ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลองนึกภาพวันแรกที่คุณพ่อคุณแม่ได้โอบกอดเจ้าตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน ทุกวินาทีเต็มไปด้วยความสุขและความทะนุถนอม แต่ในขณะเดียวกัน ความกังวลใจก็มักจะเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ของลูก เช่น วันนี้ทำไมลูกดูซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรือตัวรุมๆ เหมือนจะมีไข้

ในฐานะหมอเด็ก หมอมักจะย้ำกับคุณพ่อคุณแม่เสมอว่า ทารกแรกเกิดไม่ใช่ผู้ใหญ่ย่อส่วน ร่างกายของเขายังอ่อนแอและระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ อาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อยอาจลุกลามได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอาการที่น่ากังวลอย่าง ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดของทารกแรกเกิด (Neonatal Sepsis) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อความปลอดภัยของชีวิตเจ้าตัวเล็ก

ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดของทารกแรกเกิด คืออะไรกันแน่?

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อมีเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา หลุดรอดเข้าไปในกระแสเลือดของทารกแรกเกิด (ซึ่งนับตั้งแต่แรกคลอดจนถึงอายุ 28 วัน) เมื่อเชื้อโรคเหล่านี้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายผ่านระบบไหลเวียนโลหิต ร่างกายของทารกจะปฏิกิริยาตอบสนองต่อการติดเชื้ออย่างรุนแรง จนส่งผลให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ทำงานผิดปกติ และอาจนำไปสู่ภาวะช็อกหรืออวัยวะล้มเหลวได้ในที่สุด

ทำไมทารกแรกเกิดถึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด?

สาเหตุหลักมาจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิดยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ ยังบอบบางทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย โดยหมอจะแบ่งช่วงเวลาการติดเชื้อออกเป็น 2 ประเภทหลัก เพื่อช่วยในการหาสาเหตุและแนวทางการรักษา

1. การติดเชื้อในระยะเริ่มแรก (Early-onset Sepsis)

มักจะเกิดขึ้นภายใน 72 ชั่วโมงแรกหลังคลอด สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่ทารกได้รับเชื้อจากช่องคลอดของมารดาระหว่างการคลอด เช่น เชื้อแบคทีเรียกลุ่มบีสเตรปโตคอคคัส (Group B Streptococcus หรือ GBS) หรือเชื้ออีโคไล (E. coli) ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ คุณแม่มีภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนการเจ็บครรภ์คลอดเป็นเวลานาน (มากกว่า 18 ชั่วโมง) คุณแม่มีไข้ระหว่างคลอด หรือทารกคลอดก่อนกำหนด

2. การติดเชื้อในระยะหลัง (Late-onset Sepsis)

มักเกิดขึ้นหลังจากคลอดไปแล้ว 3 วันจนถึง 1 เดือน เชื้อโรคส่วนใหญ่มาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวทารก ไม่ว่าจะเป็นจากโรงพยาบาล หรือจากที่บ้าน ผ่านการสัมผัสของคนเลี้ยงดู อุปกรณ์ของใช้ หรือการดูแลสายสะดือที่ไม่สะอาดพอ ทารกที่ต้องรับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) และต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น สายน้ำเกลือ หรือท่อช่วยหายใจ จะมีความเสี่ยงในกลุ่มนี้สูงขึ้น

สัญญาณเตือนภัยเงียบ: สังเกตอย่างไรว่าลูกอาจกำลังติดเชื้อ?

ความท้าทายที่สุดของหมอและคุณพ่อคุณแม่คือ ทารกแรกเกิดไม่สามารถบอกเราได้ว่าเขาเจ็บป่วยตรงไหน และอาการแสดงของการติดเชื้อมักจะคลุมเครือ ไม่เฉพาะเจาะจง บางครั้งอาจดูเหมือนอาการอ้อนหรือเหนื่อยธรรมดา แต่ขอให้สังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

  • พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป: ลูกดูดนมน้อยลงมาก หรือปฏิเสธไม่ยอมดูดนม ดูไม่มีแรงดูด
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด: ไม่ค่อยขยับตัว ปลุกตื่นยาก ดูปวกเปียก หรือในทางกลับกัน อาจมีอาการร้องกวน งอแงตลอดเวลาอย่างหาสาเหตุไม่ได้
  • อุณหภูมิร่างกายไม่คงที่: ทารกอาจตัวร้อนมีไข้ (อุณหภูมิกายตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป) หรือในทารกบางราย โดยเฉพาะทารกคลอดก่อนกำหนด อุณหภูมิร่างกายอาจต่ำผิดปกติ (ตัวเย็นชืด น้อยกว่า 36.5 องศาเซลเซียส)
  • ระบบการหายใจผิดปกติ: หายใจเร็ว หายใจหอบเหนื่อย มีเสียงครวญครางขณะหายใจ หรือมีช่วงที่หยุดหายใจไปชั่วขณะ
  • สีผิวผิดปกติ: ผิวซีด ลายคราม ดูเขียวคล้ำ โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปากและปลายมือปลายเท้า หรือมีภาวะตัวเหลืองอย่างรวดเร็ว
  • ระบบทางเดินอาหาร: ท้องอืด อาเจียนบ่อยครั้ง หรือถ่ายเหลว

เมื่อพาลูกมาหาหมอ ขั้นตอนการตรวจรักษาจะเป็นอย่างไรบ้าง?

เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาพบแพทย์ด้วยความสงสัยในภาวะนี้ หมอจำเป็นต้องทำงานแข่งกับเวลา ขั้นตอนแรกคือการตรวจร่างกายอย่างละเอียด และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการวินิจฉัย

การตรวจวินิจฉัยทางแพทย์

  • การเพาะเชื้อจากเลือด (Blood Culture): เพื่อตรวจหาว่ามีเชื้อแบคทีเรียชนิดใดอยู่ในกระแสเลือด ซึ่งเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด
  • การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC): เพื่อดูปริมาณเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด ซึ่งจะบ่งชี้ถึงการติดเชื้อในร่างกาย
  • การเจาะหลังเพื่อตรวจน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture): ในทารกแรกเกิดที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด มีความเสี่ยงสูงที่เชื้อจะแพร่กระจายไปยังระบบประสาทส่วนกลางจนเกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ การตรวจน้ำไขสันหลังจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง
  • การตรวจปัสสาวะและการเอกซเรย์ปอด: เพื่อค้นหาแหล่งกำเนิดของการติดเชื้อเพิ่มเติม

วิธีรักษา

หากหมอประเมินแล้วว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการติดเชื้อ ทารกจะได้รับการรับตัวเข้าไว้ในโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ โดยไม่ต้องรอผลเพาะเชื้อเสร็จสิ้น (ซึ่งมักใช้เวลา 24-48 ชั่วโมง) เพราะการรักษาที่รวดเร็วสามารถลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการลงได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้จะมีการประคับประคองสัญญาณชีพ เช่น การให้ออกซิเจน การให้สารน้ำทางเส้นเลือดดำ และการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในตู้อบเพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกาย

วิธีป้องกันและปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากเชื้อโรครายล้อม

แม้ว่าภาวะนี้จะฟังดูน่ากลัว แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและลดความเสี่ยงให้กับลูกรักได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

  • ฝากครรภ์ตามนัดสม่ำเสมอ: เพื่อคัดกรองความเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะการตรวจหาเชื้อ GBS ในช่องคลอดคุณแม่ช่วงใกล้คลอด ซึ่งหากตรวจพบ แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะแก่คุณแม่ในระหว่างคลอดเพื่อป้องกันการส่งต่อเชื้อไปยังลูก
  • นมแม่คือเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุด: น้ำนมแม่ โดยเฉพาะน้ำนมเหลือง (Colostrum) อุดมไปด้วยภูมิคุ้มกันและสารอาหารที่จะช่วยสร้างเกราะป้องกันโรคให้ทารกได้อย่างยอดเยี่ยม
  • ล้างมือก่อนสัมผัสตัวลูกทุกครั้ง: สมาชิกทุกคนในบ้านต้องล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ ก่อนที่จะจับตัวหรืออุ้มทารก
  • หลีกเลี่ยงการพาไปในที่แออัด: ในช่วงเดือนแรก ควรหลีกเลี่ยงการพาลูกไปในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน และจำกัดจำนวนผู้มาเยี่ยมเยียน เพื่อลดโอกาสการสัมผัสเชื้อโรค
  • ดูแลสุขอนามัยของใช้ทุกชิ้น: ขวดนม อุปกรณ์ปั๊มนม และของเล่นของลูก ต้องได้รับการทำความสะอาดและนึ่งฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง

การเป็นพ่อแม่มือใหม่อาจสร้างความกังวลใจให้ไม่น้อย แต่การมีสัญชาตญาณในการสังเกตและการมีความรู้ที่ถูกต้อง จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย หากคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่าลูกมีอาการผิดปกติ แม้เพียงเล็กน้อยและไม่แน่ใจ การพามาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down