ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมคนเราถึงฟิวส์ขาดได้ง่ายในยุคปัจจุบัน

หลายคนมักเดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยอาการทางกายที่มาจากความเครียดสะสม บางคนบ่นว่านอนไม่หลับ ปวดหัวไมเกรน หรือแน่นหน้าอกโดยไม่มีสาเหตุทางหัวใจ ซึ่งพอคุยไปคุยมามักจบลงที่เรื่องเดิมคือ การจัดการกับความโกรธและการควบคุมอารมณ์ตนเอง ไม่ได้ ความโกรธไม่ใช่เรื่องผิด มันเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่ตอบสนองต่อภัยคุกคาม แต่ถ้าเราปล่อยให้ความโกรธเป็นคนกุมบังเหียนชีวิต ผลลัพธ์ที่ตามมามักไม่คุ้มกับสุขภาพกายและสุขภาพใจ

กลไกสมองตอนที่เรากำลังเดือด

เวลาที่ความโกรธพุ่งขึ้นสูง สมองส่วนที่เรียกว่า อะมิกดาลา (Amygdala) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสัญชาตญาณดิบและการเอาตัวรอดจะทำงานหนักมาก มันจะส่งสัญญาณให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดอย่างคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนออกมา เพื่อเตรียมตัวสู้หรือหนี ในขณะที่สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งมีหน้าที่ใช้เหตุผลและตัดสินใจจะทำงานช้าลงชั่วคราว นี่คือเหตุผลว่าทำไมเวลาโกรธเราถึงพูดคำที่ทำร้ายจิตใจคนอื่นออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด

สัญญาณเตือนก่อนที่ระเบิดจะทำงาน

ก่อนที่เราจะเผลอทำอะไรที่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง ร่างกายจะมีสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ มาก่อนเสมอ หากหมั่นสังเกตจะช่วยให้เราดึงสติกลับมาได้ทัน

  • หัวใจเต้นเร็วขึ้นหรือแรงขึ้นผิดปกติ
  • ฝ่ามือเริ่มเย็นหรือมีเหงื่อออก
  • กรามตึงหรือมีการขบฟันโดยไม่รู้ตัว
  • ลมหายใจเริ่มสั้นและเร็วขึ้น
  • รู้สึกร้อนผ่าวไปตามใบหน้าหรือลำตัว

เทคนิคดึงสติให้ทันท่วงทีเมื่ออารมณ์คุกรุ่น

เมื่อรู้สึกตัวว่าสัญญาณเหล่านี้เริ่มมา ให้ใช้วิธีการหยุดชะงักทางกายภาพทันที เพื่อรอให้สมองส่วนหน้าได้มีโอกาสกลับมาทำงานอีกครั้ง

กฎห้านาทีและการก้าวออกมาจากสถานการณ์

หากอยู่ในสถานการณ์ที่ปะทะคารม ให้ขอตัวออกไปจากตรงนั้นทันที การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมช่วยให้สมองลดการรับรู้สิ่งเร้าที่ทำให้โกรธ การนับหนึ่งถึงสิบอาจไม่เพียงพอ ให้ลองถอยออกมาสูดหายใจลึกๆ นอกห้องหรือเดินไปล้างหน้าด้วยน้ำเย็นสักครู่ เพื่อให้ร่างกายลดระดับอะดรีนาลีนลง

ปรับจังหวะการหายใจเพื่อสงบสมอง

การหายใจแบบเข้าลึกและออกยาวช้าๆ ช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ซึ่งเป็นระบบที่ทำหน้าที่ผ่อนคลายร่างกาย ให้ลองหายใจเข้าให้ท้องป่องนับหนึ่งถึงสี่ แล้วผ่อนลมหายใจออกยาวๆ นับหนึ่งถึงหก ทำซ้ำต่อเนื่องสักห้านาที จะช่วยลดอาการสั่นและช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นได้จริง

เปลี่ยนความโกรธให้เป็นการสื่อสารเชิงบวก

หลังจากที่อารมณ์เย็นลงแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการหาสาเหตุที่แท้จริงของความโกรธ ไม่ใช่การกดทับอารมณ์เอาไว้ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะบอกความต้องการของตัวเองอย่างสุภาพแทนการประชดประชัน การฝึกใช้ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยความรู้สึกของเราเอง เช่น ฉันรู้สึกกังวลเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แทนการชี้หน้าตำหนิคนอื่น จะช่วยลดแรงปะทะและเปิดโอกาสให้ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดแทนการทำลายความสัมพันธ์

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down