ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สำหรับผู้หญิงหลายๆ คนที่กำลังวางแผนจะมีลูก หรือพยายามตั้งครรภ์มาสักพัก แต่ยังไม่สำเร็จ การได้ยินคำว่า “พังผืดในท่อนำไข่” หรือ “ท่อนำไข่อุดตัน” อาจจะทำให้รู้สึกกังวลใจไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ? ในฐานะที่คุณหมอที่ดูแลผู้ป่วยมาหลายต่อหลายคน เราเข้าใจดีถึงความรู้สึกเหล่านั้น วันนี้คุณหมอจะมาเล่าให้ฟังแบบละเอียดๆ เลยว่าเจ้าพังผืดและการอุดตันในท่อนำไข่นี้คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และเราจะดูแลจัดการกับมันได้อย่างไรบ้างค่ะ

ท่อนำไข่คืออะไร...แล้วพังผืด/การอุดตันมันเกิดได้ยังไง?

ลองนึกภาพว่าท่อนำไข่ (หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Fallopian tube) ของผู้หญิงเราเนี่ย มีอยู่สองข้าง ซ้าย-ขวา ทำหน้าที่เหมือนทางหลวงที่เชื่อมรังไข่ (ซึ่งเป็นที่อยู่ของไข่) ไปยังมดลูกค่ะ ทุกเดือนเวลาที่มีไข่ตก เจ้าท่อนำไข่นี่แหละค่ะที่จะคอยรับไข่เข้าไป แล้วก็เป็นจุดนัดพบสำคัญสำหรับอสุจิที่จะมาปฏิสนธิกับไข่ หลังจากนั้นตัวอ่อนก็จะเดินทางตามท่อนำไข่ไปฝังตัวที่มดลูกต่อไป

ทีนี้ พอมี “พังผืด” เกิดขึ้น ก็เหมือนมีใยบางๆ หรือก้อนเนื้อเยื่อมาเกาะเกี่ยวอยู่รอบๆ ท่อนำไข่ หรือบางทีก็เข้าไปขวางทางเดินข้างในท่อเลย ทำให้ท่อนำไข่บิดเบี้ยว ไม่สามารถทำงานได้ปกติ หรือที่แย่กว่านั้นคือเกิด “การอุดตัน” ขึ้นมา ทำให้ไข่ไม่สามารถเดินทางผ่านไปเจออสุจิได้ หรือถ้าปฏิสนธิได้แล้ว ตัวอ่อนก็ไม่สามารถเดินทางไปฝังตัวที่มดลูกได้ สุดท้ายแล้วปัญหาเหล่านี้ก็เลยไปขัดขวางการตั้งครรภ์นั่นเองค่ะ

สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ท่อนำไข่มีปัญหา

สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดพังผืดหรือการอุดตันในท่อนำไข่มักมาจากเรื่องเหล่านี้ค่ะ

  • การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease - PID): นี่คือสาเหตุอันดับต้นๆ เลยค่ะ มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ลามขึ้นมาจากช่องคลอดและปากมดลูกไปยังมดลูกและท่อนำไข่ เช่น เชื้อหนองใน หรือเชื้อคลามัยเดีย การติดเชื้อนี้ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง และเมื่อการอักเสบหายไป ร่างกายก็จะสร้างพังผืดขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ทำให้ท่อนำไข่ตีบตัน หรือบิดเบี้ยวได้
  • ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis): หรือที่เราเรียกกันว่า “ช็อกโกแลตซีสต์” นั่นแหละค่ะ เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่ไปเติบโตผิดที่นอกมดลูก อาจไปเจริญอยู่บริเวณท่อนำไข่ รังไข่ หรืออวัยวะอื่นๆ ในอุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และตามมาด้วยการสร้างพังผืดเกาะท่อนำไข่ค่ะ
  • ประวัติการผ่าตัดในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกราน: การผ่าตัดมดลูก ผ่าตัดรังไข่ ผ่าตัดไส้ติ่ง หรือแม้แต่การผ่าคลอด ก็อาจทำให้เกิดพังผืดขึ้นมาในช่องท้องได้ ซึ่งบางครั้งพังผืดเหล่านี้ก็อาจไปรัดหรือเกาะท่อนำไข่จนเกิดการอุดตันได้ค่ะ
  • การตั้งครรภ์นอกมดลูกในอดีต: หากเคยมีประวัติการตั้งครรภ์นอกมดลูกที่ท่อนำไข่ข้างใดข้างหนึ่งมาก่อน การตั้งครรภ์ครั้งนั้นอาจทำให้ท่อนำไข่เสียหายและเกิดพังผืด หรือการอุดตันตามมาได้
  • เนื้องอกในมดลูกหรือรังไข่: เนื้องอกบางชนิด แม้จะไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่หากมีขนาดใหญ่หรืออยู่ในตำแหน่งที่กดทับท่อนำไข่ ก็อาจทำให้เกิดการอุดตันได้เช่นกัน

คุณจะรู้ได้ยังไงว่าท่อนำไข่อุดตัน? สัญญาณที่ต้องสังเกต

น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่แล้ว ภาวะพังผืดหรือท่อนำไข่อุดตันมักจะไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน จนกว่าผู้หญิงคนนั้นจะเริ่มพยายามมีลูกแล้วพบว่ามีบุตรยากนั่นแหละค่ะ ถึงจะเริ่มสงสัยและไปตรวจ

แต่บางครั้งก็อาจมีอาการที่สังเกตได้บ้าง เช่น

  • ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือปวดหน่วงๆ ในอุ้งเชิงกราน
  • ปวดท้องประจำเดือนรุนแรงกว่าปกติ (มักพบในผู้ป่วยเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่)
  • มีตกขาวผิดปกติ (ในกรณีที่มีการติดเชื้อ)
  • แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การมีบุตรยาก” ซึ่งเป็นสัญญาณหลักที่ทำให้แพทย์เริ่มสงสัยภาวะนี้

คุณหมอจะวินิจฉัยเรื่องท่อนำไข่อุดตันได้อย่างไร?

