เวลาเจอคนไข้เดินเข้ามาตรวจสุขภาพ แล้วผลเลือดบอกว่าเอนไซม์ตับสูง หรืออัลตราซาวด์เจอภาวะไขมันพอกตับ คำถามแรกๆ ที่หมอมักจะได้ยินบ่อยมากคือ ทั้งที่ตัวเองไม่ได้กินเหล้า ไม่ได้กินของทอดจุใจ ทำไมถึงเป็นโรคนี้ได้ล่ะหมอ? พอลองนั่งคุยกันลึกลงไปถึงเรื่องราวในครอบครัว หลายคนถึงกับร้องอ๋อ เพราะคุณพ่อ คุณแม่ หรือพี่น้องแท้ๆ ก็กำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่เหมือนกัน
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความบังเอิญครับ แต่มันมีเบื้องลึกเบื้องหลังทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแบบเต็มๆ วันนี้หมอเลยอยากชวนมาคุยกันแบบเปิดอกถึงเรื่องประเด็นทางพันธุกรรมและประวัติครอบครัวกับโรคไขมันพอกตับ ว่ามันส่งต่อความเสี่ยงกันทางไหน และเราจะเบรกความซวยนี้ได้อย่างไรบ้าง
กรรมพันธุ์ส่งต่อความอ้วนและความเสี่ยงตับพังได้อย่างไร
เวลาพูดถึงกรรมพันธุ์ หลายคนมักนึกถึงสีผม หน้าตา หรือความสูง แต่จริงๆ แล้ว ยีนหรือพันธุกรรมมันกำหนดลึกไปถึงระบบเผาผลาญในร่างกายเราเลยครับ ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่า ร่างกายของแต่ละคนถูกโปรแกรมมาไม่เหมือนกัน บางคนกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนเพราะระบบเผาผลาญดีเยี่ยม แต่บางคนแค่หายใจก็อ้วนแล้ว นั่นเพราะยีนบางตัวทำให้ร่างกายสะสมไขมันได้ง่ายกว่าปกติ
เมื่อพูดถึงโรคไขมันพอกตับ ยีนที่มีบทบาทสำคัญมากๆ จะทำหน้าที่ควบคุมการจัดการไขมันในตับโดยตรง ถ้าพ่อแม่เคยมีภาวะนี้ ยีนที่บกพร่องเรื่องการเผาผลาญไขมันก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกส่งต่อมาถึงลูกหลาน ทำให้ไขมันเข้าไปสะสมในเนื้อตับได้ง่ายและเร็วกว่าคนอื่น แม้ว่าเราจะกินอาหารคลีนและออกกำลังกายเท่ากันก็ตาม
ยีนตัวร้ายที่ทำให้ตับอักเสบและเกิดพังผืดได้ง่ายขึ้น
ไขมันพอกตับไม่ได้น่ากลัวแค่ตอนที่มีไขมันไปเกาะเฉยๆ นะครับ สิ่งที่หมอกลัวที่สุดคือตอนที่มันพัฒนาไปเป็นตับอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นพังผืดและตับแข็งในที่สุด ซึ่งตรงนี้แหละที่พันธุกรรมเข้ามามีบทบาทสำคัญ
จากการศึกษาทางการแพทย์ในยุคหลัง เราพบว่ามีรหัสพันธุกรรมบางตำแหน่ง เช่น ยีน PNPLA3 หรือ TM6SF2 ที่ถ้าใครมีความผิดปกติของยีนเหล่านี้ ต่อให้ไม่ได้อ้วนจนพุงพลุ้ย แต่ตับของเขาก็มีแนวโน้มจะเกิดการอักเสบและสะสมพังผืดได้เร็วกว่าคนทั่วไปที่มีพันธุกรรมปกติ นี่คือคำตอบว่าทำไมคนรูปร่างผอมบางถึงเป็นโรคตับแข็งได้ ทั้งที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลย
ประวัติคนในบ้านบอกอะไรเราได้บ้าง
การรู้ประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว เปรียบเสมือนการมีแผนที่นำทางชีวิตครับ ถ้าเราเช็กลิสต์แล้วพบว่า:
- คุณพ่อหรือคุณแม่มีประวัติเป็นโรคไขมันพอกตับ
- คนในบ้านเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูงตั้งแต่อายุน้อย
- มีคนในครอบครัวเสียชีวิตด้วยโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับโดยไม่ได้เกิดจากไวรัสตับอักเสบหรือแอลกอฮอล์
สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ให้กลัว แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าชั้นดีว่า เราคือกลุ่มเสี่ยงสูงที่ต้องหันมาดูแลตับเร็วกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ อย่ารอให้ร่างกายแสดงอาการผิดปกติแล้วค่อยมาตรวจ เพราะโรคตับในระยะแรกมักจะเงียบสนิทไม่มีอาการเตือนใดๆ ทั้งสิ้น
ถึงพันธุกรรมจะกำหนดมา แต่เราเลือกหักล้างมันได้
ข่าวดีที่สุดที่หมออยากบอกก็คือ ถึงพันธุกรรมจะเหมือนไพ่ที่เราถูกแจกมาตั้งแต่เกิด แต่เราเป็นคนเลือกเองว่าจะเล่นไพ่ตองนี้อย่างไรให้ชนะ ต่อให้คุณจะมีประวัติครอบครัวแน่นหนาแค่ไหนว่าเป็นโรคไขมันพอกตับ แต่วิถีชีวิตและการดูแลตัวเองยังคงเป็นพระเอกตัวจริงที่เปลี่ยนเกมได้เสมอ
การปรับพฤติกรรม เช่น การลดแป้งและน้ำตาลเชิงเดี่ยว หันมาเน้นโปรตีนดีและผักใบเขียว การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอร่วมกับการสร้างกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยลดปริมาณไขมันที่พอกอยู่ในตับให้กลับมาเป็นปกติได้ แม้แต่ในคนที่มียีนเสี่ยงก็ตาม ตับเป็นอวัยวะมหัศจรรย์ที่มีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองสูงมาก ถ้าเราหยุดเติมพิษและเริ่มดูแลเขาตั้งแต่วันนี้
ดังนั้น สรุปสั้นๆ ตรงนี้เลยว่า การรู้ว่าครอบครัวเรามีประวัติเรื่องนี้ ไม่ใช่คำพิพากษา แต่เป็นโอกาสทองที่เราจะได้รู้ตัวก่อน และเริ่มปกป้องตับของเราให้แข็งแรงอยู่ใช้งานไปได้นานๆ ครับ