ตื่นมาแล้วลืมตาไม่ขึ้น อาการเตือนภัยใกล้ตัวที่มองข้ามไม่ได้
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวฝนตกแดดออก เดี๋ยวฝนตก คนไข้ที่เดินเข้ามาปรึกษาที่คลินิกด้วยอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล และมีขี้ตา โรคตาแดงจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย กลายเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่หมอพบเจอได้บ่อยมากในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ
หลายคนมักคิดว่าเป็นแค่ฝุ่นเข้าตาแล้วปล่อยทิ้งไว้ แต่จริงๆ แล้วอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อที่แพร่กระจายไปยังคนในครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว หากเราไม่รีบทำความเข้าใจและดูแลตัวเองให้ถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ
แยกให้ออก ตาแดงจากไวรัส หรือ ตาแดงจากแบคทีเรีย ต่างกันอย่างไร
เวลาตรวจคนไข้ หมอจะต้องแยกแยะให้ได้ก่อนว่าต้นตอของอาการตาแดงมาจากไหน เพราะการรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยเราสามารถสังเกตความแตกต่างเบื้องต้นได้ดังนี้
ตาแดงจากไวรัส แสบตา น้ำตาไหลใสๆ แต่ไม่มีขี้ตาข้นเขียว
ถ้าตื่นมาแล้วรู้สึกว่าตาแดงก่ำ น้ำตาไหลพราก แสบตา สู้แสงไม่ค่อยได้ และรู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายอยู่ในตา อาศัยอยู่ร่วมกับคนที่เป็นไข้หวัดหรือเจ็บคอ อาการเหล่านี้มักเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุด ตัวไวรัสเองมักจะมาพร้อมกับระบบทางเดินหายใจ และติดต่อง่ายมากเพียงแค่การสัมผัสสิ่งของร่วมกัน
ตาแดงจากแบคทีเรีย ขี้ตาเยอะจนลืมตาไม่ขึ้น ตื่นมาตาติดกันเป็นก้อน
แต่ถ้าลักษณะอาการต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง คือตื่นเช้ามาแล้วพบว่ามีขี้ตาเหลืองหรือเขียวข้นจนเกรอะกรัง ขอบตาและขนตาดติดกันจนลืมตาแทบไม่ขึ้น แบบนี้มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเกิดจากการที่เชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาโดยตรง เช่น มือสกปรกขยี้ตา หรือใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น
เชื้อโรคพวกนี้ติดต่อกันง่ายแค่ไหน และแพร่กระจายทางไหนบ้าง
ความน่ากลัวของโรคตาแดงทั้งสองชนิดนี้คือความสามารถในการแพร่กระจายตัวอย่างรวดเร็ว ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่า เวลาคนไข้ใช้มือขยี้ตาที่มีเชื้อโรค จากนั้นไปจับลูกบิดประตู ราวบันไดบนรถไฟฟ้า หรือกดลิฟต์ เชื้อโรคจะติดอยู่บริเวณนั้นทันที
เมื่อคนอื่นมาสัมผัสโดนแล้วเผลอขยี้ตาตัวเองต่อ เชื้อโรคก็ย้ายเข้าสู่บ้านใหม่ในดวงตาเรียบร้อย นี่คือเหตุผลว่าทำไมเวลาคนในบ้านเป็นตาแดง คนอื่นถึงทยอยติดเชื้อตามกันมาทีละคนจนครบทุกคนในครอบครัว
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มมีอาการตาแดง
เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มมีอาการตาแดง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการแยกของใช้ส่วนตัวออกจากคนอื่นทันที ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หมอน และงดการใส่คอนแทคเลนส์เด็ดขาดจนกว่าตาจะหายเป็นปกติ
- หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
- ใช้สำลีชุบน้ำสะอาดต้มสุกที่เย็นแล้ว เช็ดทำความสะอาดรอบดวงตาจากหัวตาไปหางตาเบาๆ
- งดการแต่งหน้าและหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ฝุ่นเยอะหรือควันบุหรี่
- งดการไปสถานที่แออัดเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
การรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้องตามสาเหตุ
ในกรณีที่เป็นการติดเชื้อไวรัส ดวงตาของเรามีความสามารถในการต่อสู้และหายได้เองตามธรรมชาติภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ การรักษาจึงเป็นการประคับประคองตามอาการ เช่น การหยอดน้ำตาเทียมเพื่อลดความระคายเคือง หรือใช้ยาแก้ปวดลดไข้ร่วมด้วยหากมีไข้หวัดร่วมด้วย
แต่หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย คุณหมอจะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะชนิดหยอดตาหรือป้ายตา ซึ่งผู้ป่วยต้องหยอดตาให้ครบตามกำหนดอย่างเคร่งครัด แม้ว่าอาการตาแดงจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยาและกลับมาเป็นซ้ำ
อาการแบบไหนที่เตือนว่าควรไปพบแพทย์ทันที
โดยทั่วไปอาการตาแดงมักจะดีขึ้นเรื่อยๆ ภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าหากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องรีบมาพบจักษุแพทย์โดยด่วน
ตามัวลง มองเห็นภาพไม่ชัดเจน หรือมีอาการปวดตาอย่างรุนแรง
สู้แสงจ้าไม่ได้เลยแม้จะอยู่ในที่ร่ม
มีตุ่มใสขึ้นที่กระจกตา หรือรู้สึกเหมือนมีแผลที่ผิวตา
อาการตาแดงไม่ดีขึ้นเลย หรือแย่ลงหลังจากผ่านไปสามถึงสี่วัน
ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและสำคัญมาก หากมีอาการตาแดงและไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร การปล่อยไว้ให้หายเองอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ แวะมาให้คุณหมอตรวจดูสักนิดเพื่อให้ได้รับยาที่ตรงจุด จะช่วยให้ดวงตากลับมาสดใสและปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วครับ