ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลางดึกคืนหนึ่ง มีคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หอบหิ้วลูกน้อยวัย 6 เดือนเข้ามาที่ห้องฉุกเฉินด้วยท่าทีตื่นตระหนก คุณแม่เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า อยู่ดีๆ ลูกก็ร้องไห้จ้าเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตัวเกร็งและเอางอเข่าเข้าหาอกเหมือนปวดท้องรุนแรง ร้องอยู่สักพักประมาณ 15 นาทีก็สงบนิ่งและเคลิ้มหลับไป แต่พอผ่านไปอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ลูกก็ตื่นขึ้นมาร้องกรี๊ดงอตัวแบบเดิมอีกรอบ แถมยังมีอาการอาเจียนร่วมด้วย

อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องของเด็กปวดท้องธรรมดา ไม่ใช่แค่อาการโคลิก และไม่ใช่แค่การงอแงตามปกติ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยอันตรายที่บ่งบอกว่า ลูกน้อยอาจกำลังเผชิญกับ โรคลำไส้กลืนกันในทารก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ทำความรู้จักกับภาวะลำไส้กลืนกัน เรื่องด่วนที่พ่อแม่ต้องรู้

เพื่อให้อธิบายเห็นภาพได้ง่ายที่สุด ให้คุณพ่อคุณแม่ลองนึกถึงเสาอากาศวิทยุสมัยก่อน หรือกระบอกไฟฉายที่สามารถหดซ้อนเก็บเข้าไปในตัวเองได้ โรคลำไส้กลืนกันในทารก ก็มีลักษณะแบบนั้น โดยลำไส้ส่วนต้นจะเคลื่อนตัวมุดหรือกลืนเข้าไปในลำไส้ส่วนที่อยู่ปลายกว่า ซึ่งจุดที่พบบ่อยที่สุดคือบริเวณรอยต่อระหว่างลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่

เมื่อลำไส้กลืนกันเข้าไปแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการอุดตันของระบบทางเดินอาหาร นึกภาพท่อน้ำที่โดนพับบีบไว้ อาหารและน้ำไม่สามารถผ่านไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น ผนังลำไส้ที่ซ้อนทับกันจะไปกดเบียดเส้นเลือดที่มาเลี้ยงลำไส้ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ส่งผลให้ลำไส้เริ่มบวม และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ลำไส้ส่วนนั้นอาจขาดเลือดจนเกิดการเน่าตาย แตกทะลุ และนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือดที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ลูกร้องกรี๊ดเป็นพักๆ สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่านี่ไม่ใช่แค่ปวดท้องธรรมดา

โรคลำไส้กลืนกันในทารก มักพบได้บ่อยที่สุดในเด็กเล็กช่วงอายุ 3 เดือนถึง 2 ปี โดยเฉพาะในช่วง 5 ถึง 9 เดือน ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเริ่มหม่ำอาหารเสริม อาการแสดงที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้เด่นชัด มีดังนี้

  • ร้องไห้จ้าเป็นพักๆ สลับกับเงียบสงบ: นี่คืออาการที่เฉพาะเจาะจงที่สุด ลูกจะมีอาการปวดท้องรุนแรงกระทันหัน ร้องไห้ดิ้นเกร็ง และมักจะดึงขาหรือยกเข่าขึ้นมาแนบชิดอก อาการร้องจะนานประมาณ 15-20 นาที จากนั้นจะสงบลงไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นิ่งนอนใจได้ไม่นาน ลูกก็จะกลับมาร้องไห้จ้าแบบเดิมอีกรอบวนเวียนไปเรื่อยๆ เพราะลำไส้บีบตัวเป็นระยะ
  • อาเจียน: ในช่วงแรกอาจจะอาเจียนออกมาเป็นนมหรืออาหารที่เพิ่งกินเข้าไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปและลำไส้เริ่มอุดตันมากขึ้น อาเจียนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีเขียวของน้ำดี
  • ถ่ายอุจจาระปนเลือดคล้ายแยมสตรอว์เบอร์รี่: เมื่อลำไส้เริ่มบวมและขาดเลือด ผนังลำไส้จะขับมูกและเลือดปนออกมา ทำให้ลูกถ่ายอุจจาระออกมามีลักษณะเหนียวข้น สีแดงคล้ำคล้ายแยมผลไม้หรือเจลลี่สีแดง
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด: ในช่วงที่หยุดร้องไห้ แทนที่ลูกจะเล่นตามปกติ ลูกกลับมีอาการเพลีย ซึม ไม่มีแรง บางรายอาจดูเหม่อลอย ซึ่งเกิดจากความเจ็บปวดและการสูญเสียน้ำ

ทำไมอยู่ดีๆ ลำไส้ของลูกถึงซ้อนกันเองได้?

