ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกเหมือนสมองล้าจนโฟกัสอะไรไม่ได้

หลายคนมักเดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยความกังวลว่า ทำไมช่วงนี้ถึงรู้สึกว่าตัวเองสติหลุดบ่อย อ่านหนังสือหรือทำงานตรงหน้าได้ไม่นานก็ต้องหันไปไถหน้าจอโทรศัพท์ ทั้งที่เมื่อก่อนเคยทำได้ดีกว่านี้ การสูญเสียสมาธิและประสิทธิภาพในการเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ แต่มันคือสัญญาณที่สมองกำลังบอกเราว่าระบบการทำงานภายในกำลังทำงานหนักเกินไปหรือเสียสมดุลบางอย่าง

สาเหตุที่ทำให้สมองของเราหลุดโฟกัสได้ง่ายกว่าที่คิด

สมองเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ที่รันโปรแกรมหลายอย่างพร้อมกันในเวลาเดียว ถ้าเราเปิดแท็บมากเกินไปหรือพลังงานไม่พอ เครื่องก็ต้องค้างหรือทำงานช้าลง สาเหตุที่พบบ่อยในยุคนี้มีดังนี้

  • ภาวะสมองล้าจากข้อมูลที่มากเกินไป: การรับข้อมูลข่าวสารรวดเร็วและต่อเนื่องทำให้สมองไม่มีเวลาพักในการประมวลผลข้อมูลเก่า
  • คุณภาพการนอนหลับที่ไม่ถึงระดับลึก: แม้จะนอนครบ 7-8 ชั่วโมง แต่ถ้าคุณภาพการนอนไม่ดี สมองจะไม่มีโอกาสเคลียร์สารพิษตกค้างจากการทำงานของเซลล์ประสาทตลอดทั้งวัน
  • ความเครียดเรื้อรังที่ส่งผลต่อเคมีในสมอง: เมื่อร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมามากเกินไป มันจะไปรบกวนการทำงานของสมองส่วนหน้า ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสมาธิและความจำ

สัญญาณเตือนว่าสมองของคุณกำลังเริ่มประท้วง

หมออยากให้ลองสังเกตตัวเองดูว่า อาการที่เป็นอยู่เข้าข่ายลักษณะเหล่านี้หรือไม่

อาการใจลอยและโฟกัสงานระยะสั้นไม่ได้

คุณเริ่มสังเกตว่าตัวเองอ่านหนังสือจบหนึ่งหน้าแต่จำไม่ได้เลยว่าอ่านอะไรไป หรือเริ่มงานอย่างหนึ่งแต่ต้องเผลอเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นกลางคันบ่อยครั้ง สิ่งนี้คืออาการแสดงของสมองที่สูญเสียความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญของข้อมูล

ความรู้สึกเหนื่อยล้าทางความคิดแม้ไม่ได้ออกแรงกาย

หลายคนคิดว่าต้องทำงานหนักถึงจะเหนื่อย แต่จริงๆ แล้วการคิดฟุ้งซ่านหรือการพยายามควบคุมอารมณ์ท่ามกลางความเครียดใช้พลังงานสมองมหาศาล จนทำให้เกิดความรู้สึกล้าอย่างรุนแรงเมื่อถึงช่วงเย็น

ปรับจูนสมองใหม่เพื่อดึงสมาธิกลับคืนมาอย่างไรดี

ข่าวดีคือสมองของเรามีความสามารถในการปรับตัว หรือที่เรียกว่า Neuroplasticity หากเราเริ่มจัดการกิจวัตรให้ถูกต้อง เราจะสามารถฟื้นฟูประสิทธิภาพในการเรียนรู้ได้ไม่ยาก

  • การทำ Digital Detox แบบกำหนดเวลา: ลองเว้นระยะจากการใช้หน้าจอทุกหนึ่งชั่วโมง เพื่อให้สมองได้พักสายตาและลดการรับข้อมูลที่ไม่จำเป็น
  • กฎการพักสมองด้วยเทคนิคสั้นๆ: อย่าบังคับให้ตัวเองจดจ่อต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินไป ลองใช้สูตรทำงาน 25 นาที พัก 5 นาที เพื่อให้สมองได้รีเซ็ตระบบเคมีภายใน
  • การเติมพลังให้สมองด้วยสารอาหารที่เหมาะสม: พยายามเน้นอาหารที่มีโอเมก้า 3 และลดน้ำตาลที่ทำให้ระดับพลังงานในเลือดเหวี่ยง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระดับสมาธิ

เมื่อไหร่ที่การสูญเสียสมาธิควรได้รับการปรึกษาแพทย์

หากคุณได้ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว แต่อาการสูญเสียสมาธิและประสิทธิภาพในการเรียนรู้ยังคงส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง เช่น ลืมเรื่องสำคัญบ่อยครั้งจนทำงานไม่ได้ หรือมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย การมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กว่ามีภาวะของโรคทางจิตเวชหรือภาวะขาดสารอาหารแฝงอยู่หรือไม่ ถือเป็นขั้นตอนที่ควรทำเพื่อดูแลสุขภาพตัวเองอย่างถูกจุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down