กำลังนั่งกินข้าวกับครอบครัวอย่างมีความสุข หรือปล่อยให้ลูกน้อยนั่งเล่นของเล่นอยู่ข้างๆ แล้วอยู่ดีๆ คนตรงหน้าก็เกิดอาการไออย่างรุนแรง หน้าเริ่มแดงจนกลายเป็นเขียว เอามือจับคอตัวเองไว้แต่ไม่มีเสียงพูดเล็ดลอดออกมาเลยสักคำ นาทีนั้น ความตกใจอาจทำให้หลายคนทำอะไรไม่ถูก แต่รู้ไหมว่านั่นคือวินาทีวิกฤตที่เกิดจากภาวะการสำลักสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งต้องการการช่วยเหลืออย่างถูกต้องและทันท่วงที
ทำไมเศษอาหารหรือของเล่นชิ้นเล็กๆ ถึงหลุดเข้าไปอุดทางเดินหายใจได้?
ตามปกติแล้ว ร่างกายของเรามีระบบป้องกันชั้นยอด คอหอยเป็นจุดตัดระหว่างทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ โดยมีฝาปิดกล่องเสียงคอยทำหน้าที่เหมือนวาล์วเปิด-ปิด เวลาเรากลืน อาหารฝานี้จะปิดทางเดินหายใจไว้เพื่อให้อาหารลงไปที่หลอดอาหาร แต่เมื่อไรก็ตามที่เราพูดคุย หัวเราะ วิ่งเล่น หรือหายใจเข้าเฮือกใหญ่ขณะมีอาหารหรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในปาก ฝาปิดกล่องเสียงจะเปิดออก ทำให้เศษอาหาร เมล็ดผลไม้ หรือเศษของเล่นชิ้นเล็กๆ ตกลงไปในกล่องเสียงหรือหลอดลมคอ ส่งผลให้เกิดการสำลักสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจส่วนต้น ลมไม่สามารถผ่านเข้าออกปอดได้ตามปกติ
สังเกตอย่างไรว่ากำลังสำลักขั้นรุนแรง หรือแค่ติดคอธรรมดา?
การประเมินความรุนแรงเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ เพราะวิธีช่วยเหลือจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระดับหลักๆ ดังนี้
- ทางเดินหายใจอุดกั้นเพียงบางส่วน: ผู้ป่วยยังพอมีสติ สามารถไอแรงๆ ได้ มีเสียงหายใจวี้ดๆ หรือยังพอพูดคุยมีเสียงเล็ดลอดออกมาได้ ในกรณีนี้ ร่างกายกำลังพยายามขับสิ่งแปลกปลอมออกด้วยตัวเอง สิ่งที่ต้องทำคือกระตุ้นให้ผู้ป่วยพยายามไอออกมารุนแรงที่สุด ห้ามเข้าไปตบหลังหรือล้วงคอเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมเลื่อนลงไปอุดมิดกว่าเดิม
- ทางเดินหายใจอุดกั้นสมบูรณ์: ผู้ป่วยจะพูดไม่มีเสียง ไอไม่มีเสียง พยายามหายใจแต่ไม่มีลมเข้าออก หน้าเริ่มเขียวคล้ำ และมักแสดงท่าทางสัญลักษณ์สากลของการอุดกั้นทางเดินหายใจ คือการเอามือทั้งสองข้างมากุมไว้ที่คอตัวเอง หากพบอาการนี้ ต้องเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลทันทีเพราะผู้ป่วยอาจหมดสติภายในไม่กี่นาที
วิธีปฐมพยาบาลด่วนที่สุดเพื่อช่วยชีวิตคนข้างกาย
เมื่อแน่ใจแล้วว่าผู้ป่วยมีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นสมบูรณ์ ให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 พร้อมกับเริ่มทำการปฐมพยาบาลทันทีตามวัยของผู้ป่วย
สำหรับผู้ใหญ่และเด็กโต: วิธีทำ Heimlich Maneuver ที่ถูกต้อง
การกระทุ้งท้องหรือ Heimlich Maneuver เป็นการสร้างแรงดันในทรวงอกเพื่อดันให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมา ทำได้โดย:
