ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเพิ่งเจอเหตุการณ์ร้ายแรงมา แล้วทำไมถึงซึมและแปลกไปจากเดิม?

เวลาที่เราพูดถึงความเครียด หลายคนมักคิดว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่ต้องแบกรับภาระงานหรือเรื่องเงินทอง แต่ในความเป็นจริง เด็กๆ ก็สามารถเผชิญกับความเครียดระดับรุนแรงได้เช่นกัน โดยเฉพาะหลังจากพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์สะเทือนขวัญหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ การสูญเสียคนใกล้ชิด การเห็นเหตุการณ์ความรุนแรง หรือแม้กระทั่งการถูกกลั่นแกล้งอย่างรุนแรงที่โรงเรียน

ในฐานะหมอเด็ก มักจะมีคุณพ่อคุณแม่พามาปรึกษาด้วยความกังวลใจว่า ลูกดูเปลี่ยนไปจากเดิมหลังเจอเหตุการณ์ไม่ดี บางคนตกใจง่าย สะดุ้งตื่นกลางดึก หรือไม่อยากไปโรงเรียน อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ความกลัวธรรมดา แต่กำลังส่งสัญญาณเตือนของ ภาวะความเครียดเฉียบพลันในเด็ก หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Acute Stress Disorder ซึ่งเป็นภาวะที่จิตใจและร่างกายของเด็กกำลังตอบสนองต่อความตกใจสุดขีด

ภาวะความเครียดเฉียบพลันในเด็ก คืออะไร และต่างจากความเครียดทั่วไปอย่างไร?

ภาวะนี้คือปฏิกิริยาทางจิตใจที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ หลังเด็กต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่คุกคามชีวิต ความปลอดภัย หรือความมั่นคงทางจิตใจอย่างรุนแรง ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างความเครียดทั่วไปกับภาวะนี้คือ ความรุนแรงของอาการและผลกระทบที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

เด็กที่อยู่ในภาวะนี้ สมองส่วนอารมณ์จะทำงานหนักเกินไปจนไปกดทับสมองส่วนที่ใช้เหตุผล ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์หรือจัดการกับความกลัวได้เหมือนปกติ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ช่วยเหลือ อาการเหล่านี้อาจลุกลามกลายเป็นโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ หรือ PTSD ในระยะยาวได้

สัญญาณเตือนภัย: ลูกกำลังเผชิญกับความเครียดเฉียบพลันอยู่หรือเปล่า?

อาการของ ภาวะความเครียดเฉียบพลันในเด็ก มักจะแสดงออกมาชัดเจนในช่วงสี่สัปดาห์แรกหลังจากเกิดเหตุการณ์ โดยสามารถสังเกตพฤติกรรมหลักๆ ได้ดังนี้

อาการเหม่อลอยและเหมือนคนไร้ความรู้สึก

  • เด็กอาจจะดูนิ่งเงียบผิดปกติ พูดน้อยลง หรือแสดงสีหน้าเรียเฉยไร้อารมณ์
  • บางคนมีภาวะจำเหตุการณ์สำคัญไม่ได้ หรือพยายามทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • เวลามีคนชวนคุยเรื่องเหตุการณ์นั้น ลูกจะหลบตา เปลี่ยนเรื่องคุย หรือเดินหนีทันที

การหวนคืนของเหตุการณ์ร้ายในความทรงจำ

  • ลูกมักจะฝันร้ายซ้ำๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น หรือสะดุ้งตื่นขึ้นมาร้องไห้กลางดึก
  • เวลาเจอสิ่งกระตุ้นเล็กๆ น้อยๆ ที่คล้ายกับเหตุการณ์ในอดีต เด็กจะแสดงอาการหวาดผวา ใจสั่น หรือเหงื่อแตก
  • ในเด็กเล็กบางคน อาจนำเหตุการณ์นั้นมาเล่นซ้ำๆ ผ่านการวาดรูปหรือการเล่นตุ๊กตา เพื่อระบายความอัดอั้นในใจ

ความตื่นตัวและหวาดระแวงตลอดเวลา

  • เด็กจะนอนหลับยาก หลับไม่สนิท และตื่นตัวตลอดเวลาเหมือนระวังภัย
  • หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย ร้องไห้งอแงไม่มีสาเหตุ หรือมีอารมณ์แปรปรวนรุนแรง
  • ไม่มีสมาธิในการเรียน ผลการเรียนตกลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีดูแลและเยียวยาจิตใจลูกน้อยจากคุณพ่อคุณแม่

เมื่อลูกรักต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก บ้านต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขา การเยียวยาจิตใจเด็กในเบื้องต้นสามารถทำได้ผ่านแนวทางเหล่านี้

  • สร้างความรู้สึกปลอดภัย: กอดลูกให้แน่นๆ ย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่าตอนนี้ลูกปลอดภัยแล้ว และมีพ่อกับแม่อยู่ตรงนี้คอยปกป้องเสมอ
  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน: เปิดโอกาสให้ลูกได้เล่าความรู้สึกของตัวเองออกมาตามความพร้อม ห้ามบังคับให้เล่ารายละเอียดถ้าเขายังไม่ไหว และห้ามพูดว่าเรื่องแค่นี้เองทำไมต้องกลัว
  • รักษาตารางเวลาเดิม: พยายามพาเด็กกลับคืนสู่วิจัยวัตรประจำวันปกติ เช่น การกินอาหาร การเข้านอน และการไปโรงเรียน เพื่อให้เขารู้สึกว่าชีวิตยังมีความมั่นคง
  • ลดการรับข่าวสาร: หลีกเลี่ยงการเปิดข่าวสารหรือเหตุการณ์ซ้ำๆ ให้ลูกเห็น เพราะจะยิ่งไปกระตุ้นความกลัวในสมองของเด็กให้รุนแรงขึ้น

คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบจิตแพทย์เด็กเมื่อไหร่?

หากอาการของลูกไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นภายในสองสัปดาห์ หรืออาการแย่ลงจนส่งผลกระทบต่อการกิน การนอน และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน จนเด็กไม่ยอมไปโรงเรียนหรือแยกตัวออกจากสังคมอย่างสิ้นเชิง นั่นคือสัญญาณเตือนว่าควรพามาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น

การพบจิตแพทย์ไม่ได้แปลว่าเด็กมีปัญหาทางจิตเวชที่น่ากลัวเสมอไป แต่เป็นการเข้ามาช่วยประเมินและบำบัดด้วยเทคนิคทางการแพทย์ เช่น การทำจิตบำบัดผ่านการเล่น ซึ่งจะช่วยให้เด็กปลดปล่อยความกลัวในใจออกมาได้อย่างปลอดภัย และช่วยให้สมองของเขากลับมาทำงานได้อย่างสมดุลอีกครั้งครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down