กางเกงตัวเก่งทำไมเริ่มหลวม? เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม
เวลาตรวจคนไข้ในห้องตรวจ หลายคนมักจะกังวลเรื่องน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น แต่มีคนไข้กลุ่มหนึ่งที่มักจะมาปรึกษาด้วยความกังวลใจว่า ทำไมขาข้างหนึ่งถึงดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด น่องลีบลง หรือต้นขาข้างซ้ายและขวาไม่เท่ากัน ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก
อาการเหล่านี้มักไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจนสังเกตเห็นเมื่อใส่กางเกงแล้วรู้สึกหลวมข้างเดียว หรือรู้สึกว่าเวลาเดินแล้วขาข้างนั้นไม่มีแรงเหมือนเก่า ซึ่งต้นตอของปัญหาไม่ได้มาจากโรคกล้ามเนื้อแรงร้ายแรงอะไร แต่เกิดจากภาวะที่ร่างกายกำลังบอกเราว่า กล้ามเนื้อต้นขาและน่องลีบฝ่อจากการใช้งานน้อย จนเกินไปนั่นเอง
กล้ามเนื้อฝ่อลีบคืออะไร และทำไมขาถึงเล็กลงได้ขนาดนั้น?
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ แบบที่หมอคุยกับคนไข้เลยครับ กล้ามเนื้อของเราก็เหมือนเครื่องยนต์ครับ ยิ่งใช้งาน ยิ่งขยับ ยิ่งออกกำลังกาย กล้ามเนื้อก็จะคงความแข็งแรงและขนาดที่สมส่วนไว้ แต่เมื่อไหร่ที่เราใช้งานเขาน้อยลง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ร่างกายซึ่งฉลาดมากจะคิดว่ากล้ามเนื้อส่วนนี้ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานหล่อเลี้ยงมากนัก จึงเริ่มทำการลดขนาดเส้นใยกล้ามเนื้อลง เพื่อประหยัดพลังงานให้กับร่างกาย
พอนานวันเข้า เส้นใยกล้ามเนื้อที่เคยเต่งตึงก็ฝ่อตัวลง ส่งผลให้มวลกล้ามเนื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขาที่เคยอวบอิ่มหรือสมส่วนก็เริ่มลีบเล็กลงจนสังเกตได้ด้วยตาเปล่า
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เราขยับขาน้อยลงโดยไม่รู้ตัว
ในชีวิตประจำวัน มีหลายสถานการณ์มากครับที่ทำให้เราเผลอพักขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือใช้ขาน้อยลงจนกล้ามเนื้อเริ่มประท้วง สาเหตุหลักๆ ที่หมอพบได้บ่อย ได้แก่:
- อาการบาดเจ็บเรื้อรังที่เข่าหรือข้อเท้า: เช่น เคยข้อเท้าแพลง เอ็นไขว้หน้าเข่าขาด หรือเจ็บสะบ้าเข่า ทำให้เราพยายามลงน้ำหนักข้างเดียวนานๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด
- ผ่านการผ่าตัดใหญ่ที่ขา: ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ผ่าตัดกระดูกหัก ซึ่งช่วงแรกแพทย์จะแนะนำให้พักการใช้งานขานั้น
- โรคข้อเสื่อม: เมื่อข้อเข่าเสื่อมและมีอาการปวดเวลาเดิน คนไข้มักจะเดินน้อยลงโดยอัตโนมัติ
- วิถีชีวิตแบบนั่งโต๊ะทำงานนานๆ: นั่งทำงานทั้งวัน ไม่ค่อยได้ลุกเดินยืดเส้นยืดสาย ทำให้กล้ามเนื้อต้นขาและน่องไม่ได้หดตัวทำงานอย่างเต็มที่
วิธีสังเกตอาการด้วยตัวเองว่าเข้าข่ายกล้ามเนื้อลีบหรือยัง
การเช็กเบื้องต้นทำได้ไม่ยากเลยครับ ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้ดู:
- ลองใช้สายวัดรอบต้นขาและน่องของขาทั้งสองข้างเทียบกัน ถ้าเส้นรอบวงต่างกันเกินกว่าหนึ่งเซนติเมตร และมีอาการข้างเดียวชัดเจน
- รู้สึกว่าขาข้างนั้นไม่มีแรง เวลาเดินขึ้นบันไดแล้วรู้สึกว่าขาข้างหนึ่งล้าเร็วกว่าอีกข้างอย่างเห็นได้ชัด
- ผิวหนังหรือเนื้อบริเวณน่องและต้นขาดูนิ่มหยุ่นและแฟบลง ไม่แน่นกระชับเหมือนเคย
วิธีฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
ข่าวดีคือ ภาวะนี้สามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้ครับ หากเราเริ่มลงมือบริหารอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ หลักการสำคัญคือการค่อยๆ กระตุ้นให้กล้ามเนื้อได้กลับมาทำงานอีกครั้ง
การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงแบบมีแรงต้าน
เริ่มต้นด้วยท่าบริหารง่ายๆ เช่น การนั่งเก้าอี้แล้วเหยียดขาตรงค้างไว้สลับซ้ายขวา เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า หรือการยืนเขย่งปลายเท้าเพื่อบริหารกล้ามเนื้อน่อง โดยทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหมจนเกินไปเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บซ้ำซ้อน
ปรับพฤติกรรมระหว่างวันให้ขยับมากขึ้น
หลีกเลี่ยงการนั่งท่าเดิมนานๆ ทุกๆ หนึ่งชั่วโมงควรลุกขึ้นยืน เดินยืดเส้นยืดสาย เพื่อให้เลือดลมไหลเวียนมาหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อที่เคยถูกทอดทิ้ง
เมื่อไหร่ที่ควรพาตัวเองมาปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำเรอ
หากลองปรับพฤติกรรมและบริหารด้วยตัวเองแล้ว อาการไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ขายังคงลีบลงเรื่อยๆ หรือมีอาการปวด ชา ร่วมด้วย แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดครับ บางครั้งเราอาจต้องอาศัยโปรแกรมกายภาพบำบัดเฉพาะทาง หรือการใช้เครื่องมือกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อให้กล้ามเนื้อตื่นตัวเร็วขึ้นครับ