ในเด็กทารกส่วนใหญ่เกือบ 90% หมอมักจะไม่พบสาเหตุทางกายภาพที่แน่ชัดว่าทำไมลำไส้ถึงกลืนกัน แต่จากการศึกษาพบว่ามีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินอาหารหรือระบบทางเดินหายใจนำมาก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ การติดเชื้อไวรัสทำให้ต่อมน้ำเหลืองในผนังลำไส้เกิดการอักเสบและบวมโตขึ้น ต่อมน้ำเหลืองที่โตนี้เองทำหน้าที่คล้ายสิ่งกีดขวาง เมื่อลำไส้บีบตัวตามธรรมชาติ มันจึงไปดึงเอาผนังลำไส้ส่วนนั้นมุดกลืนเข้าไปด้วยกัน

ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่พบได้น้อยมากในเด็กเล็ก แต่อาจพบได้ในเด็กโต คือการมีโครงสร้างลำไส้ที่ผิดปกติมาแต่กำเนิด เช่น ติ่งเนื้อในลำไส้ หรือถุงโป่งพองของผนังลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นตัวนำพาให้ลำไส้กลืนกัน

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หมอจะช่วยดูแลรักษาเจ้าตัวเล็กอย่างไร?

เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาพบหมอด้วยอาการที่สงสัยภาวะนี้ หมอจะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด บางครั้งอาจคลำได้ก้อนนุ่มๆ คล้ายไส้กรอกบริเวณท้องด้านขวา และจะส่งตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องเพื่อยืนยันการวินิจฉัย ซึ่งวิธีนี้มีความแม่นยำสูงมากและไม่เจ็บตัว

เมื่อยืนยันแน่นอนแล้วว่าเป็นโรคลำไส้กลืนกัน แนวทางการรักษาหลักๆ จะมีอยู่ 2 วิธี ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการมาโรงพยาบาล

1. การดันลำไส้กลับด้วยการสวนทางทวารหนัก

หากลูกมาถึงโรงพยาบาลเร็ว ลำไส้ยังไม่เน่าหรือทะลุ หมอจะใช้วิธีสวนลดแรงดันผ่านทางรูทวารหนักเพื่อดันลำไส้ที่มุดกันอยู่ให้หลุดออกจากกัน โดยวิธีที่เป็นที่นิยมและปลอดภัยสูงคือ การสวนลม (Air Reduction) หมอจะใช้ลมค่อยๆ ปั๊มเข้าไปทางทวารหนักอย่างระมัดระวังภายใต้การดูเครื่องเอกซเรย์ แรงดันของลมจะค่อยๆ ดันลำไส้ส่วนที่กลืนกันให้คืนรูปกลับมาเป็นปกติ วิธีนี้ช่วยให้เด็กส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

2. การรักษาด้วยการผ่าตัด

ในกรณีที่ใช้วิธีการสวนลมแล้วไม่สำเร็จ หรือลูกมาโรงพยาบาลช้ามากจนมีสัญญาณเตือนว่าลำไส้ทะลุ มีการอักเสบในช่องท้องอย่างรุนแรง หรือช็อก หมอจำเป็นต้องส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดด่วนเพื่อใช้มือจัดเรียงลำไส้ให้กลับเข้าที่โดยตรง และหากพบว่ามีลำไส้บางส่วนเน่าตายจากการขาดเลือด หมอก็ต้องตัดลำไส้ส่วนที่เสียนั้นออกแล้วทำการต่อลำไส้ส่วนที่ดีเข้าด้วยกัน

ทำไมโรคนี้ถึงต้องรักษาด่วนที่สุด และจะเกิดอะไรขึ้นหากรักษาช้า?

หมออยากเน้นย้ำกับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนว่า เวลาคือสิ่งที่มีค่าที่สุด สำหรับโรคนี้ ยิ่งมารักษาเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะใช้วิธีสวนลมสำเร็จโดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดก็ยิ่งมีสูงมากเท่านั้น หากปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 24-48 ชั่วโมง อัตราความสำเร็จในการสวนลมจะลดลงอย่างน่าใจหาย และความเสี่ยงที่ลำไส้จะเน่าตายจนต้องผ่าตัดใหญ่จะเพิ่มขึ้นทวีคูณ

ดังนั้น หากสังเกตเห็นลูกน้อยมีอาการปวดท้องร้องไห้จ้าเป็นพักๆ หน้าดำหน้าแดง ดึงขาเข้าหาอก สลับกับอาการซึม หรือมีอาเจียนร่วมด้วย แม้จะยังไม่ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ก็อย่ารอช้าและห้ามป้อนยาแก้ปวดท้องเองเด็ดขาด ให้รีบพาลูกมาตรวจที่ห้องฉุกเฉินทันที การสังเกตเห็นที่ไวและการตัดสินใจที่รวดเร็วของคุณพ่อคุณแม่ คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยปกป้องลำไส้และชีวิตของลูกน้อยให้ปลอดภัย

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