เวลานั่งคุยกับคนไข้ในห้องตรวจ หลายคนมักจะแปลกใจเมื่อหมอถามถึงประวัติสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่หรือพี่น้องร่วมสายเลือด โดยเฉพาะเวลาที่ผลตรวจสุขภาพออกมาว่ามีภาวะไขมันพอกตับ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้กินหวานจัดหรือดื่มแอลกอฮอล์หนักหน่วงอะไร คำถามยอดฮิตที่หมอได้ยินบ่อยคือ โรคนี้มันติดต่อกันได้ด้วยหรือ ทำไมคนในครอบครัวถึงเป็นเหมือนกันหมด
ความจริงแล้ว ไขมันพอกตับไม่ได้ติดต่อกันทางลมหายใจหรือการใช้ชีวิตร่วมกันเหมือนโรคติดเชื้อ แต่เรื่องของ ปsะเด็นทางพันธุกรรมและประวัติครอบครัวต่างหากที่เป็นตัวเชื่อมโยงสำคัญ ซึ่งในฐานะหมอ วันนี้อยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบง่ายๆ ว่ารหัสพันธุกรรมในตัวเรา กำลังแอบสั่งให้ตับสะสมไขมันมากกว่าปกติหรือเปล่า
พันธุกรรมกับตับ: เรื่องที่เราเลือกเกิดไม่ได้แต่รับมือได้
ร่างกายของคนเราเปรียบเสมือนโรงงานรีไซเคิลขนาดใหญ่ที่มีตับเป็นเครื่องจักรหลักในการจัดการไขมันและน้ำตาล แต่ในบางครอบครัว เครื่องจักรเหล่านี้อาจมีคู่มือการทำงานที่แตกต่างออกไปเล็กน้อยจากรหัสพันธุกรรมที่ถ่ายทอดกันรุ่นสู่รุ่น
ยีนบางตัวทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญไขมันในเซลล์ตับโดยตรง หากคุณมีความผิดปกติของยีนเหล่านี้ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ ต่อให้คุณจะควบคุมอาหารอย่างดีเยี่ยม ตับของคุณก็อาจมีแนวโน้มที่จะดึงไขมันเข้ามาเก็บไว้มากกว่าคนทั่วไป นี่คือเหตุผลว่าทำไมพี่น้องท้องเดียวกันหรือลูกที่มีคุณพ่อคุณแม่เป็นไขมันพอกตับ ถึงมีความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สัญญาณเตือนจากคนในบ้าน: เมื่อโรคนี้วิ่งอยู่ในสายเลือด
ถ้าเราลองสำรวจประวัติสุขภาพของคนในครอบครัวย้อนหลังไปสักนิด เรามักจะพบบาะแสสำคัญ โรคไขมันพอกตับมักจะไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่มักจะจูงมือมากับกลุ่มโรคเมตาบอลิก เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 โรคอ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง
หากคุณมีคุณพ่อหรือคุณแม่ที่มีโรคเหล่านี้ร่วมด้วย โอกาสที่คุณจะมี ปsะเด็นทางพันธุกรรมและประวัติความเสี่ยงเรื่องไขมันพอกตับก็จะกระโดดสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะยีนที่ควบคุมเรื่องความดื้ออินซูลินและการเผาผลาญพลังงานมักจะส่งต่อถึงกันได้ทางพันธุกรรม ซึ่งภาวะดื้ออินซูลินนี่เองที่เป็นตัวการหลักในการส่งไขมันไปกองรวมกันที่ตับ
วิธีเช็กตัวเองเบื้องต้นว่าเราเสี่ยงทางพันธุกรรมมากแค่ไหน
แม้เราจะตรวจยีนราคาแพงไม่ได้ในชีวิตประจำวันทั่วไป แต่เราสามารถประเมินความเสี่ยงใกล้ตัวได้จากข้อสังเกตเหล่านี้
- เช็กประวัติคนใกล้ชิด: มีคนในครอบครัวสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นโรคไขมันพอกตับ ตับแข็ง หรือมะเร็งตับที่ไม่ได้เกิดจากไวรัสตับอักเสบหรือไม่
- ดูรูปร่างและสุขภาพคนในบ้าน: สมาชิกในครอบครัวมีภาวะอ้วนลงพุง หรือเป็นเบาหวานตั้งแต่อายุน้อยๆ หรือเปล่า
- สังเกตผลตรวจเลือดของตัวเอง: ค่าเอนไซม์ตับเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่มีอาการเจ็บป่วยอะไรชัดเจน
รู้ก่อนแก้ทัน: ดูแลตับอย่างไรเมื่อต้นทุนพันธุกรรมไม่เท่าคนอื่น
เมื่อรู้ว่าเรามี ปsะเด็นทางพันธุกรรมและประวัติความเสี่ยงรออยู่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ตื่นตระหนก เพราะพันธุกรรมเป็นแค่แนวโน้ม ไม่ใช่คำพิพากษา ตับเป็นอวัยวะที่มีความมหัศจรรย์มาก มันมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองสูงที่สุดถ้าเราเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
การลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อยประมาณห้าถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว ก็สามารถช่วยลดปริมาณไขมันที่พอกตับลงได้อย่างน่าตกใจ ควบคู่ไปกับการลดการกินแป้งขัดสี น้ำตาลและเครื่องดื่มรสหวาน รวมถึงการขยับร่างกายออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อช่วยเพิ่มความไวของอินซูลิน
การตรวจสุขภาพประจำปีอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนและการเจาะเลือดเช็กค่าการทำงานของตับ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยโดยเด็ดขาดสำหรับคนที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ เพื่อที่เราจะได้รู้ตัวก่อนที่ตับจะอักเสบเรื้อรังและกลายเป็นพังผืดในอนาคต