เวลาที่ตรวจสุขภาพตาแล้วคุณหมอบอกว่าเป็นต้อหิน หลายคนมักจะใจหายเพราะคิดว่าต้องผ่าตัดใหญ่หรือเสี่ยงตาบอดทันที แต่ในความเป็นจริง โรคต้อหินมีหลากหลายวิธีในการดูแลรักษา และหนึ่งในวิธีที่นุ่มนวล รวดเร็ว และไม่ต้องนอนโรงพยาบาลก็คือ การรักษาด้วยเลเซอร์เพื่อเปิดทางระบายน้ำในตา ซึ่งช่วยลดความดันในดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องใช้ใบมีดผ่าตัด
โรคต้อหินเกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมเราต้องพึ่งพาเลเซอร์
ลองนึกภาพดวงตาของเราเหมือนอ่างล้างหน้าที่ต้องมีน้ำไหลเข้าและระบายออกตลอดเวลา ปกติแล้วตาจะผลิตของเหลวใสๆ ออกมาเพื่อหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อภายใน แล้วระบายออกทางท่อระบายน้ำเล็กๆ ที่มุมตา แต่ถ้าวันดีคืนดีท่อระบายน้ำเกิดอุดตัน น้ำในตาก็จะคั่งค้างจนความดันลูกตาค่อยๆ สูงขึ้น ไปกดทับเส้นประสาทตาจนเสียหายทีละน้อย
เมื่อการระบายน้ำติดขัด การใช้การรักษาด้วยเลเซอร์เพื่อเปิดทาระบายน้ำในตาจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ แพทย์จะใช้พลังงานแสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำไปกระตุ้นหรือเปิดช่องทางระบายน้ำที่อุดตันอยู่ ให้กลับมาไหลเวียนได้สะดวกอีกครั้งเปรียบเสมือนการทะลวงท่อระบายน้ำที่เริ่มตันให้กลับมาโล่งโปร่งเหมือนเดิม
ประเภทของเลเซอร์เปิดทางระบายน้ำในตาที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
เลเซอร์ที่จักษุแพทย์เลือกใช้ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่จะพิจารณาจากชนิดของต้อหินและลักษณะทางกายวิภาคของดวงตาแต่ละคน โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็น:
- เลเซอร์ขยายมุมตา (Selective Laser Trabeculoplasty - SLT): มักใช้กับต้อหินมุมเปิด โดยใช้แสงเลเซอร์พลังงานต่ำไปกระตุ้นเซลล์เม็ดสีที่ท่อระบายน้ำตา ช่วยให้การระบายของเหลวดีขึ้นโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง สามารถทำซ้ำได้หากจำเป็น
- เลเซอร์เจาะรูม่านตา (Laser Peripheral Iridotomy - LPI): มักใช้กับต้อหินมุมปิด โดยยิงเลเซอร์ไปที่ม่านตาเพื่อให้เกิดรูขนาดจิ๋ว ช่วยให้น้ำในตาสามารถไหลผ่านจากห้องตาหลังมาสู่ห้องตาหน้าได้โดยตรง ไม่ไปดันม่านตาให้ปิดกั้นทางระบายน้ำ
ขั้นตอนการทำเลเซอร์: เจ็บไหม ใช้เวลานานแค่ไหน?
ความกังวลอันดับแรกของคนไข้คือเรื่องความเจ็บปวด ต้องบอกเลยว่าขั้นตอนนี้สบายกว่าที่คิดมาก โดยมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้:
- หยอดยาชา: แพทย์จะหยอดยาชาลงในตาให้ ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ อาจจะรู้สึกแค่เย็นๆ หรือตึงนิดหน่อย
- ใส่เลนส์สัมผัสพิเศษ: แพทย์จะวางเลนส์ขนาดเล็กบนกระจกตาเพื่อช่วยโฟกัสแสงเลเซอร์ให้ตรงจุด
- ยิงเลเซอร์: ใช้เวลาเพียง 5 ถึง 15 นาทีเท่านั้น ในขณะทำจะได้ยินเสียงคลิกเบาๆ และเห็นแสงแฟลชวาบๆ แต่ไม่เป็นอันตรายต่อจอประสาทตา
- วัดความดันตาซ้ำ: หลังทำเสร็จ แพทย์จะให้พักรอประมาณ 30 ถึง 60 นาที เพื่อตรวจวัดความดันตาดูว่าลดลงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจหรือไม่ ก่อนอนุญาตให้กลับบ้านได้ทันที
การดูแลตัวเองหลังยิงเลเซอร์ เพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด
แม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ดวงตาก็ยังต้องการการดูแลเป็นพิเศษในช่วงวันแรกๆ เพื่อป้องกันการอักเสบ:
- หยอดยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด: ส่วนใหญ่จะเป็นยาหยอดลดการอักเสบหรือยาหยอดลดความดันตา ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด
- หลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าตา: ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกควรงดล้างหน้าสระผม เพื่อป้องกันเชื้อโรคหรือน้ำไม่สะอาดเข้าตา
- งดแต่งรอบดวงตา: ควรงดการใช้เครื่องสำอาง มาสคาร่า หรืออายไลเนอร์ประมาณ 2 ถึง 3 วัน
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา: แม้จะมีอาการระคายเคืองเล็กน้อยจากการระคายของแสงหรือยาชาหมดฤทธิ์ ให้ใช้วิธีหลับตาพักผ่อนแทน
อาการแบบไหนหลังทำเลเซอร์ ที่ควรกลับมาพบแพทย์ก่อนนัด
โดยทั่วไปอาการตาแดงเล็กน้อยหรือตามัวชั่วคราวจากแสงแฟลชจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบมาพบจักษุแพทย์ทันที ได้แก่ ปวดตาอย่างรุนแรง ตามัวลงอย่างฉับพลัน ตาแดงมาก หรือเห็นรุ้งรอบดวงไฟผิดปกติ
การรักษาต้อหินด้วยเลเซอร์ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยย ื้อและรักษาการมองเห็นให้อยู่กับเราไปได้นานๆ หากตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ และได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ดวงตาก็จะยังคงทำหน้าที่มองโลกกว้างได้อย่างสดใสเช่นเดิม