ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

"คุณหมอคะ ลูกไม่ถ่ายมาสามวันแล้วจะเป็นอะไรไหม" หรือ "คุณหมอครับ ทำไมลูกอึวันละห้าหกรอบ แบบนี้ท้องเสียหรือเปล่า" นี่คือสองคำถามยอดฮิตที่หมอมักจะได้รับยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจเด็กแรกเกิด ความกังวลใจเรื่องการขับถ่ายของลูกน้อยเป็นเรื่องธรรมชาติของคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกคน เพราะอึของลูกคือหนึ่งในสัญญาณสุขภาพที่บ่งบอกว่าร่างกายของเขาทำงานเป็นอย่างไร

สิ่งหนึ่งที่หมออยากให้ทำความเข้าใจก่อนเป็นอันดับแรกคือ เด็กที่กินนมแม่และเด็กที่กินนมผง จะมีรูปแบบการขับถ่ายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในเรื่องของสี ความนิ่ม และที่สำคัญที่สุดคือจำนวนครั้งในการถ่ายในแต่ละวัน การนำเด็กทั้งสองกลุ่มนี้มาเปรียบเทียบกันโดยตรงอาจทำให้เกิดความกังวลโดยไม่จำเป็น

ทำไมนมแม่กับนมผงถึงทำให้ลูกอึไม่เหมือนกัน?

สาเหตุหลักที่ทำให้อึของทารกทั้งสองกลุ่มนี้แตกต่างกันอยู่ที่ "สารอาหารและการย่อย"

นมแม่เป็นอาหารที่ธรรมชาติสร้างมาให้เหมาะสมกับทางเดินอาหารของทารกมากที่สุด ในนมแม่มีเวย์โปรตีนที่ย่อยง่าย มีน้ำตาลแลคโตสและสารอาหารที่ร่างกายของลูกสามารถดูดซึมไปใช้ในการเจริญเติบโตได้เกือบทั้งหมด แทบไม่เหลือสารตกค้างให้ออกมาเป็นกากอาหาร นอกจากนี้ในนมแม่ยังมีสารกลุ่มพรีไบโอติกส์ที่ช่วยให้ลำไส้เคลื่อนตัวได้ดีและทำให้อึนิ่มอยู่เสมอ

ในขณะที่นมผงดัดแปลงสำหรับทารก แม้จะพยายามพัฒนาสูตรให้ใกล้เคียงกับนมแม่มากที่สุด แต่ก็ยังมีสัดส่วนของเคซีนโปรตีนซึ่งย่อยยากกว่า และไม่มีสารกระตุ้นการขับถ่ายตามธรรมชาติเหมือนในน้ำนมแม่ ทำให้ร่างกายของทารกใช้เวลาย่อยนานกว่า และเหลือกากอาหารสะสมในลำไส้มากกว่านั่นเอง

เด็กนมแม่ล้วน: อึบ่อยจนใจหาย หรือไม่ถ่ายหลายวันก็ยังปกติ

พฤติกรรมการขับถ่ายของเด็กที่กินนมแม่ล้วนจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากตามอายุของลูกน้อย โดยหมอจะแบ่งออกเป็นสองช่วงหลักๆ ดังนี้

ช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังคลอด: ช่วงเร่งระบาย

ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากที่ลืมตาดูโลก ทารกที่กินนมแม่มักจะถ่ายบ่อยมาก บางคนถ่ายทุกครั้งหลังกินนม หรือเฉลี่ยวันละ 4-10 ครั้ง ลักษณะอึจะนิ่มเหลว มีสีเหลืองทองคล้ายเม็ดมะเขือเทศปนอยู่ อาการถ่ายบ่อยในช่วงนี้เกิดจากน้ำนมส่วนแรกของแม่ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับสารสีเหลืองหรือขี้เทาออกจากร่างกาย และช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน

หลังอายุ 1 เดือน: ช่วงดูดซึมหมดจด

เมื่อลูกอายุเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4-6 ระบบย่อยอาหารของเขาจะพัฒนาขึ้นอย่างมาก ประกอบกับนมแม่ถูกดูดซึมไปใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนแทบไม่เหลือกากอาหารตกค้าง ส่งผลให้ความถี่ในการขับถ่ายลดลงอย่างน่าตกใจ จากที่เคยถ่ายวันละหลายรอบ อาจเปลี่ยนเป็น 2-3 วันถ่ายครั้ง หรือในบางรายอาจนานถึง 10-14 วันถึงจะถ่ายสักครั้งหนึ่ง

หมออยากเน้นย้ำตรงนี้ว่า หากลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ท้องนิ่ม ไม่โยเย และเมื่อถ่ายออกมาแล้ว อึยังมีลักษณะเหลวนุ่ม ไม่เป็นเม็ดแข็ง ถือว่าเป็นเรื่องปกติอย่างที่สุด ไม่ใช่ อาการท้องผูก แต่อย่างใด

