกั้นอย่างเฉียบพลัน ภาวะนี้ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ลำไส้จะเน่าอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และต้องผ่าตัดคลายการบิดขั้วด่วนที่สุดก่อนที่ลำไส้จะตายทั้งหมด

2. ไส้เลื่อนชนิดติดคา

เกิดจากมีส่วนของลำไส้เคลื่อนที่ผ่านช่องผนังหน้าท้องที่อ่อนแอลงไปค้างอยู่ในถุงไส้เลื่อน (เช่น บริเวณขาหนีบหรือถุงอัณฑะ) แล้วไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ ลำไส้ที่ถูกบีบจะขาดเลือดและเน่าในที่สุด หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ผ่าตัดแก้ไข

3. ลำไส้อุดตันจากพังผืด

มักพบในผู้ใหญ่ที่เคยผ่านการผ่าตัดช่องท้องมาก่อน พังผืดที่เกิดขึ้นหลังการผ่าตัดอาจจะไปรัดหรือดึงรั้งลำไส้จนพับงอ ทำให้อาหารและน้ำไม่สามารถผ่านไปได้ คนไข้จะมีอาการท้องอืดอย่างรุนแรง ปวดท้อง บิดเกร็ง และอาเจียนตลอดเวลา

การดูแลและการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดฉุกเฉิน

ภายหลังการผ่าตัดฉุกเฉินในกรณีโรคลำไส้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้เวลาคนไข้ในการพักฟื้นระบบทางเดินอาหาร ในช่วงแรกหลังผ่าตัด คนไข้จำเป็นต้องงดน้ำและอาหาร และรับสารอาหารทางสายน้ำเกลือแทน เพื่อรอให้ลำไส้เริ่มกลับมาบีบตัวทำงานอีกครั้ง เมื่อคนไข้เริ่มผายลมหรืออุจจาระได้ คุณหมอจึงจะเริ่มอนุญาตให้จิบน้ำ และค่อยๆ ปรับเป็นอาหารเหลว อาหารอ่อน ตามลำดับ

การหมั่นสังเกตอาการหลังผ่าตัดก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคนไข้มีไข้สูง หน้าท้องกลับมาบวมตึง แผลผ่าตัดมีอาการแดง มีหนองไหล หรือคนไข้กลับมาอาเจียนซ้ำ ต้องรีบแจ้งทีมแพทย์พยาบาลทันทีเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด

สุดท้ายนี้ หมออยากฝากถึงคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองทุกคนว่า อาการปวดท้องในเด็กเล็กหรือแม้แต่ในผู้ใหญ่ ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม การสังเกตสัญญาณเตือนและพาคนไข้มาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด หรือหากจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดจริงๆ การได้รับการผ่าตัดอย่างรวดเร็วก็ช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนลงได้อย่างมหาศาล

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down