เมื่อผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก คุณหมอจะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจเบื้องต้น จากนั้นจึงจะพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมเพื่อดูสภาพท่อนำไข่โดยเฉพาะค่ะ การตรวจหลักๆ ที่ใช้มีดังนี้ค่ะ

  • การฉีดสีดูโพรงมดลูกและท่อนำไข่ (Hysterosalpingography - HSG): เป็นการตรวจที่ค่อนข้างแพร่หลาย คุณหมอจะฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในโพรงมดลูก แล้วเอกซเรย์ดูว่าสารทึบรังสีไหลผ่านท่อนำไข่ได้ปกติหรือไม่ ถ้ามีอุดตันก็จะเห็นเลยว่าสารทึบแสงหยุดอยู่ตรงไหน
  • การผ่าตัดส่องกล้องในช่องท้อง (Laparoscopy): เป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อสอดกล้องเข้าไปในช่องท้อง คุณหมอจะสามารถมองเห็นท่อนำไข่และอวัยวะอื่นๆ ในอุ้งเชิงกรานได้โดยตรง สามารถประเมินพังผืด การอักเสบ หรือความผิดปกติอื่นๆ ได้อย่างละเอียด และในบางกรณีก็สามารถแก้ไขพังผืดได้ทันที

เมื่อท่อนำไข่อุดตัน...จะส่งผลต่อการตั้งครรภ์ได้ยังไง?

อย่างที่คุณหมอเล่าไปตั้งแต่ต้นว่าท่อนำไข่คือทางเดินสำคัญสำหรับไข่และอสุจิ ถ้าทางเดินนี้ถูกขัดขวาง การปฏิสนธิก็ทำได้ยาก หรือถ้าเกิดการปฏิสนธิได้ ตัวอ่อนก็อาจจะเดินทางไปไม่ถึงมดลูก ทำให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งเป็นภาวะอันตรายได้ค่ะ

สรุปคือ ถ้าท่อนำไข่ตันทั้งสองข้าง โอกาสที่จะตั้งครรภ์ตามธรรมชาติก็จะน้อยมากหรือไม่มีเลย แต่ถ้าตันแค่ข้างเดียว ก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้อยู่ เพียงแต่อาจจะยากขึ้นและต้องใช้เวลามากขึ้นค่ะ

ทางออกสำหรับการรักษาท่อนำไข่อุดตันมีอะไรบ้าง?

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรงของพังผืดหรือการอุดตัน และความต้องการของผู้ป่วยแต่ละรายค่ะ

  • การผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery): หากเป็นพังผืดที่ไม่รุนแรงมาก หรือการอุดตันบางจุด คุณหมออาจพิจารณาผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเลาะพังผืด หรือเปิดทางให้ท่อนำไข่กลับมาทำงานได้อีกครั้ง แต่การผ่าตัดอาจไม่เหมาะกับทุกคน และท่อนำไข่ที่เคยเสียหายแล้วอาจกลับมาทำงานได้ไม่สมบูรณ์ 100%
  • การทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization - IVF): ในกรณีที่ท่อนำไข่เสียหายมาก หรือการผ่าตัดไม่ประสบผลสำเร็จ การทำ IVF ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ เพราะเป็นการนำไข่ออกมาปฏิสนธินอกร่างกาย แล้วย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง ไม่ต้องผ่านท่อนำไข่อีกต่อไป
  • การรักษาแบบอื่นๆ: เช่น การให้ยาปฏิชีวนะหากมีการติดเชื้อ หรือการรักษาตามสาเหตุของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ป้องกันท่อนำไข่อุดตัน...ทำได้จริงหรือ?

การป้องกันอาจทำได้ไม่ 100% แต่เราสามารถลดความเสี่ยงลงได้มากเลยค่ะ

  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย: ใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
  • เข้ารับการตรวจและรักษาการติดเชื้อตั้งแต่เนิ่นๆ: หากมีอาการผิดปกติ เช่น ตกขาวมีกลิ่น ปวดท้องน้อย ควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อตรวจและรักษา อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน
  • ดูแลสุขภาพโดยรวม: พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง

ไม่ต้องกังวลใจไป...ปรึกษาคุณหมอเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

การวินิจฉัยว่ามีพังผืดหรือท่อนำไข่อุดตันอาจทำให้หลายคนรู้สึกเครียดและกังวลใจ แต่คุณหมออยากให้กำลังใจว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันก้าวหน้าไปมากค่ะ มีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลาย และมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่เคยมีปัญหาเหล่านี้ แล้วก็สามารถตั้งครรภ์และมีลูกที่น่ารักได้ในที่สุด

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ามารับคำปรึกษาจากสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะมีบุตรยาก เพื่อให้คุณหมอได้ประเมินสถานการณ์ หาสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณและคู่ของคุณนะคะ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down