ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่หมอได้ยินคนไข้เล่าถึงความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการที่ต้องคอยวิ่งตามหาความรัก ความรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีตัวตน หรือกลัวเหลือเกินว่าคนรักจะทิ้งไป จนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งเขาไว้ แม้ว่าวิธีนั้นจะทำร้ายตัวเองก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ความเอาแต่ใจหรือความอ่อนแอ แต่งานศึกษาและกลไกทางจิตวิทยาชี้ว่า มันคือสัญญาณเตือนของบาดแผลลึกในใจที่ก่อตัวขึ้นจนกลายเป็น โรคบุคลิกภาพก้ำกึ่งจากการขาดการยอมรับในวัยเด็ก ที่ต้องการความเข้าใจและการดูแลอย่างถูกวิธี

เมื่อเสียงร้องไห้ถูกมองข้าม: จุดเริ่มต้นของบาดแผลในวัยเด็ก

ลองจินตนาการถึงเด็กคนหนึ่งที่ร้องไห้เพราะกลัวความมืด แต่กลับได้รับคำตอบจากพ่อแม่ว่า "เรื่องแค่นี้เอง จะกลัวทำไม โตแล้วนะ" หรือเด็กที่เสียใจที่ทำข้อสอบไม่ได้ แต่กลับโดนดุว่า "แค่นี้ก็ทำไม่ได้ ไม่ได้เรื่องเลย" เหตุการณ์เหล่านี้หากเกิดขึ้นซ้ำๆ จะกลายเป็นการปฏิเสธทางอารมณ์ (Emotional Invalidation)

การเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่อารมณ์และความรู้สึกไม่ได้รับการยอมรับ ไม่ได้รับการโอบกอด หรือถูกทำให้รู้สึกว่าความต้องการของตัวเองเป็นเรื่องไร้สาระ ทำให้เด็กเรียนรู้ว่าอารมณ์ของตนเองนั้นผิด และเริ่มไม่ไว้ใจความรู้สึกของตัวเอง เมื่อเติบโตขึ้น บาดแผลนี้จึงพัฒนาไปสู่ภาวะที่เรียกว่า โรคบุคลิกภาพก้ำกึ่งจากการขาดการยอมรับในวัยเด็ก (Borderline Personality Disorder) ซึ่งเป็นภาวะที่ควบคุมอารมณ์ได้ยากและมีความรู้สึกไม่มั่นคงในจิตใจอย่างรุนแรง

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเรากำลังเผชิญกับภาวะบุคลิกภาพก้ำกึ่ง

คนไข้หลายคนที่มาพบหมอมักจะไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่ จนกระทั่งเริ่มส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งสัญญาณหลักที่มักจะพบได้บ่อย มีดังนี้

กลัวการถูกทิ้งจนยอมทำทุกอย่างเพื่อรั้งเขาไว้

ความรู้สึกกลัวการถูกทอดทิ้งนี้รุนแรงมากเสียจนทำให้เกิดความกังวลอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น คนรักตอบข้อความช้า หรือเพื่อนร่วมงานไม่ชวนไปกินข้าว ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดความตื่นตระหนกและคิดไปไกลว่าตนเองกำลังจะถูกทิ้ง นำไปสู่การแสดงพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจ หรือพยายามเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายไว้ด้วยวิธีที่รุนแรง

อารมณ์แปรปรวนรวดเร็วเหมือนรถไฟเหาะ

คนรอบข้างอาจจะรู้สึกว่าผู้ที่มีภาวะนี้เข้าใจยาก เพราะอารมณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง จากที่กำลังมีความสุขอย่างมาก สามารถเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น เศร้าดิ่ง หรือวิตกกังวลอย่างรุนแรงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยที่คนทั่วไปอาจมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

ความรู้สึกว่างเปล่าในใจที่ไม่มีอะไรมาเติมเต็มได้

ความรู้สึกเหมือนมีหลุมดำขนาดใหญ่อยู่ในใจ เป็นความว่างเปล่าที่ทรมานและกัดกินจิตใจอยู่ตลอดเวลา หลายคนพยายามเติมเต็มความว่างเปล่านี้ด้วยพฤติกรรมเสี่ยงๆ เช่น การช้อปปิ้งจนเกินตัว การกินอาหารมากเกินไป การใช้สารเสพติด หรือแม้กระทั่งการทำร้ายตัวเองเพื่อให้รู้สึกว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่

จากเด็กที่โดนปฏิเสธ สู่วิธีการทำงานของสมองที่เปลี่ยนไป

ในมุมมองทางการแพทย์ การที่เด็กไม่ได้รับการยอมรับทางอารมณ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการพัฒนาการของสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ (Amygdala) และสมองส่วนที่ทำหน้าที่ยับยั้งชั่งใจ (Prefrontal Cortex) สมองของผู้ที่มีภาวะนี้จะไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวเป็นพิเศษ เปรียบเสมือนเครื่องตรวจจับควันไฟที่ทำงานไวเกินไป แม้มีควันเพียงเล็กน้อยก็ส่งสัญญาณเตือนภัยเสียงดังสนั่น ทำให้พวกเขารู้สึกถึงอารมณ์ต่างๆ อย่างเข้มข้นและรวดเร็ว จนยากที่จะควบคุมให้กลับมาเป็นปกติได้ด้วยตนเอง

หนทางเยียวยาใจ: ก้าวข้ามผ่านบาดแผลเพื่อกลับมารักตัวเองอีกครั้ง

หมออยากบอกว่า ภาวะนี้ไม่ได้เป็นตราบาป และสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ด้วยความเข้าใจและการช่วยเหลือที่ถูกต้อง ซึ่งแนวทางการรักษามีหลายมิติร่วมกัน

  • การบำบัดทางจิตวิทยา (Psychotherapy): โดยเฉพาะการบำบัดพฤติกรรมวิภาษวิธี (Dialectical Behavior Therapy: DBT) ซึ่งช่วยให้เรียนรู้วิธีการจัดการกับอารมณ์ที่รุนแรง ฝึกการยอมรับความจริง และสร้างทักษะในการสื่อสารเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับผู้อื่น
  • การรักษาด้วยยา: แม้จะไม่มียาที่รักษาภาวะบุคลิกภาพก้ำกึ่งโดยตรง แต่แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาเพื่อควบคุมอาการร่วม เช่น ยาลดความวิตกกังวล ยาต้านเศร้า หรือยารักษาอารมณ์ให้คงที่ เพื่อช่วยให้คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
  • ฝึกการยอมรับอารมณ์ของตนเอง (Self-Validation): เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการอนุญาตให้ตัวเองรู้สึก อารมณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่มีคำว่าผิดหรือถูก การบอกตัวเองว่า "ตอนนี้เรากำลังโกรธนะ และมันไม่เป็นไรเลยที่เราจะรู้สึกแบบนี้" เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเยียวยาบาดแผลจากการขาดการยอมรับในอดีต

หากรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้กำลังรบกวนการใช้ชีวิตและการสร้างความสัมพันธ์ การตัดสินใจเดินเข้ามาปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัดไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือความกล้าหาญที่จะดูแลหัวใจของตนเอง เพื่อให้เด็กน้อยที่เคยโดดเดี่ยวในวันวาน ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็งและมีความสุขอย่างแท้จริง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down