เด็กนมผง: ถ่ายเป็นเวลาและสม่ำเสมอกว่า แต่อาจต้องระวังเรื่องท้องผูก

ทารกที่กินนมผงจะมีรูปแบบการขับถ่ายที่เป็นระบบระเบียบและคาดเดาได้ง่ายกว่าเด็กนมแม่ ตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงหลายเดือน ความถี่ในการขับถ่ายมักจะอยู่ที่ประมาณวันละ 1-3 ครั้ง หรืออย่างน้อยที่สุดคือวันเว้นวัน

ลักษณะอึของเด็กนมผงจะมีความหนืดและจับตัวเป็นก้อนมากกว่าเด็กนมแม่ มีสีเหลืองซีด เหลืองเข้ม หรือบางครั้งอาจเป็นสีเขียวปนเทาเนื่องจากสารอาหารและเหล็กที่ผสมอยู่ในนมผงสูตรต่างๆ

สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือ เด็กกินนมผงมีโอกาสเกิดอาการท้องผูกได้ง่ายกว่า หากปล่อยทิ้งไว้เกิน 2-3 วันโดยไม่ถ่าย อึจะเริ่มจับตัวเป็นก้อนแข็ง ทำให้ลูกต้องออกแรงเบ่งจนหน้าดำหน้าแดง ร้องโยเย หรือมีรอยฉีกขาดที่ปากทวารหนักได้

เปรียบเทียบชัดๆ ความแตกต่างของความถี่ในการขับถ่ายของลูกน้อย

เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หมอได้ทำการสรุป ความแตกต่างของความถี่ในการขับถ่าย ระหว่างทารกทั้งสองกลุ่มในช่วงอายุต่างๆ ดังนี้

  • ทารกอายุ 1-4 สัปดาห์แรก
    • ทารกนมแม่: ถ่ายบ่อยมาก วันละ 4-10 ครั้ง อึนิ่มเละ สีเหลืองทอง
    • ทารกนมผง: ถ่ายสม่ำเสมอ วันละ 1-4 ครั้ง อึเริ่มจับตัวเป็นก้อนนิ่ม สีเหลืองหรือเขียว
  • ทารกอายุ 1 เดือนขึ้นไป
    • ทารกนมแม่: ความถี่ลดลงอย่างมาก อาจถ่ายสัปดาห์ละครั้ง หรือ 10-14 วันครั้ง แต่อึยังนิ่มเหลว
    • ทารกนมผง: ถ่ายค่อนข้างสม่ำเสมอ วันละ 1 ครั้ง หรือวันเว้นวัน อึเป็นก้อนนิ่มมีรูปทรง

อาการแบบไหนที่บอกว่าถึงเวลาต้องพาลูกไปพบหมอแล้ว

แม้ว่ารูปแบบการขับถ่ายของเด็กแต่ละคนจะมีความยืดหยุ่นสูง แต่ก็มีสัญญาณเตือนบางอย่างที่บ่งบอกว่าอาจมีความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกมาพบหมอเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด ดังนี้

  • ลักษณะอึที่ผิดปกติ: อึแข็งเป็นเม็ดกลมคล้ายกระสุนปืน อึปนเลือดแดงสด หรืออึมีสีขาวซีดเหมือนปูนปลาสเตอร์ (ซึ่งอาจบ่งบอกถึงภาวะท่อน้ำดีอุดตัน)
  • อาการร่วมทางร่างกาย: ลูกมีอาการท้องอืดตึง เคาะแล้วมีลมเยอะ ร้องกวนโยเยตลอดเวลาโดยไม่มีสาเหตุ กินนมน้อยลง หรือมีอาการอาเจียนร่วมด้วย
  • พฤติกรรมการเบ่ง: ลูกต้องออกแรงเบ่งอย่างรุนแรง ร้องไห้เจ็บปวดทุกครั้งที่ขับถ่าย หรือมีรอยแผลฉีกขาดและมีเลือดซึมบริเวณรอบรูทวารหนัก

การหมั่นสังเกตอึในผ้าอ้อมของลูกทุกวันจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจธรรมชาติของลูกน้อยได้ดียิ่งขึ้น หากเข้าใจกลไกและธรรมชาติความแตกต่างของอาหารทั้งสองชนิดนี้แล้ว ความกังวลใจเรื่องจำนวนครั้งในการขับถ่ายก็จะลดลง และช่วยให้สามารถดูแลสุขอนามัยของลูกน้อยได้อย่างมั่นใจและมีความสุขในทุกๆ วัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down