ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้หลายคนบ่นให้ฟังที่ห้องตรวจว่า นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวันแต่ทำงานไม่ค่อยเดินหน้า เดี๋ยวไลน์เด้ง เดี๋ยวเสียงแจ้งเตือนอีเมลเข้ามา หรือแค่เห็นโต๊ะรกๆ เต็มไปด้วยกองเอกสาร สมองก็พาลจะล้าและหลุดโฟกัสไปดื้อๆ อาการเหล่านี้ไม่ใช่ความขี้เกียจครับ แต่สมองของเรากำลังถูกรบกวนจากสิ่งเร้ารอบตัวที่มากเกินไปจนประมวลผลไม่ไหว

ในมุมมองทางการแพทย์และประสาทวิทยา สมองของมนุษย์เราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำหลายอย่างพร้อมกันได้ดีตลอดเวลา เมื่อมีสิ่งเร้าเข้ามาระหว่างที่เรากำลังตั้งใจทำงาน สมองต้องเสียพลังงานไปกับการสลับความสนใจ (Task Switching) ซึ่งทำให้เราเหนื่อยง่ายและสมาธิสั้นลง วันนี้ผมเลยอยากชวนมาปรับเปลี่ยนพื้นที่รอบตัวด้วยเทคนิคจัดการสิ่งแวดล้อมง่ายๆ ที่ช่วยให้สมองกลับมาโฟกัสได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยาบำรุงอะไรเลย

เคลียร์โต๊ะทำงานให้โล่ง เคลียร์สมองให้ว่าง

เวลาที่เรามองเห็นของกองเต็มโต๊ะ สายตาจะส่งสัญญาณไปที่สมองส่วนที่เกี่ยวกับการประมวลผลภาพโดยอัตโนมัติ ทำให้สมองต้องคอยปฏิเสธสิ่งของเหล่านั้นตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัว การเก็บบนโต๊ะให้เหลือเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ในช่วงเวลานั้น เช่น โน้ตบุ๊ก สมุดบันทึก และแก้วน้ำ จะช่วยลดภาระการทำงานของสมองลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

จัดการเสียงรบกวนรอบตัวให้สมองได้พัก

เสียงรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงคนคุยกัน เสียงรถ หรือเสียงเพลงที่มีเนื้อร้อง ล้วนกระตุ้นให้สมองต้องคอยเงี่ยหูฟังและประมวลผล หากเลี่ยงเสียงรอบตัวไม่ได้ การใช้หูฟังตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancelling) หรือเปิดเสียงธรรมชาติเบาๆ เช่น เสียงฝนตก เสียงคลื่นทะเล จะช่วยบล็อกเสียงรบกวนที่คาดเดาไม่ได้ ทำให้สมองเข้าสู่โหมดสงบและทำงานลึก (Deep Work) ได้นานขึ้น

จัดระเบียบหน้าจอดิจิทัลให้เหมือนจัดโต๊ะทำงาน

สิ่งเร้าไม่ได้มีแค่ในโลกความเป็นจริง แต่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือคือตัวการหลักที่ทำลายสมาธิ การเปิดแท็บเบราว์เซอร์ทิ้งไว้เป็นสิบๆ หน้า หรือปล่อยให้การแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาตลอดเวลา เป็นการขัดจังหวะการทำงานของสมองอยู่ตลอดเวลา

วิธีปิดกั้นสิ่งรบกวนในโลกดิจิทัล

  • ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นทั้งหมดในระหว่างช่วงเวลาทำงานสำคัญ
  • จัดระเบียบไอคอนหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้สะอาดตา หรือใช้โหมดซ่อนสิ่งรบกวน
  • กำหนดเวลาชัดเจนในการเช็กอีเมลและโซเชียลมีเดีย แทนที่จะเปิดค้างไว้ตลอดวัน

จัดแสงสว่างให้พอดีกับการทำงานของสายตาและสมอง

แสงไฟในห้องมีผลอย่างมากต่อความตื่นตัวของร่างกาย หากห้องมืดเกินไป สมองจะหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินออกมาทำให้รู้สึกง่วง แต่ถ้าแสงจ้าเกินไปก็ทำให้สายตาและสมองล้าได้ง่าย แนะนำให้จัดโต๊ะทำงานให้อยู่ใกล้หน้าต่างรับแสงธรรมชาติ หรือเลือกใช้หลอดไฟสีขาวนวลที่ไม่แยงตา เพื่อช่วยให้สมองรู้สึกตื่นตัวและพร้อมโฟกัสกับงานตรงหน้า

การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีไม่ใช่เรื่องของการแต่งห้องให้สวยงามตามนิตยสาร แต่เป็นการออกแบบพื้นที่รอบตัวให้เกื้อหนุนการทำงานของสมอง เพื่อให้เราเหนื่อยน้อยลง มีสมาธิมากขึ้น และทำงานเสร็จไวขึ้น ลองเลือกสักมุมในบ้านหรือที่ทำงานแล้วเริ่มปรับเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ดูครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down