ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

การบูลี่ไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น แต่คือบาดแผลทางใจที่หยั่งรากลึก

หลายครั้งที่หมอได้ยินคนไข้เล่าถึงประสบการณ์ในวัยเรียนหรือที่ทำงาน มักจะมีประโยคที่ว่า มันก็แค่เรื่องล้อเล่น หรือแค่คำพูดสนุกปาก แต่ในความเป็นจริง การถูกกระทำซ้ำๆ หรือการถูกบูลี่ (Bullying) ไม่ว่าจะเป็นทางคำพูด ร่างกาย หรือในโลกออนไลน์ ส่งผลกระทบต่อจิตใจได้รุนแรงไม่ต่างจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญอื่นๆ หลายคนพยายามจะลืมหรือทำตัวให้ปกติ แต่ลึกๆ ในใจกลับเกิดรอยร้าวที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว จนพัฒนาไปสู่ภาวะที่เรียกว่า โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง หรือ PTSD ได้โดยไม่รู้ตัว

ความสัมพันธ์ระหว่างการถูกบูลี่กับบาดแผลในใจที่ฝังแน่น

เมื่อคนเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกคุกคาม ร่างกายและสมองจะเข้าสู่โหมดป้องกันตัวตลอดเวลา การถูกบูลี่อย่างต่อเนื่องทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกไร้ทางสู้ ความรู้สึกหวาดระแวง และความกลัวจะถูกบันทึกไว้ในสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ เมื่อเหตุการณ์นั้นจบลงแล้ว สมองบางส่วนยังคงติดค้างอยู่กับความรู้สึกเดิม ทำให้เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ร่างกายจะตอบสนองรุนแรงเหมือนเหตุการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง นี่คือกลไกที่อธิบายว่าทำไมบาดแผลจากการบูลี่ถึงเชื่อมโยงโดยตรงกับอาการของโรค PTSD

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเรากำลังแบกรับรอยแผลจากอดีต

อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอ แต่เป็นสัญญาณจากสมองที่กำลังพยายามบอกว่าแผลใจยังไม่ได้รับการเยียวยา:

  • อาการย้อนกลับมานึกถึงเหตุการณ์เดิม (Flashbacks) เหมือนเหตุการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง
  • ฝันร้ายเกี่ยวกับเรื่องที่เคยถูกกระทำซ้ำๆ
  • พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ ผู้คน หรือกิจกรรมที่ทำให้นึกถึงเหตุการณ์เลวร้าย
  • รู้สึกตื่นตระหนก ตกใจง่าย หรือระแวงสิ่งรอบข้างอยู่ตลอดเวลา
  • มีภาวะอารมณ์ซึมเศร้า โดดเดี่ยว หรือรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า

ทำความเข้าใจกระบวนการเยียวยาเพื่อกลับมาเป็นคนเดิม

การรักษาแผลใจที่เกิดจากการถูกบูลี่ไม่ใช่การบอกให้ลืม แต่คือการเปลี่ยนวิธีที่สมองตอบสนองต่อความทรงจำเหล่านั้น หมอแนะนำว่าขั้นตอนแรกคือการยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความผิดของเรา และเราไม่จำเป็นต้องแบกรับมันไว้เพียงลำพัง การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อทำกระบวนการบำบัดแบบเฉพาะทาง เช่น Cognitive Behavioral Therapy (CBT) จะช่วยให้เราค่อยๆ จัดการกับความทรงจำที่เจ็บปวดและปรับมุมมองที่มีต่อตัวเองให้กลับมาแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง

เมื่อไหร่ที่ควรพาตัวเองไปปรึกษาหมอ

หากอาการเหล่านี้เริ่มกระทบต่อการทำงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง จนทำให้รู้สึกว่าคุณภาพชีวิตแย่ลงอย่างชัดเจน หรือมีความคิดที่อยากทำร้ายตัวเอง นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าถึงเวลาที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแล การรักษาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และการก้าวออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือถือเป็นก้าวแรกที่กล้าหาญที่สุดในการทวงคืนชีวิตและความสุขของคุณกลับมา

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down