ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

รู้สึกไหมว่าทำไมพักหลังๆ ถึงไม่มีสมาธิเหมือนก่อน

หลายคนมักเดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยคำถามที่คล้ายกันว่า ทำไมช่วงนี้ถึงรู้สึกเหมือนสมองเบลอ อ่านหนังสือหรือทำงานไปเพียงไม่กี่นาที ใจก็ลอยไปเรื่องอื่นแล้ว การสูญเสียสมาธิและประสิทธิภาพในการเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และบ่อยครั้งไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ แต่เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายและสมองที่กำลังบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น

สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้สมองล้าจนเสียสมาธิ

การที่สมองไม่สามารถจดจ่อได้ มักเกิดจากการทำงานของระบบประสาทที่ถูกรบกวน ซึ่งปัจจัยหลักมักมาจาก:

  • ภาวะสมองล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ: สมองเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ปิดเครื่องนานเกินไป การนอนไม่พอทำให้กระบวนการจัดเก็บความจำระยะสั้นเข้าสู่ความจำระยะยาวทำงานได้ไม่เต็มที่
  • ความเครียดสะสมเรื้อรัง: เมื่อร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมามากเกินไป มันจะไปรบกวนสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสมาธิและการตัดสินใจ ทำให้เราตัดสินใจอะไรได้ยากขึ้น
  • การรับข้อมูลมากเกินไป (Information Overload): การเสพโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนผ่านรวดเร็วทำให้สมองถูกฝึกให้มีช่วงสมาธิที่สั้นลง (Short Attention Span) จนยากที่จะกลับมาจดจ่อกับสิ่งที่ต้องใช้เวลาอ่านนานๆ

เช็กดูซิว่า ไลฟ์สไตล์แบบไหนที่กำลังทำร้ายสมองเราอยู่

บางครั้งพฤติกรรมที่เราทำจนเป็นนิสัย คือตัวการสำคัญที่ทำให้การสูญเสียสมาธิและประสิทธิภาพในการเรียนรู้เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ติดการทำงานแบบหลายอย่างพร้อมกันหรือ Multi-tasking มากเกินไป

การพยายามทำทุกอย่างในเวลาเดียวกัน ทำให้สมองต้องสลับการทำงานไปมาอย่างรวดเร็ว (Context Switching) ซึ่งส่งผลให้สมองเกิดอาการอ่อนล้าและลดทอนความสามารถในการคิดวิเคราะห์เชิงลึก

การขาดสารอาหารหรือภาวะร่างกายขาดน้ำ

สมองเป็นอวัยวะที่ต้องการพลังงานและน้ำสูงมาก หากดื่มน้ำน้อย หรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ การส่งสัญญาณของกระแสประสาทจะล่าช้า ทำให้รู้สึกเพลียและขาดความกระตือรือร้น

วิธีปรับจูนสมองให้กลับมาโฟกัสได้อีกครั้ง

เราสามารถกู้คืนประสิทธิภาพในการเรียนรู้ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนนิสัยทีละนิด เริ่มจาก:

  • ใช้เทคนิคแบ่งช่วงเวลาทำงาน: ลองใช้สูตรการทำงาน 25 นาที สลับกับการพัก 5 นาที เพื่อให้สมองได้รีเซ็ตตัวเอง แทนที่จะพยายามฝืนอ่านหรือทำงานยาวจนเกินไป
  • จัดการสิ่งเร้าภายนอก: ปิดการแจ้งเตือนจากมือถือในขณะที่ต้องการใช้สมาธิ เพราะทุกครั้งที่เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น สมองต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะกลับมาเข้าสู่สภาวะจดจ่อได้เหมือนเดิม
  • ฝึกสมองด้วยการโฟกัสสิ่งเดียว: เลือกทำสิ่งสำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียวในแต่ละช่วงเวลา แล้วทำให้เสร็จเป็นอย่างๆ ไป การเห็นงานจบเป็นชิ้นๆ จะช่วยกระตุ้นสารโดปามีน ทำให้มีกำลังใจทำสิ่งต่อไป

เมื่อไหร่ที่อาการขาดสมาธิไม่ใช่เรื่องปกติและควรพบหมอ

หากลองปรับพฤติกรรมแล้วสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือเริ่มมีอาการหลงลืมรุนแรง อารมณ์แปรปรวน หรือมีอาการวิตกกังวลร่วมด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะสุขภาพจิตหรือความผิดปกติของระบบประสาทที่ต้องอาศัยการวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down