ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลางดึกคืนหนึ่ง เสียงลูกร้องไห้ครวญคราง ตัวร้อนจัด หรือมีอาการแปลกๆ มักเป็นสถานการณ์ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หัวหมุนและตกใจได้เสมอ สิ่งที่มักตามมาคือความลังเลใจว่า อาการแบบนี้ควรรอเช้าแล้วค่อยไปตรวจแผนกผู้ป่วยนอก หรือควรสตาร์ทรถพาน้องพุ่งตรงไปห้องฉุกเฉินทันที การตัดสินใจในสภาวะเร่งด่วนนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะร่างกายของเด็กมีความเปราะบาง และอาการป่วยสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เราคาดคิด

หมอจึงสรุปข้อบ่งชี้ในการนำเด็กส่งโรงพยาบาลฉุกเฉิน เพื่อให้ปู่ย่าตายายและคุณพ่อคุณแม่ใช้เป็นคู่มือสังเกตอาการเตือนภัยอันตรายที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

หายใจแบบไหนที่แปลว่าลูกกำลังแย่? สังเกตระบบหายใจอย่างไรให้ทันเวลา

ระบบทางเดินหายใจในเด็กเล็กมีขนาดเล็กและอุดตันได้ง่าย หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมการหายใจที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน นั่นคือสัญญาณแรกๆ ที่บอกว่าร่างกายกำลังขาดออกซิเจน

อาการหายใจหอบเหนื่อย อกบ๋อม และปีกจมูกบาน

สังเกตได้ง่ายๆ โดยการถอดเสื้อลูกออก แล้วดูการเคลื่อนไหวของหน้าอกและชายโครง หากเห็นว่าซี่โครงบุ๋มลึกเข้าไปตามจังหวะหายใจ (Intercostal retraction) หรือบริเวณใต้ลิ้นปี่บุ๋มลงไปอย่างชัดเจน รวมถึงปีกจมูกบานขยับกว้างทุกครั้งที่สูดลมหายใจ นั่นแสดงว่าเด็กกำลังใช้พลังงานอย่างหนักในการดึงอากาศเข้าปอด ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลฉุกเฉินทันที

เสียงหายใจผิดปกติและริมฝีปากคล้ำ

หากได้ยินเสียงหายใจดังครืดคราดครืดคราดเหมือนมีอะไรอุดกั้น เสียงวี้ด (Wheezing) ขณะหายใจออก หรือเสียงไอเสียงก้องคล้ายเสียงสุนัขเห่า (Croup) ร่วมกับอาการริมฝีปาก เล็บ หรือปลายมือปลายเท้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือคล้ำซีด นี่คือภาวะขาดออกซิเจนขั้นวิกฤตที่ต้องการการดูแลทันที

ซึมลง ไม่ยอมเล่น หรือร้องไห้ไม่หยุด: สัญญาณเตือนทางระบบประสาท

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันเป็นดัชนีชี้วัดความรุนแรงของโรคได้ดีที่สุด เด็กที่ป่วยแต่ยังสบตา ยิ้ม หรือเล่นได้ มักจะยังไม่อยู่ในภาวะอันตรายร้ายแรง ตรงกันข้ามกับเด็กที่มีอาการทางระบบประสาท

ซึม ปลุกยาก หรือตอบสนองช้าลงผิดปกติ

หากเจ้าตัวเล็กที่เคยร่าเริงกลับนอนซึม ไม่ยอมสบตา เรียกแล้วไม่ค่อยตอบสนอง ปลุกตื่นยาก หรือง่วงนอนตลอดเวลาแม้จะเป็นเวลาตื่นนอนปกติ อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคติดเชื้อในระบบประสาท ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หรือภาวะสารน้ำและเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติอย่างรุนแรง

อาการชักเกร็ง ตาค้าง หรือเกร็งกระตุก

เมื่อเด็กมีอาการชัก ไม่ว่าจะเกิดจากไข้สูงหรือสาเหตุอื่น เช่น หน้าตากระตุก ตาเหลือกค้าง แขนขาเกร็ง หรือหมดสติไปชั่วขณะ คุณพ่อคุณแม่ควรรอให้อาการชักหยุด (จัดให้นอนตะแคงป้องกันการสำลัก) แล้วรีบนำส่งห้องฉุกเฉินทันที ไม่ควรงัดปากหรือใส่สิ่งของใดๆ เข้าไปในปากเด็กเด็ดขาด

อาเจียน ท้องเสียหนักแค่ไหน เสี่ยงช็อกและขาดน้ำรุนแรง?

