หลายคนที่เคยเห็นคนใกล้ตัวเผชิญกับโรคงูสวัด มักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นโรคที่สร้างความทรมานอย่างแสนสาหัส อาการปวดแสบปวดร้อนตามแนวเส้นประสาทที่แม้เพียงแค่ลมเป่าหรือเสื้อผ้าสัมผัสเบาๆ ก็เจ็บจนนอนไม่หลับ และที่น่ากลัวกว่านั้นคืออาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัดที่อาจคงอยู่ยาวนานเป็นเดือนหรือเป็นปีแม้ว่าผื่นจะหายดีแล้ว ด้วยเหตุนี้ วัคซีนงูสวัดจึงกลายเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่หมอมักแนะนำให้คนไข้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องเข้ารับการฉีด
แต่การจะเดินเข้ามาฉีดวัคซีนเฉยๆ โดยไม่มีการวางแผนอาจทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่เต็มที่ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ตารางกำหนดการและระยะห่างของการ เข้ารับวัคซีนงูสวัดแต่ละเข็มจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย เพื่อให้วัคซีนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด
ทำไมต้องใส่ใจเรื่อง ตารางกำหนดการและระยะห่างของการ ฉีดวัคซีนงูสวัด?
ในอดีตเราอาจคุ้นเคยกับวัคซีนงูสวัดชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ที่ฉีดเพียงเข็มเดียว แต่ในปัจจุบัน วัคซีนรุ่นใหม่ที่เป็นชนิดสารสังเคราะห์โปรตีน หรือ Recombinant Subunit Vaccine ได้เข้ามาเป็นมาตรฐานใหม่ในการป้องกันโรคงูสวัด เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการป้องกันสูงกว่า 90% และมีอายุการป้องกันที่ยาวนานกว่ามาก
ทว่าประสิทธิภาพที่สูงขึ้นนี้ แลกมาด้วยเงื่อนไขที่ว่าร่างกายจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นอย่างถูกต้องตามระบบ นั่นคือต้องฉีดให้ครบสองเข็ม การเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำเชื้อและสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดพิเศษขึ้นมาต่อสู้กับไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด หากฉีดเร็วเกินไปร่างกายอาจจะยังไม่พร้อมสร้างภูมิกระตุ้น หรือหากทิ้งช่วงนานเกินไป ระดับภูมิคุ้มกันจากเข็มแรกก็อาจลดต่ำลงจนไม่เพียงพอในการป้องกันโรค
เปิดตารางเวลา: วัคซีนงูสวัดแต่ละกลุ่ม ต้องฉีดห่างกันแค่ไหน?
ตารางการเข้ารับวัคซีนงูสวัดชนิดใหม่นี้ จะแบ่งออกเป็นสองกรณีหลักตามสภาพร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคล ดังนี้
สำหรับผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี
- เข็มที่ 1: เริ่มฉีดได้ทันทีเมื่ออายุครบ 50 ปีขึ้นไป หรือฉีดเมื่อพร้อม
- เข็มที่ 2: เว้นระยะห่างจากเข็มแรก 2 ถึง 6 เดือน
นี่คือช่วงเวลาที่ยืดหยุ่นที่สุดสำหรับคนทั่วไป หมอมักแนะนำให้คนไข้จดบันทึกวันนัดหมายไว้ทันทีหลังฉีดเข็มแรก เพื่อป้องกันการลืมเนื่องจากช่วงเวลา 2 ถึง 6 เดือนเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน
สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับยากดภูมิ
- เข็มที่ 1: เริ่มฉีดตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัวที่ดูแลโรคประจำตัว
- เข็มที่ 2: เว้นระยะห่างจากเข็มแรก 1 ถึง 2 เดือน
สำหรับกลุ่มที่ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ เช่น ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังรับเคมีบำบัด หรือผู้ป่วยโรคพุ่มพวง ร่างกายต้องการการกระตุ้นที่รวดเร็วและเข้มข้นกว่าคนทั่วไป เพื่อรีบสร้างเกราะป้องกันให้ทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดการติดเชื้อ
หากลืมฉีดเข็มที่สองตามนัด ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หรือไม่?
เป็นคำถามคลาสสิกที่หมอมักได้รับสายตรงจากคนไข้บ่อยๆ ว่า หากเลยกำหนด 6 เดือนไปแล้ว หรือยุ่งจนลืมไปฉีดเข็มที่สอง จะต้องเจ็บตัวเริ่มต้นฉีดเข็มแรกใหม่ทั้งหมดหรือไม่
คำตอบคือ ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ หากลืมหรือเลยกำหนดเวลาฉีดเข็มที่สอง ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อรับวัคซีนเข็มที่สองต่อได้ทันทีโดยเร็วที่สุด แม้ว่าประสิทธิภาพการกระตุ้นภูมิอาจจะไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เท่ากับการฉีดตรงตามเวลา แต่การได้รับเข็มที่สองช้าก็ยังดีกว่าการไม่ได้รับเลย และไม่มีความจำเป็นต้องนับหนึ่งใหม่ให้เสียทั้งเงินและเวลา
หลังฉีดวัคซีนงูสวัดแล้วมีไข้ ปวดแขน รับมืออย่างไรดี?
เนื่องจากวัคซีนงูสวัดชนิดใหม่นี้มีการใส่สารกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ผู้รับวัคซีนส่วนใหญ่มีปฏิกิริยาหลังฉีดค่อนข้างชัดเจนกว่าวัคซีนชนิดอื่นๆ อาการปวดตึงแขนข้างที่ฉีด บวม แดง มีไข้ต่ำๆ หรือรู้สึกอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ สามารถเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะหลังจากฉีดเข็มที่สอง
การดูแลตัวเองเบื้องต้นทำได้ง่ายๆ ดังนี้
- หากมีอาการปวดตึงหรือบวมบริเวณที่ฉีด ให้ใช้เจลเย็นหรือผ้าชุบน้ำเย็นประคบเบื้องต้น หลีกเลี่ยงการนวด คลึง หรือบีบแรงๆ บริเวณต้นแขน
- หากมีไข้หรือปวดศีรษะ สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ทุก 4-6 ชั่วโมงตามขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว
- พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมากๆ อาการข้างเคียงเหล่านี้มักจะดีขึ้นเองและหายสนิทภายใน 2 ถึง 3 วัน
การเข้าใจตารางกำหนดการที่ถูกต้องและเตรียมตัวรับมือกับอาการข้างเคียงอย่างเข้าใจ จะช่วยให้การรับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจห่างไกลจากความทรมานของโรคร้ายนี้ในอนาคต