ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตับอักเสบจากไวรัสเอ มาจากไหนและเป็นอย่างไร

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อโรคไวรัสตับอักเสบเอผ่านหูกันมาบ้าง แต่อาจไม่แน่ใจว่ามันน่ากลัวแค่ไหน จริงๆ แล้วโรคนี้ไม่ได้ติดต่อผ่านทางเลือดเหมือนไวรัสตับอักเสบบีหรือซี แต่เป็นโรคที่ติดต่อผ่านทางระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก หรือที่มักเรียกกันว่า โรคติดต่อผ่านทางปาก (Fecal-oral route) อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ คือเชื้อไวรัสตัวนี้จะปนเปื้อนมากับอาหารหรือน้ำดื่มที่ปรุงไม่สุกหรือมีความสะอาดไม่เพียงพอ เมื่อเรากินเข้าไป เชื้อจะเดินทางไปที่ตับและทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมานั่นเอง

สัญญาณเตือนที่ร่างกายบอกว่าตับกำลังมีปัญหา

ช่วงแรกหลังจากได้รับเชื้อ คนไข้มักยังไม่ค่อยรู้ตัว จนกระทั่งไวรัสเริ่มก่อตัวและทำให้เกิดอาการ ซึ่งมักจะแสดงออกมาดังนี้:

  • มีไข้ต่ำๆ และรู้สึกเพลียเหมือนคนเป็นไข้หวัด
  • คลื่นไส้ อาเจียน และไม่อยากอาหาร
  • ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา
  • ปัสสาวะมีสีเข้มคล้ายน้ำชา
  • ตาเหลืองหรือตัวเหลือง ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าตับเริ่มทำงานผิดปกติ

ภาวะตับอักเสบจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ตรวจเจอได้เร็วแค่ไหน

เมื่อมีอาการดังกล่าว การมาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดคือวิธีที่แน่นอนที่สุด หมอจะทำการตรวจหาค่าเอนไซม์ตับ (ALT/AST) ที่พุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ และตรวจหาภูมิคุ้มกันจำเพาะ (Anti-HAV IgM) เพื่อยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอจริงๆ ไม่ใช่สาเหตุอื่นอย่างนิ่วในถุงน้ำดีหรือผลข้างเคียงจากยาที่กินอยู่

วิธีดูแลตัวเองเมื่อรู้ว่าเป็นโรคนี้

ข่าวดีคือไวรัสตับอักเสบเอส่วนใหญ่เป็นแล้วหายเองได้ ไม่กลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังเหมือนไวรัสตับอักเสบชนิดอื่น สิ่งที่คนไข้ต้องทำคือ:

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูเซลล์ตับ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์จะไปซ้ำเติมตับที่กำลังอักเสบให้แย่ลง
  • กินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และเน้นความสะอาด
  • หลีกเลี่ยงการซื้อยาแก้ปวดหรือยาสมุนไพรมากินเอง เพราะยาหลายชนิดต้องผ่านการกำจัดที่ตับ ซึ่งอาจทำให้ตับรับภาระหนักเกินไป

ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ด้วยวัคซีน

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการรักษาความสะอาดของอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงการล้างมือก่อนรับประทานอาหารเสมอ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด หรือต้องการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอถือเป็นทางเลือกที่ได้ผลดีมาก โดยวัคซีนจะฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกันประมาณ 6-12 เดือน เพียงเท่านี้ก็สามารถมีภูมิคุ้มกันในระยะยาวได้แล้ว

อาการแบบไหนที่ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที

แม้โรคนี้จะไม่อันตรายถึงชีวิตในคนส่วนใหญ่ แต่ถ้ามีอาการผิดปกติเหล่านี้ ต้องไม่รอช้า:

  • อาเจียนรุนแรงจนกินไม่ได้และร่างกายขาดน้ำ
  • ซึมลง สับสน หรือพูดจาเพ้อเจ้อ
  • ตาเหลืองตัวเหลืองมากขึ้นเรื่อยๆ
  • มีอาการเลือดออกง่าย เช่น เลือดกำเดาไหล หรือมีจุดจ้ำเลือดตามตัว

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะตับวายเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยแต่รุนแรง จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down