อาการท้องเสียและอาเจียนในเด็กเล็กสามารถทำให้เกิดภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็ว และหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการชดเชยสารน้ำอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะช็อกได้

วิธีเช็กสัญญาณเตือนภาวะขาดน้ำรุนแรง

คุณพ่อคุณแม่สามารถเช็กอาการขาดน้ำรุนแรงได้จากสังเกตง่ายๆ ดังนี้

  • ปัสสาวะลดลงอย่างเห็นได้ชัด: ผ้าอ้อมแห้งสนิทเกิน 6 ชั่วโมง หรือปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มจัด
  • ปากแห้ง ตาโหล: ริมฝีปากแห้งแตก ร้องไห้แล้วไม่มีน้ำตาออกมาเลย รอยเบ็ดหัว (สำหรับทารก) บุ๋มลึกกว่าปกติ
  • ผิวกระด้าง ทานอะไรไม่ได้: เมื่อหยิกผิวหนังบริเวณหน้าท้องขึ้นมาแล้วปล่อย ผิวคืนตัวช้า ร่วมกับกกินอะไรก็อาเจียนออกมาหมด ไม่สามารถจิบน้ำหรือสารละลายเกลือแร่ได้เลย

ไข้สูงปรี๊ด หรือผื่นแบบไหนที่ต้องส่งห้องฉุกเฉินด่วน

ไข้เป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรค แต่ไข้บางลักษณะและผื่นบางประเภทจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์อย่างเร่งด่วน

เด็กทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่มีไข้

สำหรับทารกวัยแรกเกิดถึง 3 เดือน หากวัดอุณหภูมิทางรักแร้ได้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือวัดทางรูตูดได้ 38.0 องศาเซลเซียส ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ทันที เนื่องจากภูมิคุ้มกันของทารกวัยนี้ยังต่ำมาก ติดเชื้อแล้วกระจายตัวได้รวดเร็ว

ผื่นจุดเลือดออกที่ไม่จางลงเมื่อกด

หากพบบาดแผล ผื่นแดง หรือจุดเลือดออกเล็กๆ ตามตัว ที่เมื่อนำแก้วใสกดทับลงไปบนผื่นแล้ว ผื่นนั้นไม่จางหายไป ร่วมกับเด็กมีไข้สูง ซึม อาการนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดชนิดรุนแรง (Meningococcemia) ที่ต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทันที

อุบัติเหตุ สิ่งแปลกปลอม และการได้รับสารพิษ

นอกจากอาการเจ็บป่วยจากโรคแล้ว เหตุสุดวิสัยก็เป็นข้อบ่งชี้ในการนำเด็กส่งโรงพยาบาลฉุกเฉินที่พบบ่อยมากเช่นกัน

  • การสำลักและสิ่งแปลกปลอมอุดกั้น: เด็กกลืนของเล่น เหรียญ หรือถ่านกระดุม แล้วมีอาการไอติดๆ กัน หน้าเขียว หายใจลำบาก
  • การพลัดตกหกล้ม: หัวกระแทกพื้นแล้วมีอาการซึมลง อาเจียนพุ่งกระฉูด อาละวาด หรือมีน้ำใสๆ/เลือดไหลออกจากหูหรือจมูก
  • สัมผัสหรือรับประทานสารเคมี: ได้รับยาเกินขนาด กินน้ำยาล้างห้องน้ำ หรือสารเคมีในบ้าน ห้ามทำการอาเจียนเอง แต่ให้รีบพามาพบแพทย์พร้อมนำภาชนะบรรจุสารนั้นมาด้วย

การเตรียมตัวและตั้งสติก่อนพาลูกส่งโรงพยาบาล

เมื่อประเมินแล้วว่าลูกมีข้อบ่งชี้ในการนำเด็กส่งโรงพยาบาลฉุกเฉิน สิ่งสำคัญที่สุดคือความตั้งสติของคุณพ่อคุณแม่ ควรมอบหมายหน้าที่ให้ชัดเจน คนหนึ่งดูแลลูก คนหนึ่งขับรถหรือโทรประสานงานเบอร์เรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน (1669)

สิ่งที่ควรรวบรวมติดตัวไปโรงพยาบาล ได้แก่ ประวัติวัคซีน ยาประจำตัวที่ลูกกินอยู่ ประวัติการแพ้ยา และหากเป็นกรณีสงสัยสารพิษหรือสิ่งแปลกปลอม ให้นำซองยาหรือวัตถุนั้นไปด้วย เพื่อช่วยให้ทีมแพทย์ประเมินและทำการรักษาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วที่สุด การสังเกตและช่างสังเกตของคุณพ่อคุณแม่ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยเซฟชีวิตของลูกน้อยได้อย่างทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down