เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาหาผมที่ห้องตรวจด้วยอาการปวดท้องเฉียบพลัน แน่นอนว่าหมอมักจะนึกถึงโรคยอดฮิตอย่างไส้ติ่งอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี หรือลำไส้อุดตันก่อนเป็นอันดับแรก แต่ในฐานะหมอที่เคยเจอเคสเคสหนึ่งที่น่าสนใจและอยากเอามาเล่าให้ฟัง อาการปวดท้องรุนแรงจนหน้าซีดนั้น บางทีอาจไม่ได้มาจากโรคที่เราคุ้นเคย แต่อาจมีสาเหตุมาจากสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่เราคาดไม่ถึง อย่างเจ้าพยาธิที่ซ่อนอยู่ในอาหารการกินของเรานี่เองครับ
พยาธิหน้าตาเป็นอย่างไร ทำไมถึงไชทะลุผนังลำไส้ของเราได้?
หลายคนอาจคิดว่าพยาธิอาศัยอยู่ในลำไส้เฉยๆ แค่แย่งสารอาหารเรากิน แต่ความจริงแล้วพยาธิบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มพยาธิที่ติดต่อผ่านการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เช่น พยาธิอะนิซากิส หรือพยาธิตัวกลมบางชนิด มีพฤติกรรมชอบเคลื่อนที่ เมื่อมันหลุดเข้าไปอยู่ในทางเดินอาหารของเรา เจ้าตัวแสบเหล่านี้ไม่ได้แค่นอนนิ่งๆ แต่มันพยายามใช้ส่วนหัวหรือลำตัวที่แข็งแรงของมัน ชอนไชไปตามผนังทางเดินอาหารเพื่อหาทางออก
ผนังลำไส้ของคนเราประกอบด้วยเนื้อเยื่อหลายชั้น แม้จะมีความหนาและเหนียวพอสมควร แต่ถ้าพยาธิมีความดุร้ายและมีจำนวนมากพอ มันก็สามารถใช้เอนไซม์ย่อยร่วมกับการออกแรงไช จนกระทั่งทะลุผ่านผนังลำไส้ออกมาสู่ช่องท้องได้สำเร็จ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะที่ทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุช่องท้องจากสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคที่รั่วไหลตามรอยแผลที่พยาธิเจาะไว้
เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย เมื่อผนังลำไส้ถูกพยาธิเจาะทะลุ?
ช่องท้องของเราเป็นพื้นที่สะอาดและปิดสนิท มีเยื่อบุช่องท้องทำหน้าที่ห่อหุ้มอวัยวะภายในเอาไว้ เมื่อพยาธิไชทะลุลำไส้จนเป็นรู สิ่งที่ตามมาทันทีคือ น้ำย่อย กากอาหาร และเชื้อแบคทีเรียจำนวนมหาศาลที่ปกติควรอยู่แต่ในลำไส้ ก็รั่วไหลออกมาสู่ช่องท้อง
ร่างกายจะมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นผู้บุกรุกอันตราย ระบบภูมิคุ้มกันจึงสั่งระดมเม็ดเลือดขาวเข้ามาต่อสู้ เกิดเป็นปฏิกิริยาการอักเสบขนานใหญ่ เยื่อบุช่องท้องที่เคยเรียบเนียนจะบวม แดง และมีหนองหรือน้ำอักเสบสะสม คนไข้จะรู้สึกปวดท้องน้อยหรือปวดทั่วท้องอย่างรุนแรง ท้องแข็งเกร็งจนขยับตัวไม่ได้ แค่มีใครมาแตะโดนหน้าท้องเบาๆ ก็เจ็บแทบขาดใจแล้วครับ
สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่แปลว่าช่องท้องกำลังอักเสบหนัก
อาการปวดท้องจากพยาธิไชทะลุลำไส้ไม่ได้มาแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่มักจะมาแบบฉับพลันและรุนแรงจนคนไข้ต้องรีบมาโรงพยาบาล อาการหลักๆ ที่ต้องสังเกตมีดังนี้ครับ
- ปวดท้องเฉียบพลันและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ: เริ่มจากจุดที่ลำไส้ทะลุ แล้วกระจายไปทั่วท้อง
- ท้องแข็งตึง (Rigid abdomen): กล้ามเนื้อหน้าท้องจะเกร็งตัวอัตโนมัติเพื่อปกป้องอวัยวะภายใน กดแล้วเจ็บมาก ปล่อยมือแล้วเจ็บสะเทือน (Rebound tenderness)
- ไข้สูงหนั่นสั่นเทว: เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่รั่วไหลออกมาในช่องท้อง
- คลื่นไส้ อาเจียน และท้องอืด: ลำไส้หยุดทำงานชั่วคราวเพราะเกิดการอักเสบรุนแรงรอบตัว
วิธีรักษาของแพทย์เมื่อเจอเคสนี้
เมื่อวินิจฉัยแน่ชัดแล้วว่ามีการอักเสบของเยื่อบุช่องท้องจากสาเหตุนี้ นี่คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่รอไม่ได้ครับ แนวทางหลักในการรักษาประกอบด้วย
- การผ่าตัดด่วน: ศัลยแพทย์จำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อล้างทำความสะอาดช่องท้อง เอาสิ่งแปลกปลอมและหนองออก พร้อมทั้งเย็บซ่อมแซมรูทะลุที่ผนังลำไส้
- ยาปฏิชีวนะเข้มข้น: เพื่อควบคุมการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องท้องไม่ให้ลุกลามจนเข้าสู่กระแสเลือด
- การพักการทำงานของลำไส้: งดน้ำและอาหารทางปากชั่วคราว ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำจนกว่าลำไส้จะฟื้นตัว
วิธีป้องกันไม่ให้พยาธิมาทำร้ายลำไส้ของเรา
โรคนี้ป้องกันได้ง่ายมากหากเราใส่ใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ
- ทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ด้วยความร้อนสูง หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ดิบๆ หรือสุกๆ ดิบๆ
- หากชอบทานอาหารเมนูสุกๆ ดิบๆ ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่ได้มาตรฐาน มีกระบวนการแช่แข็งเนื้อสัตว์เพื่อฆ่าพยาบธิตามกำหนดก่อนนำมาปรุง
- ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
การปวดท้องไม่ใช่เรื่องไกลตัว และบางครั้งก็ไม่ใช่แค่โรคกระเพาะธรรมดา หากมีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมกับท้องแข็ง อย่าทนเด็ดขาดครับ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดครับ