ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกหรือคนใกล้ชิดถึงวางมือถือไม่ลง

บ่อยครั้งที่ผมเจอคุณพ่อคุณแม่พาเด็กๆ มาปรึกษาด้วยความกังวลใจ เรื่องการใช้อุปกรณ์สื่อสารและเล่นเกมที่รุนแรงจนเกินขอบเขต หลายคนตั้งคำถามว่าแค่เล่นเกมทำไมถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ จนกระทั่งเริ่มเห็นสัญญาณเตือน เช่น อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย การเรียนตกต่ำ หรือแยกตัวออกจากสังคม นี่คือสิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สมองของมนุษย์เรา โดยเฉพาะในวัยกำลังเติบโต มีกลไกการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่รวดเร็วและรุนแรงมาก

กลไกสมองติดกับดักความรุนแรง

เมื่อเราเสพสื่อหรือเล่นเกมที่มีเนื้อหารุนแรง สมองจะหลั่งสารสื่อประสาทชื่อ โดพามีน ออกมาในปริมาณมากและรวดเร็ว สารตัวนี้เปรียบเสมือนรางวัลที่ทำให้รู้สึกพึงพอใจและอยากทำซ้ำอีกเรื่อยๆ แต่ปัญหาคือ หากเรากระตุ้นสมองด้วยความตื่นเต้นระดับสูงอยู่ตลอดเวลา สมองจะเริ่มปรับตัวจนเกิดอาการดื้อต่อความสุขปกติ ทำให้คนคนนั้นต้องหาความเร้าใจที่มากขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะรู้สึกสนุกได้เหมือนเดิม

ผลกระทบจากการเสพติดสื่อและเกมรุนแรง ต่อพัฒนาการและอารมณ์

การหมกมุ่นอยู่กับโลกเสมือนที่มีแต่ความรุนแรงส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิด ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่

  • ภาวะอารมณ์ไม่นิ่ง: คนที่ติดเกมรุนแรงมักมีระดับความอดทนต่ำลง ขี้หงุดหงิด หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวเมื่อถูกขัดใจ เพราะสมองส่วนหน้าซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ทำงานได้น้อยลง
  • ความผิดปกติของการนอนหลับ: แสงสีฟ้าจากหน้าจอและการถูกกระตุ้นด้วยเนื้อหาที่ตื่นเต้น ทำให้วงจรการนอนเสียไป ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียและขาดสมาธิในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • การเข้าสังคมที่เปลี่ยนไป: การขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนจริงๆ ในโลกปกติ ทำให้ทักษะการอ่านสีหน้า ท่าทาง และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นลดน้อยลง

วิธีปรับตัวและดึงคนใกล้ตัวกลับสู่โลกความเป็นจริง

การจะแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การหักดิบสั่งให้เลิกทันที เพราะนั่นอาจทำให้เกิดการต่อต้านที่รุนแรงขึ้น สิ่งที่ต้องทำคือการค่อยๆ ปรับสมดุลใหม่

  • กำหนดขอบเขตเวลาอย่างชัดเจน: เปลี่ยนจากการบังคับเป็นการทำข้อตกลงร่วมกันว่าช่วงเวลาไหนควรวางมือถือเพื่อทำกิจกรรมอื่น
  • หาทางเลือกที่น่าสนใจกว่า: พยายามหากิจกรรมที่ให้ความรู้สึกพึงพอใจแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น การออกกำลังกาย การเล่นดนตรี หรือกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัว เพื่อให้สมองกลับมาเรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งรอบตัวอีกครั้ง
  • สังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกาย: หากพบว่าเริ่มมีอาการนอนไม่หลับ ปวดหัวบ่อย หรือเข้าสังคมไม่ได้ ให้รีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสุขภาพจิตอย่างละเอียด

สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพามาพบแพทย์

หากอาการเหล่านี้เริ่มกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง เช่น ไม่ยอมไปเรียน ไม่กินข้าว ไม่สื่อสารกับใครในบ้าน หรือมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเองและผู้อื่น การพามาพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการหาทางออกเพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาวที่อาจส่งผลต่ออนาคตของเขาได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down