- ยืนด้านหลังผู้ป่วย ย่อตัวลงเล็กน้อยให้มั่นคง แล้วโอบแขนรอบเอวผู้ป่วย
- กำมือข้างหนึ่ง โดยเอานิ้วหัวแม่มือวางไว้ด้านใน กำมือไว้เหนือสะดือเล็กน้อย แต่อยู่ใต้ลิ้นปี่
- ใช้มืออีกข้างกุมกำปั้นไว้ แล้วออกแรงกระทุ้งขึ้นด้านบนและเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วและแรง ทำซ้ำเป็นจังหวะเรื่อยๆ จนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมา หรือจนกว่าผู้ป่วยจะหมดสติ
- หากผู้ป่วยหมดสติ ให้จับนอนหงายบนพื้นเรียบ และเริ่มทำการฟื้นคืนชีพ (CPR) ทันที
สำหรับเด็กทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี: การตบหลังสลับกดหน้าอก
ห้ามทำ Heimlich Maneuver กับเด็กทารกเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ตับหรืออวัยวะภายในบอบช้ำ ให้ใช้เทคนิคตบหลังสลับกดหน้าอกแทน:
- จัดให้ทารกนอนคว่ำบนแขน โดยให้ศีรษะทารกอยู่ต่ำกว่าลำตัว ประคองศีรษะและคางไว้ให้มั่นคง
- ใช้สันมือตบแรงๆ บริเวณกึ่งกลางระหว่างสะบักทั้งสองข้าง จำนวน 5 ครั้ง
- พลิกตัวทารกกลับมานอนหงายบนอีกแขนหนึ่ง โดยให้ศีรษะยังคงต่ำกว่าลำตัว
- ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดลงบริเวณกึ่งกลางกระดูกอก (ใต้ระดับรากนมเล็กน้อย) กดลึกลงไปประมาณ 1.5 นิ้ว จำนวน 5 ครั้ง
- ทำสลับกันไปมาระหว่างการตบหลัง 5 ครั้ง และกดหน้าอก 5 ครั้ง จนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกหรือทารกหมดสติ
สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดเมื่อเห็นคนกำลังสำลัก
หลายครั้งความหวังดีแต่อาจขาดความเข้าใจ อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง ได้แก่:
- การเอานิ้วล้วงเข้าไปในคอแบบสุ่มสี่สุ่มห้า: หากมองไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมชัดเจน ห้ามเอานิ้วล้วงเข้าไปเด็ดขาด เพราะนิ้วมืออาจไปดันให้เศษอาหารหรือของเล่นนั้นหลุดลึกลงไปอีก
- การให้ดื่มน้ำตาม: หากผู้ป่วยกำลังไอเพราะสิ่งแปลกปลอมติดคอ การให้ดื่มน้ำอาจทำให้เกิดการซ้ำเติม นำไปสู่การสูดน้ำลงปอดจนเกิดปอดอักเสบตามมาได้
- การตบหลังขณะผู้ป่วยนิ่งหรือยืนลำตัวตรง: แรงตบอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมตกลงไปลึกกว่าเดิม หากจะตบหลังต้องจัดท่าให้ผู้ป่วยก้มตัวลงต่ำเท่านั้น
อาการแบบไหนหลังได้รับการช่วยเหลือแล้ว ที่ยังคงต้องไปพบแพทย์?
แม้ว่าจะสามารถปฐมพยาบาลจนสิ่งแปลกปลอมหลุดออกมาได้แล้ว และผู้ป่วยกลับมาหายใจได้ตามปกติ แต่การพากลับไปตรวจที่โรงพยาบาลยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะหากมีสัญญาณเตือนดังนี้:
- ยังมีอาการไอต่อเนื่อง หอบเหนื่อย หรือหายใจมีเสียงดังผิดปกติ
- เจ็บหน้าอก หรือเจ็บคออย่างรุนแรง
- มีไข้ขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของปอดอักเสบจากการสูดสำลัก
- สงสัยว่าสิ่งแปลกปลอมอาจจะยังหลุดออกมาไม่หมด หรือมีเศษชิ้นส่วนเล็กๆ เล็ดลอดลงไปในทางเดินหายใจ