ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

จู่ๆ ก็ปวดท้องถ่ายเป็นเลือด นี่ใช่สัญญาณอันตรายไหม

หลายคนมักตกใจเมื่อพบว่าตัวเองมีอาการปวดท้องรุนแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน ตามด้วยการขับถ่ายที่มีเลือดปนออกมา อาการเหล่านี้มักทำให้หลายคนนึกถึงโรคริดสีดวงทวาร หรืออาการท้องเสียรุนแรง แต่ในทางการแพทย์ยังมีอีกหนึ่งภาวะที่น่าสนใจและต้องระวัง นั่นคือภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบจากการขาดเลือด ซึ่งไม่ใช่โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ แต่เกิดจากปริมาณเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงผนังลำไส้ลดลงชั่วคราว ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดการอักเสบหรือบาดเจ็บครับ

ลำไส้ใหญ่อักเสบจากการขาดเลือด เกิดขึ้นได้ยังไง

ลองจินตนาการว่าลำไส้ของเราคืออวัยวะที่มีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงตลอดเวลาเพื่อให้ทำงานได้ตามปกติ แต่เมื่อใดก็ตามที่การไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดแดงส่วนปลายที่ไปเลี้ยงลำไส้เกิดสะดุดลง ไม่ว่าจะเกิดจากความดันโลหิตที่ตกลงอย่างรวดเร็ว หลอดเลือดตีบตัว หรือมีลิ่มเลือดไปอุดกั้น แม้เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก็ส่งผลให้ลำไส้ขาดออกซิเจนและสารอาหารทันที เมื่อเซลล์ลำไส้เริ่มขาดเลือดจึงเกิดอาการปวดเกร็งและอักเสบตามมา

ใครบ้างที่เสี่ยงจะเป็นภาวะนี้

โรคนี้ไม่ได้เลือกปฏิบัติ แต่ส่วนใหญ่มักพบในกลุ่มคนที่เริ่มมีอายุ หรือมีปัจจัยเสี่ยงทางหลอดเลือดและหัวใจอยู่เดิม เช่น

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือเบาหวาน
  • ผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัด ซึ่งส่งผลเสียโดยตรงต่อความยืดหยุ่นของหลอดเลือด
  • ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว

สังเกตอาการเตือนที่ต้องรีบมาหาหมอ

อาการของภาวะนี้มักมาแบบเฉียบพลันและชัดเจนครับ โดยจะมีอาการดังนี้

  • ปวดท้องบีบๆ แบบเกร็งๆ โดยมักจะปวดด้านซ้ายของหน้าท้อง
  • อยากถ่ายอุจจาระอยู่ตลอดเวลา แต่ถ่ายออกมาได้น้อย หรือถ่ายออกมาเป็นเลือดสดหรือเลือดสีคล้ำ
  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย

หากมีอาการเหล่านี้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว แนะนำว่าไม่ควรซื้อยาแก้ปวดท้องกินเองแล้วรอดูอาการที่บ้าน ควรมาพบแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยอย่างแน่ชัดครับ

ตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างไร

เมื่อมาถึงมือหมอ ขั้นตอนสำคัญคือการประเมินความรุนแรง หากอาการยังไม่รุนแรงมาก หมอมักใช้วิธีประคับประคอง เช่น การงดอาหารและน้ำเพื่อให้ลำไส้ได้พักการทำงาน การให้สารน้ำทางหลอดเลือดเพื่อรักษาระดับความดัน และให้ยาปฏิชีวนะในบางรายเพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน ส่วนในรายที่รุนแรงจนเนื้อเยื่อลำไส้เสียหายมาก อาจจำเป็นต้องปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อพิจารณาผ่าตัดเอาส่วนที่เสียหายออกครับ

วิธีลดความเสี่ยงเพื่อให้ลำไส้แข็งแรง

เราสามารถดูแลตัวเองเพื่อป้องกันภาวะนี้ได้ด้วยการจัดการปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วันนี้ คือการคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลให้คงที่ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือการเลิกบุหรี่ ซึ่งจะเป็นการปกป้องหลอดเลือดทั่วร่างกายรวมถึงหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้ได้ดีที่สุดครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down