ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หมอเคยเจอคุณพ่อคุณแม่หลายคนที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าโล่งอกเมื่อเห็นว่าลูกน้อยที่นอนซมด้วยไข้สูงมาสามสี่วัน เริ่มตัวเย็นลงและไข้ลดลงแล้ว แต่ในทางการแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อเป็นโรคไข้เลือดออก หมอมักจะต้องบอกความจริงที่ทำให้ต้องหันกลับมาเตรียมรับมืออย่างรวดเร็วว่า นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด

สำหรับเด็กทารกวัยแรกเกิดถึงหนึ่งขวบ ร่างกายของเขายังบอบบางและไวต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนโลหิตอย่างมาก การเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือในช่วงที่ไข้ลดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องชีวิตของลูกน้อยได้

ไข้ลดไม่ได้แปลว่าหายดี: ทำความรู้จักกับระยะวิกฤตในทารก

ในโรคไข้เลือดออก เราแบ่งอาการออกเป็นสามระยะ คือ ระยะไข้สูง ระยะวิกฤต (หรือระยะไข้ลด) และระยะฟื้นตัว สิ่งที่น่ากลัวคือคนทั่วไปมักเข้าใจว่าเมื่อไข้ลดลงแล้วแปลว่าลูกกำลังจะหาย แต่สำหรับไข้เลือดออก ระยะไข้ลดซึ่งมักจะเกิดขึ้นในวันที่สามถึงวันที่เจ็ดของโรค คือช่วงเข้าสู่ระยะวิกฤตอย่างแท้จริง

ในช่วงเวลานี้ ผนังหลอดเลือดจะเกิดการรั่วซึม ทำให้พลาสมาหรือส่วนที่เป็นน้ำในกระแสเลือดรั่วไหลออกไปยังช่องอกหรือช่องท้อง ผลที่ตามมาคือปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ลดลงอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ทารกอาจเกิดภาวะช็อก ซึ่งอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

สัญญาณเตือนอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด

เนื่องจากทารกยังไม่สามารถสื่อสารหรือบอกเล่าอาการเจ็บป่วยของตัวเองได้เหมือนเด็กโต การสังเกตพฤติกรรมและอาการแสดงทางร่างกายจึงเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของคุณพ่อคุณแม่ โดยอาการเตือนที่ต้องระวังมีดังนี้

  • อาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด: ลูกไม่เล่น ไม่ยอมสบตา ไม่อ้อแอ้ หรือในบางรายอาจมีอาการกระสับกระส่าย ร้องกวนตลอดเวลาโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ไม่ยอมดูดนมหรือกินอาหาร: ปฏิเสธการกินนม หรือดื่มน้ำได้น้อยลงอย่างมาก
  • อาเจียนบ่อยครั้ง: มีอาการอาเจียนติดต่อกัน นมหรือน้ำที่กินเข้าไปถูกขย้อนออกมาจนหมด
  • ปัสสาวะห่างลงอย่างผิดปกติ: สังเกตจากผ้าอ้อมสำเร็จรูป หากผ่านไป 4-6 ชั่วโมงแล้วผ้าอ้อมยังแห้งหรือปัสสาวะมีสีเข้มจัด แสดงว่าร่างกายเริ่มขาดน้ำและมีภาวะช็อก
  • มีภาวะเลือดออกง่าย: มีจุดเลือดออกสีแดงเล็กๆ ตามผิวหนัง มีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน หรือถ่ายอุจจาระมีสีดำเข้ม
  • มือเท้าเย็นและตัวซีด: ปลายมือปลายเท้าของลูกรู้สึกเย็นชื้น ผิวดูซีดเซียวหรือมีลักษณะเขียวคล้ำบริเวณรอบปาก

การดูแลทารกในช่วงวิกฤตของโรคไข้เลือดออกอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

เมื่อเข้าสู่ระยะไข้ลด การดูแลทารกในช่วงวิกฤตของโรคไข้เลือดออกต้องเน้นไปที่การประคับประคองทางระบบไหลเวียนโลหิตและการป้องกันภาวะช็อกเป็นหลัก โดยมีแนวทางการปฏิบัติที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ดังนี้

การดูแลเรื่องน้ำและสารอาหารเพื่อป้องกันภาวะช็อก

การป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำคือกุญแจสำคัญที่สุด ควรให้ทารกดูดนมแม่บ่อยขึ้นทีละน้อยแต่ถี่ขึ้น หากแพทย์แนะนำให้ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) สำหรับเด็ก ควรใช้วิธีป้อนด้วยช้อนเล็กๆ หรือใช้ไซริงค์ค่อยๆ หยอดเข้ามุมปากทีละนิด ห้ามให้ลูกดื่มน้ำปริมาณมากในครั้งเดียวเพราะจะกระตุ้นให้เกิดการอาเจียน

ข้อควรระวังที่สำคัญคือ หลีกเลี่ยงการให้ลูกดื่มน้ำแดง น้ำผลไม้ที่มีสีเข้ม หรือนมช็อกโกแลตอย่างเด็ดขาด เพราะหากลูกเกิดอาเจียนหรือขับถ่ายออกมา สีของอาหารเหล่านี้จะทำให้สับสนกับสีของเลือด ทำให้ประเมินอาการผิดพลาดได้

วิธีเช็ดตัวและข้อห้ามเรื่องยาลดไข้ที่ต้องรู้

เมื่อไข้เริ่มลดลง คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องให้ยาลดไข้พาราเซตามอลพร่ำเพรื่อ หากลูกยังมีตัวรุมๆ ให้ใช้วิธีเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องบ่อยๆ เช็ดอย่างเบามือเพื่อไม่ให้ผิวหนังระคายเคืองหรือกระตุ้นให้เกิดจุดเลือดออกเพิ่มขึ้น

ที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามใช้ยาลดไข้ในกลุ่มแอสไพริน (Aspirin) และไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เด็ดขาด ยาในกลุ่มนี้มีฤทธิ์ต้านการทำงานของเกล็ดเลือดและทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารอย่างรุนแรงและอันตรายถึงชีวิต

อาการแบบไหนที่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอ

หากสังเกตพบว่าลูกมีอาการกระสับกระส่าย สลับกับอาการซึม ตัวเย็นเฉียบ ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ ร้องคราง หรือไม่มีปัสสาวะออกเลยเกิน 6 ชั่วโมง นี่คือสัญญาณของภาวะช็อกจากการขาดน้ำและพลาสมารั่วไหล คุณพ่อคุณแม่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันนัดของแพทย์ เพราะทุกนาทีมีค่าต่อชีวิตของลูกน้อย

การผ่านพ้นช่วงวิกฤตของโรคไข้เลือดออกในทารกไปได้อย่างปลอดภัย อาศัยการสังเกตอย่างละเอียดและการตัดสินใจที่รวดเร็วของคุณพ่อคุณแม่ หมออยากให้ทุกคนมีสติ คอยติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และจำไว้เสมอว่าในโรคนี้ ไข้ลดลงไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยเสมอไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down