ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เตือนภัยใกล้ตัว: ยาสามัญและสมุนไพรทำพิษตับพังโดยไม่รู้ตัว

เวลาที่เราไม่สบาย ปวดหัว ตัวร้อน หรืออยากบำรุงร่างกายด้วยสมุนไพรและวิตามิน สิ่งแรกที่หลายคนทำคือการเดินไปร้านขายยาใกล้บ้านหรือกดสั่งของออนไลน์มารับประทานเองโดยไม่ได้ปรึกษาใคร เราเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้ปลอดภัยเพราะหาซื้อง่าย แต่รู้ไหมว่าห้องตรวจของหมอมักจะมีคนไข้ที่เดินเข้ามาด้วยอาการตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ และผลตรวจเลือดก็พบว่าตับกำลังพังเสียหายอย่างรุนแรงจากสิ่งที่เราคิดว่าไม่มีพิษภัยนี่แหละครับ

ตับทำงานหนักแค่ไหน เมื่อเรากินยาและสารเคมีเข้าไป

ตับเปรียบเสมือนโรงงานรีไซเคิลและด่านหน้าของร่างกาย ทุกอย่างที่เรากิน ดื่ม หรือทาลงบนผิวหนัง สุดท้ายแล้วจะต้องเดินทางผ่านกระแสเลือดมายังตับเพื่อทำการคัดกรอง เผาผลาญ และขับสารพิษออกจากร่างกาย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราใส่สารเคมี ตัวยาปริมาณสูงเกินไป หรือรับประทานติดต่อกันนานเกินความจำเป็น โรงงานในตับแห่งนี้ก็จะเริ่มทำงานหนักจนเกิดภาวะความเครียดระดับเซลล์ จนนำไปสู่การอักเสบ บวม และเซลล์ตับตายเป็นวงกว้าง ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของภาวะตับอักเสบจากยาและสารพิษที่หมอพบเจอได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน

กลุ่มยาและสารเคมีตัวแสบที่มักทำร้ายตับเงียบๆ

ไม่ใช่แค่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษเท่านั้นที่ทำลายตับ แต่ยาสามัญประจำบ้านที่เราคุ้นเคยกันดีก็มีรายชื่ออยู่ในข่ายความเสี่ยงเช่นกัน หากใช้ไม่ถูกวิธี

  • ยาพาราเซตามอล: ยายอดฮิตที่กินกันเกินขนาดหรือกินติดต่อกันถี่เกินไปจนตับขับออกไม่ไหว
  • ยากลุ่มแก้ปวดอักเสบไร้สเตียรอยด์ (NSAIDs): เช่น ยาแก้ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อบางตัวที่หากกินติดต่อกันนานๆ จะส่งผลกระทบต่อทั้งไตและตับ
  • ยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อบางชนิด: ที่แพทย์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการจ่ายยา
  • อาหารเสริม สมุนไพรลดน้ำหนัก และวิตามินโดสสูง: หลายคนคิดว่าเป็นธรรมชาติปลอดภัย แต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานหรือผสมสารอันตรายคือตัวการหลักที่ทำให้ตับวายเฉียบพลัน

สัญญาณเตือนภัยแบบไหน ที่ฟ้องว่าตับกำลังส่งเสียงร้องขอชีวิต

ความน่ากลัวของโรคนี้คือ ในช่วงแรกตับจะพยายามอดทนและไม่มีอาการแสดงออกใดๆ เลย จนกระทั่งความเสียหายลุกลามไปมากแล้ว ร่างกายถึงเริ่มส่งสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ชัดเจน

  • รู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรัง นอนเท่าไหร่ก็ไม่หายเหนื่อย
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน คล้ายคนอาหารเป็นพิษ
  • ปวดแน่นบริเวณชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตับตั้งอยู่
  • ปัสสาวะมีสีเข้มจัดเหมือนชาเขียวเข้ม ทั้งที่ดื่มน้ำปกติ
  • อุจจาระมีสีซีดลงกว่าปกติ
  • ผิวหนังและตาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอย่างเห็นได้ชัด

วิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากภาวะตับอักเสบจากสารเคมี

การป้องกันไม่ให้ตับพังจากยาและสารพิษเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายที่สุด เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องทานยา ควรทานตามขนาดและระยะเวลาที่ฉลากยาหรือแพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการซื้อยาสุดฮิตตามรีวิวมากินเองโดยไม่รู้กลไกที่แท้จริง และหากมีความจำเป็นต้องทานยาประจำตัวโรคเรื้อรัง ควรตรวจสุขภาพเจาะเลือดเช็กการทำงานของตับกับแพทย์เป็นประจำทุกปี เพื่อให้เรามั่นใจว่าโรงงานผลิตชีวิตตัวนี้ยังคงแข็งแรงและพร้อมทำงานให้เราไปอีกนาน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down