เวลาที่คนไข้เดินขึ้นบันไดแล้วได้ยินเสียงกรอบแกรบในเข่า หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรมาขัดๆ อยู่ข้างในข้อ พร้อมกับอาการปวดตึงเวลาขยับ หลายคนมักจะนึกถึงความเสื่อมตามวัย แต่พอมาตรวจเอ็กซเรย์ดูกลับเจอเจ้าก้อนแข็งๆ ที่เรียกว่า ภาวะกระดูกงอกบริเวณข้อเข่า โผล่ขึ้นมาสร้างความตกใจให้ไม่น้อย วันนี้หมอเลยอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจโรคนี้กันแบบง่ายๆ ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเราจะรับมือกับมันอย่างไรดีครับ
กระดูกงอกที่เข่าหน้าตาเป็นอย่างไร และเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
หลายคนพอได้ยินคำว่ากระดูกงอก ก็มักจะจินตนาการไปว่ามีอะไรแปลกปลอมงอกยื่นออกมาเหมือนเขาสัตว์ แต่ความจริงแล้วเจ้ากระดูกงอกนี้เกิดจากกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย เมื่อผิวข้อเข่าของเราเริ่มสึกหรอหรือบางลงจากการใช้งานเป็นเวลานาน หรือได้รับแรงกดทับที่มากเกินไป ร่างกายพยายามจะกระจายน้ำหนักและสร้างกระดูกเพิ่มขึ้นมาเพื่อพยุงข้อต่อบริเวณนั้น แต่กลไกนี้ดันสร้างเกินความจำเป็นจนกลายเป็นตุ่มหรือเดือยกระดูกยื่นออกมา ซึ่งมักจะไปเบียดเสียดกับเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่อรอบๆ จนทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขึ้นมานั่นเอง
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าเข่าของเราเริ่มมีกระดูกงอก
อาการของ ภาวะกระดูกงอกบริเวณข้อเข่า จะไม่ได้แสดงตัวชัดเจนตั้งแต่เริ่มแรกครับ ส่วนใหญ่มักจะค่อยเป็นค่อยไปจนคนไข้ชิน Alarming signs หรือสัญญาณเตือนที่หมอพบบ่อยมีดังนี้
- ปวดตึงข้อเข่าเวลาขยับ: โดยเฉพาะตอนตื่นนอนตอนเช้า หรือเวลาที่นั่งพับเพียบ นานๆ แล้วลุกขึ้นยืน จะรู้สึกเหมือนเข่าติดและขัดมาก
- มีเสียงดังในข้อ: เวลาเดินหรือยืดเหยียดขา จะได้ยินเสียงกรอบแกรบ หรือรู้สึกถึงความไม่เรียบเนียนเวลาข้อเสียดสีกัน
- ข้อเข่าบวมและเคลื่อนไหวได้น้อยลง: บางคนเหยียดขาหรือพับเข่าได้ไม่สุดเหมือนเดิม เนื่องจากมีปุ่มกระดูกไปขวางการเคลื่อนไหว
- คลำเจอไตแข็งๆ บริเวณข้อเข่า: ในบางรายที่มีกระดูกงอกขนาดใหญ่ อาจจะคลำพบก้อนแข็งนูนบริเวณรอบลูกสะบ้าหรือด้านข้างข้อเข่า
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูงจะเจอภาวะกระดูกงอกที่เข่า
ปัญหาข้อเข่าเสื่อมและกระดูกงอกมักจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนในอัตราเท่ากันครับ กลุ่มเสี่ยงหลักๆ ที่หมอต้องเตือนให้ระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- ผู้สูงอายุ: ยิ่งอายุมาก ผิวข้อเข่ายิ่งผ่านการใช้งานมานาน ความเสื่อมย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา
- คนที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์: น้ำหนักตัวที่มากเปรียบเสมือนภาระหนักอึ้งที่กดทับลงบนข้อเข่าทุกๆ ก้าวที่เดิน ทำให้ผิวข้อสึกหรอเร็วขึ้นและกระกระดูกต้องพยายามสร้างตัวขึ้นมาพยุง
- ผู้ที่เคยมีอุบัติเหตุที่ข้อเข่า: เช่น เคยเอ็นไขว้ขาด หมอนรองกระเข่าฉีก หรือกระดูกหักบริเวณข้อเข่ามาก่อน ทำให้โครงสร้างข้อเปลี่ยนไปและเสื่อมเร็วกว่าปกติ
- คนที่ใช้งานข้อเข่าหนักซ้ำๆ: เช่น นักกีฬา อาชีพที่ต้องยืนนาน หรือคนที่ชอบยกของหนักเป็นประจำ
วิธีดูแลรักษาและการปรับพฤติกรรมเพื่อลดอาการปวด
ข่าวดีคือ ภาวะกระดูกงอกบริเวณข้อเข่า ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกรายครับ แนวทางการรักษาในทางการแพทย์จะเน้นไปที่การลดอาการอักเสบและช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตประจำได้ตามปกติ โดยเริ่มต้นจากการดูแลตัวเองง่ายๆ ดังนี้
ปรับเปลี่ยนกิจกรรมและลดแรงกระแทกที่เข่า
หลีกเลี่ยงท่าทางที่ต้องงอเข่ามากๆ เช่น การนั่งยองๆ นั่งพับเพียบ หรือนั่งคุกเข่า รวมถึงการวิ่งกระโดดบนพื้นแข็งๆ หากน้ำหนักตัวเกิน การลดน้ำหนักลงสักนิดจะช่วยลดภาระที่เข่าได้อย่างมหาศาล
บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าให้แข็งแรง
การสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าจะช่วยทำหน้าที่เป็นโช้คอัพคอยรับแรงแทนข้อเข่าโดยตรง หมอแนะนำให้ออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ เช่น การปั่นจักรยานอากาศ หรือการเดินในน้ำ
การใช้ยาและการรักษาเสริมจากแพทย์
ในกรณีที่มีอาการปวดอักเสบ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เป็นครั้งคราว หรืออาจมีการฉีดยาน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่าเทียมเพื่อช่วยลดการเสียดสี และในรายที่กระดูกงอกมีขนาดใหญ่มากจนไปขัดขวางการทำงานของข้ออย่างรุนแรง หรือทำให้เส้นประสาทถูกกดทับ แพทย์จึงจะพิจารณาแนวทางการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อตกแต่งผิวข้อและนำเศษกระดูกที่เกินออกไป