เวลาเดินเข้าไปตรวจคนไข้ในห้องตรวจ สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะสังเกตเห็นอยู่บ่อยๆ คือ หลายคนคิดว่าการล้างมือเป็นเรื่องธรรมดา แค่เปิดก๊อกน้ำผ่านๆ ถูสบู่แวบเดียวแล้วล้างออกก็สะอาดแล้ว แต่ความจริงทางการแพทย์ มือของเรานี่แหละคือพาหนะชั้นดีที่พาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายที่สุดในทุกๆ วัน
ทุกครั้งที่เราจับลูกบิดประตู กดลิฟต์ จ่ายเงิน หรือแม้กระทั่งหยิบมือถือขึ้นมาไถฟีดโซเชียลมีเดีย มือของเราไปสัมผัสกับเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว และเมื่อเราเผลอเอามาขยี้ตา แคะจมูก หรือหยิบอาหารเข้าปาก เชื้อโรคเหล่านั้นก็เดินทางเข้าสู่ร่างกายเรียบร้อยแล้ว การล้างมือถูกวิธีเพื่อป้องกันโรค จึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขอนามัยพื้นฐาน แต่เป็นยาวิเศษราคาประหยัดที่สุดที่เราทำได้ด้วยตัวเอง
มือของเราไปสัมผัสอะไรมาบ้างในแต่ละวันจนต้องรีบล้าง?
ในมุมมองของแพทย์ ผิวหนังของเราไม่ได้เรียบเนียนอย่างที่ตาเห็น แต่มันเต็มไปด้วยร่องและลายนิ้วมือ ซึ่งเป็นบ้านหลังโปรดของแบคทีเรีย ไวรัส และสิ่งสกปรก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าไม่ได้แปลว่าไม่มี ลองนึกภาพตามว่าในหนึ่งวันเราจับอะไรบ้าง:
- ห้องน้ำสาธารณะ: แหล่งสะสมของเชื้อโรคทางเดินอาหารชั้นดี
- เงินสดและบัตรเครดิต: ผ่านมือคนมาแล้วนับไม่ถ้วน
- ราวบันไดและปุ่มกดลิฟต์: จุดสัมผัสร่วมที่คนนับร้อยจับต่อวัน
- สมาร์ทโฟนคู่ใจ: สิ่งที่สกปรกกว่าชักโครกเสียอีก เพราะเราหยิบจับตลอดเวลาแต่ไม่ค่อยได้เช็ดทำความสะอาด
ถ้าเราไม่ล้างมือให้ดี เชื้อโรคเหล่านี้จะสะสมและรอจังหวะที่เราเผลอเพื่อจู่โจม ทำให้เกิดโรคหวัด ท้องเสีย มือเท้าปาก หรือแม้แต่โรคอุบัติใหม่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
7 ขั้นตอนล้างมือสะอาดหมดจดตามหลักการแพทย์ที่ถูกต้อง
การล้างมือให้สะอาดจริงๆ มีขั้นตอนสากลที่กระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลกแนะนำ ซึ่งใช้เวลาแค่ประมาณ 20-30 วินาทีเท่านั้น แต่สามารถกวาดล้างเชื้อโรคออกไปได้เกือบหมดจด ลองฝึกทำตาม 7 ขั้นตอนนี้นะครับ
ฝ่ามือถูฝ่ามือและซอกนิ้วด้านหน้า
เริ่มต้นด้วยการบีบสบู่เหลวใส่มือ ถูฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าหากัน และใช้นิ้วมือถูสลับซอกนิ้วด้านหน้าให้ทั่ว เพื่อกำจัดคราบสกปรกเบื้องต้น
ฝ่ามือถูหลังมือและซอกนิ้วด้านหลัง
คว่ำมือข้างหนึ่งลง ใช้ฝ่ามืออีกข้างถูหลังมือและซอกนิ้วสลับกันทั้งสองข้าง จุดนี้มักจะเป็นจุดที่คนมองข้ามเวลาล้างแบบรีบเร่ง
ประกบฝ่ามือถูซอกนิ้วลึกถึงโคน
ประกบฝ่ามือและใช้นิ้วประสานกัน ถูตามซอกนิ้วลึกไปจนถึงโคนนิ้ว เพื่อให้มั่นใจว่าซอกมุมที่สบู่เข้าไม่ถึงถูกทำความสะอาดแล้ว
หลังนิ้วมือถูฝ่ามือแบบกำมือ
กำมือข้างหนึ่งแล้วใช้หลังนิ้วมือถูฝ่ามืออีกข้าง สลับกันไปมา ท่านี้จะช่วยทำความสะอาดบริเวณข้อต่อนิ้วและหลังนิ้วได้เป็นอย่างดี
ถูนิ้วหัวแม่มือให้รอบทิศทาง
กำรอบนิ้วหัวแม่มือข้างหนึ่งด้วยฝ่ามืออีกข้าง แล้วหมุนวนให้รอบตั้งแต่โคนจรดปลาย สลับทำทั้งสองข้าง เพราะนิ้วโป้งเป็นนิ้วที่เราใช้หยิบจับสิ่งของบ่อยที่สุด
ปลายนิ้วถูขวางฝ่ามือ
แบมือข้างหนึ่งแล้วใช้ปลายนิ้วมืออีกข้างถูวนเป็นวงกลมขวางฝ่ามือ เพื่อทำความสะอาดซอกเล็บ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและขี้เล็บชั้นดี
ถูรอบข้อมือแล้วล้างน้ำออกให้สะอาด
กำรอบข้อมือแล้วถูหมุนวนขึ้นไปถึงข้อศอกเล็กน้อย จากนั้นใช้น้ำสะอาดล้างฟองสบู่และสิ่งสกปรกออกให้หมดจด แล้วเช็ดให้แห้งด้วยกระดาษชำระใช้แล้วทิ้ง
ช่วงเวลาทองที่ต้องล้างมือทุกครั้งห้ามลืมเด็ดขาด
การล้างมือบ่อยเป็นเรื่องดี แต่มีช่วงเวลาสำคัญที่สุดที่หมออยากย้ำเตือนว่าห้ามละเลยเด็ดขาด ได้แก่:
- ก่อนและหลังการเตรียมอาหารหรือรับประทานอาหาร
- หลังเข้าห้องน้ำหรือเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก
- หลังไอ จาม หรือสั่งน้ำมูก
- หลังสัมผัสสัตว์เลี้ยงหรือสิ่งขับถ่ายของสัตว์
- หลังกลับเข้าบ้านมาจากข้างนอก
- ก่อนและหลังการดูแลคนป่วยหรือสัมผัสบาดแผล
ความเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับการล้างมือที่พบได้บ่อย
หลายคนมักคิดว่าแค่ใช้น้ำเปล่าล้างก็พอแล้ว หรือคิดว่าเจลแอลกอฮอล์ใช้แทนการล้างมือด้วยสบู่ได้ตลอดเวลา ความจริงคือ หากมือเราเปื้อนคราบมัน ดินโคลน หรือมองเห็นสิ่งสกปรกชัดเจน เจลแอลกอฮอล์จะไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การล้างมือด้วยน้ำและสบู่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ส่วนเจลแอลกอฮอล์เหมาะสำหรับใช้ในยามฉุกเฉินตอนที่หาอ่างล้างมือไม่สะดวกมากกว่า
การสละเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อล้างมือให้ถูกวิธี ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องตัวคุณเองจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อคนรอบข้างและสังคมในระยะยาวอีกด้วย เริ่มต้นปรับพฤติกรรมการล้างมือตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาวกันนะครับ