ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้ากังวลใจ พร้อมกับเล่าว่าสังเกตเห็นมูกเลือดปนมากับอุจจาระ สิ่งแรกที่หมอสัมผัสได้เสมอคือความตื่นตระหนกและความกังวลใจ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีเลือดปนออกมาจากร่างกาย ย่อมสร้างความไม่สบายใจให้เราได้เสมอ

ตามปกติแล้ว ลำไส้ใหญ่ของคนเราจะสร้างมูกลื่นๆ ขึ้นมาเคลือบอุจจาระเพื่อช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ผนังลำไส้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ร่างกายจะผลิตมูกออกมามากผิดปกติ พร้อมกับมีเลือดซึมออกมาปนด้วย อาการนี้เรียกว่า ถ่ายมีมูกเลือด ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าเราไม่ควรนิ่งนอนใจ

ข้อดีและประโยชน์ของการเอกซเรย์และการตรวจทางรังสีวินิจฉัย ช่วยหมอวิเคราะห์โรคได้อย่างไร?

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า เมื่อมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด แค่ตรวจอุจจาระหรือส่องกล้องอย่างเดียวไม่พอหรือ ทำไมบางครั้งหมอถึงต้องส่งตรวจทางรังสีวิทยาเพิ่มเติมด้วย ตรงนี้เองที่ บทบาทของการเอกซเรย์และการตรวจทางรังสีวินิจฉัยจะเข้ามาเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยค้นหาสาเหตุที่ซ่อนอยู่

การตรวจทางรังสีไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ถ่ายภาพโครงสร้างภายในเท่านั้น แต่เปรียบเสมือนดวงตาที่ช่วยให้หมอมองเห็นภาพรวมของช่องท้องทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในรายที่มีอาการแทรกซ้อน เช่น ปวดท้องรุนแรง ท้องอืดตึง หรือสงสัยว่าอาจมีภาวะลำไส้อุดตันหรือลำไส้ทะลุ การตรวจทางรังสีจะช่วยประเมินความรุนแรงและช่วยให้หมอวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัยที่สุด

เอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ หรือซีทีสแกน? หมอเลือกใช้เครื่องมือไหนในสถานการณ์ใด

เครื่องมือทางรังสีวินิจฉัยมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดีและทำหน้าที่แตกต่างกันไปตามลักษณะอาการของคนไข้ ดังนี้

การเอกซเรย์ช่องท้องแบบธรรมดา (Plain Abdominal X-ray)

นี่คือด่านแรกที่หมอมักจะเลือกใช้ในกรณีฉุกเฉิน ข้อดีคือรวดเร็วและทำได้ง่าย การเอกซเรย์ธรรมดาจะช่วยหมอประเมินว่ามีลมรั่วในช่องท้องจากภาวะลำไส้ทะลุหรือไม่ หรือมีลักษณะของลำไส้โป่งพองที่บ่งบอกถึงภาวะลำไส้อุดตันหรือไม่ แม้ว่าจะไม่สามารถเห็นรายละเอียดของเยื่อบุลำไส้ที่อักเสบได้โดยตรง แต่ก็เป็นเครื่องมือช่วยชีวิตในภาวะวิกฤตได้ดีมาก

การตรวจด้วยคลื่นความถี่สูงหรืออัลตราซาวนด์ (Ultrasound)

เครื่องมือนี้ไม่มีรังสีและปลอดภัยสูงมาก จึงมักเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่หมอใช้ในคนไข้เด็กและหญิงตั้งครรภ์ สำหรับเด็กเล็กที่มีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด การทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องจะช่วยวินิจฉัยภาวะลำไส้กลืนกัน ซึ่งเป็นสาเหตุยอดฮิตในเด็กได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยดูความหนาตัวของผนังลำไส้และหาแหล่งสะสมของหนองในช่องท้องได้อีกด้วย

การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

หากอาการของคนไข้มีความซับซ้อน หรือหมอสงสัยว่าอาจจะมีภาวะลำไส้อักเสบรุนแรง มีฝีในช่องท้อง มีเนื้องอก หรือภาวะเส้นเลือดลำไส้อุดตัน การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้องคือพระเอกของงานนี้ เพราะให้ภาพสามมิติที่มีความละเอียดสูงมาก ช่วยให้เห็นทั้งความหนาของผนังลำไส้ การกระจายตัวของโรค และสภาพของอวัยวะข้างเคียงได้อย่างชัดเจน

การสวนสารทึบแสงเอกซเรย์ (Barium Enema)

แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการใช้กล้องส่องตรวจลำไส้ใหญ่เป็นหลัก แต่การสวนแป้งสารทึบแสงแล้วถ่ายภาพเอกซเรย์ก็ยังคงมีประโยชน์ในบางกรณี เช่น การประเมินรูปร่างและขอบเขตของลำไส้ใหญ่ในคนไข้ที่ไม่สามารถส่องกล้องได้ หรือใช้เพื่อดูการตีบตันของลำไส้จากการอักเสบเรื้อรัง

เตรียมตัวอย่างไรเมื่อคุณหมอนัดตรวจทางรังสีวินิจฉัย

เพื่อให้ได้ภาพถ่ายทางรังสีที่ชัดเจนและช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำที่สุด การเตรียมตัวของคนไข้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งหมออยากแนะนำแนวทางง่ายๆ ดังนี้

  • งดน้ำและอาหาร: สำหรับการตรวจส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการทำอัลตราซาวนด์และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หมอมักจะขอให้งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อลดปริมาณแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้
  • แจ้งประวัติการแพ้และโรคประจำตัว: หากต้องมีการฉีดสารทึบแสงเพื่อตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องแจ้งหมอและเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าหากมีประวัติแพ้อาหารทะเล แพ้สารทึบแสง หรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับไต
  • สวมเสื้อผ้าที่สะดวก: ควรเลือกสวมเสื้อผ้าที่หลวมสบาย ไม่มีโลหะหรือซิปขนาดใหญ่ เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนชุดตรวจและป้องกันไม่ให้โลหะบดบังภาพเอกซเรย์

อย่ารอให้อาการลุกลาม การตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ คือทางออกที่ดีที่สุด

อาการถ่ายมีมูกเลือดไม่ใช่เรื่องปกติของร่างกาย แต่อยากให้เข้าใจว่าอาการนี้รักษาให้หายได้หากเราพบสาเหตุตั้งแต่เนิ่นๆ การตรวจทางรังสีวินิจฉัยจึงเปรียบเสมือนแผนที่นำทางที่ช่วยให้หมอสามารถค้นหาต้นตอของปัญหาได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการอักเสบ การติดเชื้อ หรือความผิดปกติอื่นๆ

หากคนไข้หรือคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการถ่ายมีมูกเลือด ร่วมกับอาการปวดท้อง มีไข้ หรือน้ำหนักลดผิดปกติ หมอแนะนำว่าไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง การเข้าพบแพทย์เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจทางรังสีวินิจฉัยที่เหมาะสม จะช่วยให้เราได้รับการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down