เวลาที่คนในครอบครัวไม่สบาย มีไข้สูง สิ่งแรกที่เรามักจะทำกันเองได้ทันทีที่บ้านคือการเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนออก แต่เชื่อไหมว่ายังมีหลายคนยังเข้าใจผิดเรื่องการใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งมาเช็ดตัว เพราะคิดว่าจะช่วยให้ไข้ลดลงเร็วที่สุด ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นวิธีที่อันตรายและทำให้ไข้สูงขึ้นกว่าเดิมได้ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังถึงเคล็ดลับการเตรียมน้ำและอุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเช็ดตัวลดไข้อย่างปลอดภัยครับ
ทำไมการเลือกอุณหภูมิของน้ำเช็ดตัวถึงสำคัญต่อร่างกาย?
เวลาที่เราเป็นไข้ สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกายจะตั้งเป้าหมายความร้อนไว้สูงกว่าปกติ ทำให้เรารู้สึกหนาวสั่นและตัวร้อน หากเราใช้น้ำที่เย็นจัดหรือน้ำใส่น้ำแข็งเช็ดตัวทันที หลอดเลือดใต้ผิวหนังจะหดตัวอย่างรวดเร็ว ความร้อนภายในร่างกายจึงระบายออกมาไม่ได้ แถมยังกระตุ้นให้อาการหนาวสั่นรุนแรงขึ้นไปอีก ดังนั้น หลักการสำคัญคือการใช้น้ำที่ช่วยเปิดรูขุมขนและระบายความร้อนออกได้อย่างนุ่มนวล
ประเภทและอุณหภูมิของน้ำที่หมอแนะนำให้ใช้
สำหรับการเช็ดตัวลดไข้ที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อนจนเกินไป แต่ควรใช้น้ำตามอุณหภูมิห้องปกติ หรือน้ำอุ่นกำลังดี เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวและไม่เกิดอาการสะดุ้งตกใจขณะเช็ด
น้ำอุ่นผสมน้ำธรรมดาคือคำตอบที่ดีที่สุด
เราควรใช้น้ำอุ่นที่อุณหภูมิประมาณ 37 ถึง 40 องศาเซลเซียส หรือทดสอบง่ายๆ โดยการใช้ว้องแขนหรือหลังมือจุ่มลงไปแล้วรู้สึกอุ่นกำลังดี ไม่ร้อนลวกผิว หากไม่มีเครื่องวัดอุณหภูมิ สามารถใช้นน้ำอุ่นผสมกับน้ำก๊อกธรรมดาในสัดส่วนที่พอเหมาะ น้ำอุ่นระดับนี้จะช่วยขยายหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง ทำให้ร่างกายระบายความร้อนออกมาทางเหงื่อได้ดีขึ้น และช่วยลดอาการหนาวสั่นได้เป็นอย่างดี
ขั้นตอนการเตรียมน้ำและอุปกรณ์ที่ต้องมีให้พร้อม
ก่อนจะเริ่มเช็ดตัวให้คนไข้ การเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์จะช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นและไม่ต้องลุกไปหยิบจับอะไรให้วุ่นวายระหว่างเช็ดตัว
- กะละมังใส่น้ำ: เตรียมน้ำอุ่นในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่เย็นหรือร้อนจนเกินไป
- ผ้าขนหนูผืนเล็ก: ควรเตรียมไว้ประมาณ 2 ถึง 4 ผืน สำหรับชุบน้ำและวางตามจุดสำคัญ
- ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่: สำหรับซับตัวให้แห้งหลังเช็ดเสร็จ
- เสื้อผ้าโปร่งสบาย: เตรียมชุดผ้าคอตตอนบางๆ เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดีหลังเช็ดตัว
เทคนิคการเช็ดตัวลดไข้ให้ได้ผลและไม่ทรมานคนไข้
หลังจากเตรียมน้ำได้อุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว ขั้นตอนการเช็ดก็สำคัญไม่แพ้กัน เริ่มจากการถอดเสื้อผ้าผู้ป่วยออกทีละส่วน นำผ้าที่ชุบน้ำหมาดๆ (ไม่ควรให้เปียกชุ่มจนหยด) มาเช็ดบริเวณใบหน้า ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นเลือดใหญ่ผ่าน การเช็ดบริเวณเหล่านี้จะช่วยลดอุณหภูมิในกระแสเลือดที่ไหลผ่านได้รวดเร็วขึ้น
ที่สำคัญควรเช็ดในลักษณะลูบเข้าหาหัวใจเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และใช้เวลาในการเช็ดประมาณ 15 ถึง 20 นาที เมื่อเสร็จแล้วให้ใช้ผ้าแห้งซับตัวเบาๆ ไม่ควรถูกรุนแรง แล้วสวมเสื้อผ้าโปร่งๆ ให้เรียบร้อย
ข้อควรระวังที่ไม่ควรทำเด็ดขาดเวลาเช็ดตัว
นอกจากการเลือกอุณหภูมิของน้ำแล้ว ยังมีข้อผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งหมออยากเตือนเอาไว้เพื่อความปลอดภัย
- ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด: เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ และทำให้ไข้กลับสูงขึ้น
- ห้ามใส่แอลกอฮอล์ลงในน้ำเช็ดตัว: สมัยก่อนเราอาจเคยเห็นการใช้แอลกอฮอล์เช็ดลดไข้ แต่ปัจจุบันทางการแพทย์ไม่แนะนำแล้ว เพราะแอลกอฮอล์จะระเหยเร็วเกินไปจนทำให้เด็กช็อกหรือซึมลงได้ แถมยังระคายเคืองผิวหนังอีกด้วย
- ไม่ควรเช็ดแรงเกินไป: ให้ใช้การลูบหรือซับเบาๆ แทนการขัดถูผิวหนัง
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์โดยด่วน
การเช็ดตัวและการกินยาลดไข้เป็นเพียงการบรรเทาอาการในเบื้องต้นเท่านั้น หากผู้ป่วยมีไข้สูงติดต่อกันนานเกินสองวัน มีอาการซึมมาก หายใจหอบเหนื่อย ชัก หรือมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ควรรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่ถูกต้องทันทีครับ