ช่วงนี้เวลาเดินตรวจคนไข้ที่คลินิก แล้วเจอไข้สูงลอยร่วมกับมีผื่นขึ้น หลายคนมักจะกังวลใจกันมากว่าเป็นไข้เลือดออกหรือเปล่า ยิ่งพอกลับมาบ้านแล้วเห็นรอยจ้ำๆ หรือจุดแดงเล็กๆ ตามแขนขา ยิ่งทำให้ตื่นตระหนกกันไปใหญ่ วันนี้ผมเลยอยากชวนมาทำความเข้าใจวิธีสังเกตจุดเลือดออกตามผิวหนังแบบง่ายๆ พร้อมกับทำความรู้จักการทดสอบทอร์นิกิเอต์ ที่คุณเองก็ทำความเข้าใจเบื้องต้นได้ไม่ยากครับ
จุดเลือดออกตามผิวหนังหน้าตาเป็นอย่างไร และต่างจากผื่นธรรมดายังไง?
เวลาที่เกาหรือแพ้อะไรสักอย่าง เรามักจะเจอผื่นแดงที่พอกดลงไปแล้วสีจะจางหายไปชั่วคราว แต่ถ้าเป็น แนวทางการสังเกตจุดเลือดออกตามผิวหนังและการทดสอบทอร์นิกิเอต์ ที่ถูกต้อง เราต้องเข้าใจลักษณะของจุดเลือดออกก่อนครับ
จุดเลือดออกหรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Petechiae จะเป็นจุดแดงเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเข็มหรือหัวหมุด กระจายอยู่ตามผิวหนัง จุดสำคัญคือ เวลาที่เราใช้นิ้วกดลงไป หรือดึงผิวหนังบริเวณนั้นให้ตึง สีของจุดแดงนี้จะไม่จางหายไปไหน เนื่องจากเม็ดเลือดแดงมันเล็ดลอดออกมานอกผนังเส้นเลือดฝอยแล้ว ไม่ได้อยู่ข้างในเส้นเลือดเหมือนผื่นแพ้ทั่วไป
วิธีเช็กผื่นแดงที่บ้านแบบง่ายๆ
เคล็ดลับง่ายๆ ที่ผมมักจะบอกคนไข้เสมอคือ ให้ใช้แก้วก้นเรียบใสกดทับลงไปที่ผื่นนั้นเลยครับ ถ้ามองผ่านก้นแก้วแล้วยังเห็นจุดแดงชัดเจนเหมือนเดิม ไม่จางลงตามแรงกด ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นจุดเลือดออก ควรระวังและสังเกตอาการไข้ร่วมด้วย
การทดสอบทอร์นิกิเอต์คืออะไร และทำไมคุณหมอต้องทำ
เวลามาหาหมอด้วยอาการไข้สูงเกินสองวัน แล้วสงสัยโรคไข้เลือดออก หมอหรือพยาบาลมักจะหยิบเครื่องวัดความดันโลหิตมาพันที่แขน หลายคนอาจจะสงสัยว่าวัดความดันทำไมอีกรอบ ขั้นตอนนี้แหละครับที่เราเรียกว่า การทดสอบทอร์นิกิเอต์ หรือการรัดแขนเพื่อดูความเปราะของผนังหลอดเลือด
หลักการง่ายๆ คือ การบีบรัดแขนด้วยแรงดันอากาศค้างไว้สักครู่ เพื่อจำลองแรงดันในเส้นเลือด เมื่อเส้นเลือดฝอยที่มีความเปราะบาง (ซึ่งมักเกิดจากเชื้อไวรัสไข้เลือดออก) เจอแรงดันนี้เข้าไป ผนังเส้นเลือดจะทนไม่ไหวและแตกออก ทำให้มีจุดเลือดออกกระจายตัวขึ้นมาที่บริเวณท้องแขนด้านล่าง
วิธีดูผลตรวจทอร์นิกิเอต์ด้วยตัวเองหลังคุณหมอตรวจให้
หลังจากปล่อยลมที่แขนแล้ว หมอจะตีวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณหนึ่งนิ้วไว้ที่ท้องแขน แล้วมานับจำนวนจุดเลือดออกข้างในวงกลมนั้น ถ้าเรานับจุดแดงๆ ได้ตั้งแต่สิบจุดขึ้นไป (สำหรับเด็กอาจจะใช้เกณฑ์ต่างออกไปเล็กน้อย) ก็จะถือว่าผลการทดสอบเป็นบวก ซึ่งหมายความว่าผนังเส้นเลือดมีความเปราะบางผิดปกติ และเพิ่มโอกาสความเป็นไปได้สูงว่าเป็นโรคไข้เลือดออก
แต่ต้องบอกไว้อย่างนี้นะครับว่า ผลบวกจากการทดสอบนี้ไม่ได้ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นไข้เลือดออกเสมอไป เพราะโรคติดเชื้อบางชนิดก็ให้ผลบวกได้เช่นกัน แต่เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้นที่ดีมากในขั้นตอนที่เกล็ดเลือดยังไม่ลดลงต่ำมากๆ
อาการแบบไหนร่วมด้วยที่แปลว่าต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
นอกจากเรื่องจุดเลือดออกและการทดสอบทอร์นิกิเอต์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการเฝ้าระวังอาการเตือนภัยที่อันตราย เพราะช่วงที่ไข้เริ่มลดลง มักจะเป็นช่วงวิกฤตของโรคไข้เลือดออกครับ หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการอยู่ที่บ้านเด็ดขาด
- ปวดท้องรุนแรง: มักปวดบริเวณลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวาแบบจุกแน่น
- อาเจียนบ่อย: กินอะไรไม่ได้เลย แม้แต่น้ำเปล่าก็อาเจียนออกหมด
- ซึมลง หรือกระสับกระส่าย: เด็กอาจงอแงผิดปกติ ผู้ใหญ่มึนงอ หรือหมดแรง
- มีเลือดออกผิดปกติ: เช่น เลือดกำเดาไหลไม่หยุด อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำสนิท
- ตัวเย็น มือเท้าเย็น: ชีพจรเบาเร็ว ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะช็อก
การหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายตัวเองและคนในครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงที่มีไข้สูงลอย ถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หากพบว่ามีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ร่วมกับผลทดสอบทอร์นิกิเอต์เป็นบวก หรือมีอาการเตือนอันตราย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและรับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดทันทีครับ