ช่วงนี้หลายคนอาจจะเคยสังเกตตัวเองเวลาก้มมองกระจก หรือเวลาที่มีคนทักว่าทำไมหน้าดูเพลียๆ เลือดลมไม่ดี หรือดูไม่มีแรงเอาเสียเลย พอลองดึงเปลือกตาล่างลงมาดูก็พบว่าข้างในมันขาวซีด ไม่ได้เป็นสีแดงอมชมพูสุขภาพดีเหมือนเคย อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องความเหนื่อยล้าจากการนอนดึกธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังฟ้องว่าเม็ดเลือดแดงในร่างกายของเราอาจจะกำลังลดจำนวนลงจนเกิดภาวะซีดขึ้นแล้ว
ภาวะผิวซีดและเยื่อบุตาซีดคืออะไร ทำไมหมอถึงให้สังเกตที่ตา?
เวลาที่เราพูดถึงความซีด หม่อมักจะไม่ได้ดูแค่สีผิวที่แขนหรือใบหน้าอย่างเดียว เพราะสีผิวของคนเรามีความแตกต่างกันตามกรรมพันธุ์และแสงแดดที่ได้รับ แต่จุดที่แพทย์มักจะใช้ตรวจคัดกรองเบื้องต้นและมีความแม่นยำสูงคือ เยื่อบุตาด้านใน และ ริมฝีปากรวมถึงเล็บ บริเวณเหล่านี้มีเส้นเลือดฝอยมาเลี้ยงหนาแน่นและมีผิวบาง ทำให้เราเห็นสีของเลือดได้ชัดเจนที่สุด ถ้าส่วนนี้เริ่มซีดเซียว แปลว่าปริมาณฮีโมโกลบินหรือเม็ดเลือดแดงในกระแสเลือดตกลงไปมากพอสมควรแล้ว
สาเหตุหลักที่ทำให้เลือดจางและร่างกายซีดเซียว
อาการซีดไม่ได้เกิดขึ้นเองลอยๆ แต่มักจะมีต้นตอมาจากความผิดปกติบางอย่างในร่างกาย ซึ่งสาเหตุที่หมอพบได้บ่อยในห้องตรวจมีอยู่ด้วยกันหลายประการ
การขาดสารอาหารตัวสำคัญในการสร้างเลือด
ร่างกายของเราต้องใช้วัตถุดิบหลายชนิดในการผลิตเม็ดเลือดแดง โดยเฉพาะธาตุเหล็กซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของฮีโมโกลบิน หากกินอาหารที่ไม่ครบ 5 หมู่ เป็นมังสวิรัติโดยไม่ระวัง หรือผู้หญิงที่มีประจำเดือนมามากเป็นประจำ จะเสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็ก นอกจากนี้การขาดวิตามินบี 12 หรือโฟเลต ก็ทำให้ไขกระดูกไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดแดงที่สมบูรณ์ออกมาได้เช่นกัน
การเสียเลือดเรื้อรังที่หลายคนมองข้าม
บางคนไม่ได้ขาดธาตุเหล็กจากการกิน แต่เสียเลือดออกทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว เช่น มีแผลในกระเพาะอาหาร มีริดสีดวงทวาร หรือในผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องติ่งเนื้อหรือความผิดปกติในลำไส้ การสูญเสียเลือดทีละน้อยทุกวันเป็นเวลานาน จะทำให้คลังธาตุเหล็กในร่างกายหมดเกลี้ยงจนเกิดภาวะซีดตามมา
โรคทางพันธุกรรมอย่างโรคธาลัสซีเมีย
ในประเทศไทย โรคธาลัสซีเมียเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไข้มีอาการซีดเรื้อรัง บางคนเป็นพาหะอาการอาจจะไม่ชัดเจน แต่บางคนที่มีอาการแสดงจะทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่ายและมีอายุสั้นกว่าปกติ ร่างกายจึงพยายามสร้างใหม่อยู่ตลอดเวลาส่งผลให้เกิดความอ่อนเพลียและตัวซีดเหลืองร่วมด้วย
สังเกตอาการร่วมอื่นๆ นอกจากความซีด
นอกจากผิวและตาจะซีดแล้ว คนที่มีภาวะนี้มักจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยเนื่องจากเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ แม้จะเดินแค่ไม่กี่ก้าวหรือขึ้นบันไดเพียงชั้นเดียว
- ใจสั่น วูบง่าย เวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลมบ่อยๆ
- มือเท้าเย็นชา ไม่มีแรง สมองไม่ค่อยแล่น หงุดหงิดง่าย
- ผมร่วง เล็บเปราะบาง หรือมีรูปร่างโค้งงอคล้ายช้อน
วิธีดูแลตัวเองและการรักษาทางการแพทย์
หากเริ่มสังเกตว่าตัวเองมีอาการผิวซีดและเยื่อบุตาซีดร่วมกับอาการเพลียเรื้อรัง สิ่งแรกที่ควรทำคือการมาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหาสาเหตุที่แท้จริง ห้ามไปหาซื้อยาบำรุงเลือดกินเองเด็ดขาด เพราะหากความซีดนั้นไม่ได้เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก แต่เกิดจากโรคอื่น การกินธาตุเหล็กเสริมเข้าไปมากๆ อาจเกิดการสะสมและเป็นอันตรายต่อตับได้
แพทย์จะทำการเจาะเลือดตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หรือที่เรียกว่า CBC เพื่อดูระดับฮีโมโกลบินและลักษณะของเม็ดเลือดแดง หากพบว่าขาดธาตุเหล็กก็จะพิจารณาให้ยาบำรุงธาตุเหล็กรับประทาน พร้อมกับแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร เช่น เน้นเนื้อสัตว์สีแดง ตับ ไข่ ผักใบเขียวเข้ม และวิตามินซีเพื่อช่วยในการดูดซึม พร้อมกับค้นหาต้นตอของการเสียเลือดเพื่อรักษาให้ตรงจุดต่อไป