ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กำลังนั่งกินข้าวกับครอบครัวอย่างมีความสุข หรือปล่อยให้ลูกน้อยนั่งเล่นของเล่นอยู่ข้างๆ แล้วอยู่ดีๆ คนตรงหน้าก็เกิดอาการไออย่างรุนแรง หน้าเริ่มแดงจนกลายเป็นเขียว เอามือจับคอตัวเองไว้แต่ไม่มีเสียงพูดเล็ดลอดออกมาเลยสักคำ นาทีนั้น ความตกใจอาจทำให้หลายคนทำอะไรไม่ถูก แต่รู้ไหมว่านั่นคือวินาทีวิกฤตที่เกิดจากภาวะการสำลักสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งต้องการการช่วยเหลืออย่างถูกต้องและทันท่วงที

ทำไมเศษอาหารหรือของเล่นชิ้นเล็กๆ ถึงหลุดเข้าไปอุดทางเดินหายใจได้?

ตามปกติแล้ว ร่างกายของเรามีระบบป้องกันชั้นยอด คอหอยเป็นจุดตัดระหว่างทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ โดยมีฝาปิดกล่องเสียงคอยทำหน้าที่เหมือนวาล์วเปิด-ปิด เวลาเรากลืน อาหารฝานี้จะปิดทางเดินหายใจไว้เพื่อให้อาหารลงไปที่หลอดอาหาร แต่เมื่อไรก็ตามที่เราพูดคุย หัวเราะ วิ่งเล่น หรือหายใจเข้าเฮือกใหญ่ขณะมีอาหารหรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในปาก ฝาปิดกล่องเสียงจะเปิดออก ทำให้เศษอาหาร เมล็ดผลไม้ หรือเศษของเล่นชิ้นเล็กๆ ตกลงไปในกล่องเสียงหรือหลอดลมคอ ส่งผลให้เกิดการสำลักสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจส่วนต้น ลมไม่สามารถผ่านเข้าออกปอดได้ตามปกติ

สังเกตอย่างไรว่ากำลังสำลักขั้นรุนแรง หรือแค่ติดคอธรรมดา?

การประเมินความรุนแรงเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ เพราะวิธีช่วยเหลือจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระดับหลักๆ ดังนี้

  • ทางเดินหายใจอุดกั้นเพียงบางส่วน: ผู้ป่วยยังพอมีสติ สามารถไอแรงๆ ได้ มีเสียงหายใจวี้ดๆ หรือยังพอพูดคุยมีเสียงเล็ดลอดออกมาได้ ในกรณีนี้ ร่างกายกำลังพยายามขับสิ่งแปลกปลอมออกด้วยตัวเอง สิ่งที่ต้องทำคือกระตุ้นให้ผู้ป่วยพยายามไอออกมารุนแรงที่สุด ห้ามเข้าไปตบหลังหรือล้วงคอเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมเลื่อนลงไปอุดมิดกว่าเดิม
  • ทางเดินหายใจอุดกั้นสมบูรณ์: ผู้ป่วยจะพูดไม่มีเสียง ไอไม่มีเสียง พยายามหายใจแต่ไม่มีลมเข้าออก หน้าเริ่มเขียวคล้ำ และมักแสดงท่าทางสัญลักษณ์สากลของการอุดกั้นทางเดินหายใจ คือการเอามือทั้งสองข้างมากุมไว้ที่คอตัวเอง หากพบอาการนี้ ต้องเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลทันทีเพราะผู้ป่วยอาจหมดสติภายในไม่กี่นาที

วิธีปฐมพยาบาลด่วนที่สุดเพื่อช่วยชีวิตคนข้างกาย

เมื่อแน่ใจแล้วว่าผู้ป่วยมีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นสมบูรณ์ ให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 พร้อมกับเริ่มทำการปฐมพยาบาลทันทีตามวัยของผู้ป่วย

สำหรับผู้ใหญ่และเด็กโต: วิธีทำ Heimlich Maneuver ที่ถูกต้อง

การกระทุ้งท้องหรือ Heimlich Maneuver เป็นการสร้างแรงดันในทรวงอกเพื่อดันให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมา ทำได้โดย:

  • ยืนด้านหลังผู้ป่วย ย่อตัวลงเล็กน้อยให้มั่นคง แล้วโอบแขนรอบเอวผู้ป่วย
  • กำมือข้างหนึ่ง โดยเอานิ้วหัวแม่มือวางไว้ด้านใน กำมือไว้เหนือสะดือเล็กน้อย แต่อยู่ใต้ลิ้นปี่
  • ใช้มืออีกข้างกุมกำปั้นไว้ แล้วออกแรงกระทุ้งขึ้นด้านบนและเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วและแรง ทำซ้ำเป็นจังหวะเรื่อยๆ จนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมา หรือจนกว่าผู้ป่วยจะหมดสติ
  • หากผู้ป่วยหมดสติ ให้จับนอนหงายบนพื้นเรียบ และเริ่มทำการฟื้นคืนชีพ (CPR) ทันที

สำหรับเด็กทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี: การตบหลังสลับกดหน้าอก

ห้ามทำ Heimlich Maneuver กับเด็กทารกเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ตับหรืออวัยวะภายในบอบช้ำ ให้ใช้เทคนิคตบหลังสลับกดหน้าอกแทน:

  • จัดให้ทารกนอนคว่ำบนแขน โดยให้ศีรษะทารกอยู่ต่ำกว่าลำตัว ประคองศีรษะและคางไว้ให้มั่นคง
  • ใช้สันมือตบแรงๆ บริเวณกึ่งกลางระหว่างสะบักทั้งสองข้าง จำนวน 5 ครั้ง
  • พลิกตัวทารกกลับมานอนหงายบนอีกแขนหนึ่ง โดยให้ศีรษะยังคงต่ำกว่าลำตัว
  • ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดลงบริเวณกึ่งกลางกระดูกอก (ใต้ระดับรากนมเล็กน้อย) กดลึกลงไปประมาณ 1.5 นิ้ว จำนวน 5 ครั้ง
  • ทำสลับกันไปมาระหว่างการตบหลัง 5 ครั้ง และกดหน้าอก 5 ครั้ง จนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกหรือทารกหมดสติ

สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดเมื่อเห็นคนกำลังสำลัก

หลายครั้งความหวังดีแต่อาจขาดความเข้าใจ อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง ได้แก่:

  • การเอานิ้วล้วงเข้าไปในคอแบบสุ่มสี่สุ่มห้า: หากมองไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมชัดเจน ห้ามเอานิ้วล้วงเข้าไปเด็ดขาด เพราะนิ้วมืออาจไปดันให้เศษอาหารหรือของเล่นนั้นหลุดลึกลงไปอีก
  • การให้ดื่มน้ำตาม: หากผู้ป่วยกำลังไอเพราะสิ่งแปลกปลอมติดคอ การให้ดื่มน้ำอาจทำให้เกิดการซ้ำเติม นำไปสู่การสูดน้ำลงปอดจนเกิดปอดอักเสบตามมาได้
  • การตบหลังขณะผู้ป่วยนิ่งหรือยืนลำตัวตรง: แรงตบอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมตกลงไปลึกกว่าเดิม หากจะตบหลังต้องจัดท่าให้ผู้ป่วยก้มตัวลงต่ำเท่านั้น

อาการแบบไหนหลังได้รับการช่วยเหลือแล้ว ที่ยังคงต้องไปพบแพทย์?

แม้ว่าจะสามารถปฐมพยาบาลจนสิ่งแปลกปลอมหลุดออกมาได้แล้ว และผู้ป่วยกลับมาหายใจได้ตามปกติ แต่การพากลับไปตรวจที่โรงพยาบาลยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะหากมีสัญญาณเตือนดังนี้:

  • ยังมีอาการไอต่อเนื่อง หอบเหนื่อย หรือหายใจมีเสียงดังผิดปกติ
  • เจ็บหน้าอก หรือเจ็บคออย่างรุนแรง
  • มีไข้ขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของปอดอักเสบจากการสูดสำลัก
  • สงสัยว่าสิ่งแปลกปลอมอาจจะยังหลุดออกมาไม่หมด หรือมีเศษชิ้นส่วนเล็กๆ เล็ดลอดลงไปในทางเดินหายใจ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down