ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุด พ่อแม่จะรับมือกับใจตัวเองอย่างไร

หมอเชื่อว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ได้ยินเสียงลูกร้องไห้ติดต่อกันนานๆ แล้วจะรู้สึกเฉยเมยได้ โดยเฉพาะภาวะที่ลูกร้องไห้เรื้อรัง หรือภาวะโคลิค (Colic) ที่มักทำให้คนเลี้ยงใจสลายและรู้สึกจนหนทาง ความเครียดและความวิตกกังวลของพ่อแม่จากภาวะการร้องไห้เรื้อรังไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่เรื่องที่ควรโทษตัวเองเลยครับ เมื่อสถานการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ความเหนื่อยล้าทางกายจะถูกซ้ำเติมด้วยความกดดันทางใจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพจิตและสัมพันธภาพในครอบครัวได้

ทำไมเสียงร้องของลูกถึงส่งผลต่อใจเราได้มากขนาดนี้

ในทางวิทยาศาสตร์ สมองของพ่อแม่ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่อเสียงร้องของลูกอย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ เพื่อความอยู่รอดของเด็ก เมื่อลูกร้องนานเกินไป สัญญาณเตือนภัยในสมองส่วนลึกจะทำงานตลอดเวลา ทำให้ระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่พ่อแม่รู้สึกวิตกกังวล ใจสั่น หรือโกรธตัวเองเมื่อปลอบลูกไม่ได้ จึงเป็นปฏิกิริยาปกติที่ร่างกายกำลังพยายามบอกว่าเรากำลังแบกรับภาระหนักเกินไป

สัญญาณเตือนเมื่อพ่อแม่เริ่มถึงขีดจำกัด

ก่อนที่ความเครียดจะระเบิดออกมา หมออยากให้ลองสังเกตตัวเองดูว่ามีสัญญาณเหล่านี้หรือไม่:

  • รู้สึกหงุดหงิดง่ายกว่าปกติกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
  • เริ่มรู้สึกโกรธหรืออยากผลักลูกออกไปเมื่อลูกร้องไห้
  • นอนไม่หลับแม้ลูกจะหลับไปแล้วเพราะยังระแวงเสียงร้อง
  • รู้สึกไร้ความสามารถหรือหมดไฟในการเลี้ยงดู
  • มีความคิดลบๆ ต่อตัวเองหรือรู้สึกหมดรักลูกในช่วงเวลาที่เหนื่อยจัด

วิธีดูแลใจตัวเองให้ผ่านพ้นคืนที่ลูกร้องไห้หนัก

การดูแลลูกให้ดี เริ่มต้นจากการที่พ่อแม่ต้องมีสติและมีพลังงานเพียงพอก่อนครับ หมอแนะนำแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้:

สลับหน้าที่เมื่อรู้สึกว่าตึงเกินไป

อย่าพยายามสู้กับภาวะร้องไห้เรื้อรังเพียงลำพัง หากมีคู่ครองหรือคนช่วยเลี้ยง ให้ใช้วิธีเปลี่ยนมือทันทีเมื่อรู้สึกว่าอารมณ์เริ่มไม่คงที่ การถอยออกมาสูดหายใจลึกๆ 10-15 นาทีในห้องอื่น จะช่วยลดระดับฮอร์โมนเครียดได้ดีกว่าการฝืนอุ้มลูกทั้งที่ใจกำลังสั่น

วางลูกในที่ปลอดภัยแล้วพักสักครู่

หากคุณอยู่คนเดียวและรู้สึกว่ากำลังจะระเบิดอารมณ์ ให้วางลูกในที่ปลอดภัย เช่น เปลหรือเตียงที่ไม่มีของเล่นปิดหน้า แล้วเดินไปล้างหน้าดื่มน้ำให้หายใจคล่องขึ้น การปล่อยให้ลูกร้องสัก 5-10 นาทีในที่ปลอดภัย ไม่ได้ทำให้ลูกเป็นอันตราย แต่การที่คุณมีสติจะช่วยให้คุณกลับไปดูแลลูกได้ดีกว่าครับ

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกไปหาหมอให้แน่ใจ

บางครั้งภาวะร้องไห้เรื้อรังอาจมีสาเหตุซ่อนเร้น หากลูกมีอาการดังต่อไปนี้ ควรพามาตรวจเพื่อความสบายใจครับ:

  • ร้องไห้โดยไม่มีท่าทีผ่อนคลายเลยติดต่อกันนานผิดปกติเกินกว่าที่เคยเป็น
  • มีไข้ร่วมด้วย หรือดูซึมลงกว่าปกติ
  • อาเจียนพุ่ง หรือถ่ายผิดปกติ
  • ดูมีอาการเจ็บปวดเฉพาะจุด เช่น ขดตัว หรือเกร็งหน้าท้องอย่างรุนแรง

หมอขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์นี้นะครับ จำไว้ว่าภาวะนี้เป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งของพัฒนาการลูกเท่านั้น และการที่คุณพยายามทำหน้าที่พ่อแม่ให้ดีที่สุด แม้จะเหนื่อยล้าเพียงใด นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ลูกได้รับแล้วครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down